สงวน พงษ์มณี พูดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำว่าหลักการสำคัญของประชาธิปไตย คือ อำนาจเป็นของประชาชน และต้องมีการเลือกตั้ง สังเกตเห็นว่ารัฐธรรมนูญปัจจุบันมี 3 ฉบับ ซ่อนอำนาจของ คมช. ไว้ 10 ปี และมีมาตรา 309 ที่ไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมเองฟังมาตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้คิดว่าท่านสมาชิกได้มิติมุมมองที่ค่อนข้างครบถ้วน แต่ที่ ผมจะพูดต่อไปนี้ในประเด็นเหล่านี้ ผมจะขออนุญาตท่านประธานว่าจะต้องอ่านเอกสารบางฉบับ ซึ่งผมให้ท่านประธานรัฐสภาได้อ่านแล้ว ได้ทราบแล้ว และผมก็จะพูดในเชิงหลักการเพื่อชี้ให้เห็นว่า ที่ผมเห็นด้วยตั้งแต่ต้นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ผมยังยืนยันว่าผมเห็นอย่างนั้นอยู่ และที่สนับสนุนให้มีการแก้ไขทั้ง ๓ หมวด ทั้ง ๓ ฉบับที่เสนอเข้ามา เพราะผมเห็นว่า มันถึงเวลาที่ต้องแก้ไข หลายท่านได้บอกว่าท่านไม่เห็นด้วยที่ให้แก้ไข พวกผมเห็นด้วย ที่ต้องการให้แก้ไข มันต้องมีที่ไปที่มาที่เป็นหลักการ ท่านประธานที่เคารพ รัฐธรรมนูญ ทุกฉบับมีหมวดทั่วไป หมวดทั่วไปหมวดแรกเป็นหมวดกำกับอำนาจรัฐตามรัฐธรรมนูญ มันมี ๗ มาตรา ท่านประธานครับ อยากให้พี่น้องประชาชนมีเอกสารอยู่ลองเปิดดู มาตรา ๑ ประเทศเราเป็นประเดียวแบ่งแยกไม่ได้ มาตรา ๒ เราปกครองภายใต้พระมหากษัตริย์ เป็นประมุข มาตรา ๓ อำนาจเป็นของประชาชน มาตรา ๔ นี่เพิ่มมาปี ๒๕๔๐ ศักดิ์ศรีความ เป็นมนุษย์ของคนในสังคมนี้เท่ากัน มาตรา ๕ เมื่อรัฐเป็นรัฐของพลเมืองในปี ๒๕๔๐ ก็บอกว่ามาตรา ๕ ทั้งเสนาบดี ทั้งอำมาตย์ ทั้งไพร่ เราเป็นพลเมืองด้วยกัน ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน มาตรา ๖ กฎหมายระเบียบใด ข้อบังคับใด ถ้าขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญนี้เป็นอันใช้ไม่ได้ มาตรา ๗ หากไม่มีการเขียนให้ถือประเพณีเป็นหลัก ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมัน เขียนขึ้นมาเป็นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แต่ข้อเท็จจริงมันมี ๓ ฉบับอยู่ในนี้ เพราะฉะนั้น การแก้ที่ประสงค์จะแก้เพราะว่ามันซ่อนไว้ ๓ ฉบับ ฉบับที่ ๑ คือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ฉบับที่ ๒ คือซ่อนอำนาจของ คมช. ไว้ ๑๐ ปี ในมาตรา ๒๙๙ ไม่มีใครพูดถึงเลย การปฏิวัติ ดำรงอยู่ ๑๐ ปีตามคณะกรรมการที่ คมช. ตั้งไว้ มาตรา ๓๐๙ คือเอารัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี ๒๕๔๙ มายัดไว้ทั้งฉบับโดยเฉพาะมาตรา ๓๖ ผมจะพูด ๒ เรื่องให้ชัด ท่านครับ เมื่อรัฐธรรมนูญ มันขัดชัดเจนในมาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๖ มันขัดชัดเจนเพราะอะไรครับ เพราะว่ามันไม่ได้เป็นไปตามนี้เสาหลักแห่งประชาธิปไตยที่มีอยู่เป็นรัฐของพลเมือง เขียนไป เขียนมากลายเป็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้กลายเป็นสร้างรัฐของเสนาบดี เสนาบดีมีอำนาจมากที่สุด เสนาบดี ๗ คนเลือก ส.ว. ได้เกือบครึ่งหนึ่ง ผมไม่ได้รังเกียจ ส.ว. ที่มาจากการสรรหา แต่มัน ไม่มาตามอำนาจอธิปไตย มาตรา ๓ แก้เสียให้มาจากการเลือกตั้ง ส่วนท่านที่มาตามนี้ท่านก็อยู่ ตามวาระ เพราะผมเห็นว่าหลักการทั่วไปกฎหมายไม่มีผลย้อนหลัง ยืนยันว่าจะลงมติ หรือจะแปรญัตติ หรือจะรักษากฎหมาย ให้พวกท่านอยู่ครบวาระ ผมชื่นชมหลายคนที่นำข้อมูล ขึ้นมาพูดในที่แห่งนี้ ท่านประธานครับ ท่านจารุพรรณทำให้ผมเข้าใจว่าศาลรัฐธรรมนูญ ผมยังเข้าใจผิดในปี ๒๕๔๐ เป็นคนร่างรัฐธรรมนูญแท้ ๆ กลายเป็นว่าต้องมีรัฐธรรมนูญ หลายฉบับแบบประเทศเยอรมนีถึงจะมีศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ หลายเรื่องนะครับ เมื่อสักครู่นี้ผมดีใจมาก ฟังวันนี้ดีใจ มีหลายคนพูดถึงว่าทำไมเราไม่ประสงค์จะแก้คำสั่ง คณะปฏิวัติบ้าง ท่านประธานครับ ท่านฟังให้ดีนะครับ ที่ท่านไม่อยากแก้มาตรา ๓๐๙ ผมอ่านอย่างลึกซึ้งผมยิ่งอยากแก้ เพราะอะไรครับ ท่านประธานตามผมให้ดีฟังชัด ๆ นะครับ วันที่ ๑๙ กันยายน โค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง วันที่ ๒๔ กันยายน ออกคำสั่งเพื่อให้ เป้าหมายของการทำลายล้างมันสมบูรณ์ ออกคำสั่งว่าให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบ การทุจริตของ ครม. คณะทักษิณ วันที่ ๓๐ กันยายน มีตั้งคณะใหม่ขึ้นมาเลยเป็น คตส. รุ่นใหม่ ท่านเชื่อไหมครับ ตั้งแต่วันที่ ๓๐ กันยายน ตุลาคม พฤศจิกายนหนังสือพิมพ์ทุกฉบับโจมตี ทักษิณทุจริต ทุจริต ทุจริต ต้องยึดทรัพย์เฉพาะทักษิณ ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธาน เดือนกันยายน เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน พูดเรื่องนี้เต็มบ้านเต็มเมือง เรื่องการทุจริต เรื่องการโกงบ้านโกงเมืองของทักษิณ ของทักษิณคนเดียว ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท รวมของครอบครัว ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทักษิณโดนคุกเพราะอะไรครับ ภรรยาไปซื้อที่ดิน ไปประมูลได้ที่ดิน ตามกฎหมายการประมูล ชนะประมูลเพราะเสนอราคาสูง แต่ท่านเชื่อไหมครับ พอจะมาโอนที่ดิน เป็นของตัวเองต้องทำตามกฎหมายที่ดินให้สามีเซ็นให้ เซ็นตามกฎหมายที่ดิน ติดคุก ๒ ปี เป็นนักโทษชาย ด่ากันทั้งบ้านทั้งเมือง บริหารตลาดหลักทรัพย์ลอยขึ้นมาเต็มบ้าน เต็มเมืองทุกคน รวยหมด ทักษิณขึ้นมาจาก ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็น ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท บอกว่ารวยไม่ได้ ยึดทรัพย์ ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ในวันที่ ๑๔ ธันวาคม เกิดอะไรขึ้นครับ คณะตรวจสอบได้อาศัยอำนาจซึ่งไม่มีอำนาจ คณะตรวจสอบคณะนี้ผมไม่ต้องบอกท่านก็รู้ได้ ออกระเบียบเก็บค่าต๋งเงินท่านประธานครับ โดยอ้างอำนาจของ คมช. ตามคำสั่งข้อ ๕ และอ้างอำนาจ ป.ป.ช. มาตรา ๒๕ (๕) ให้ออกระเบียบจ่ายเงินสินบน ท่านประธานครับ ผมอ่านดูแล้วตลกมากครับ ป.ป.ช. เขาบอกว่าจ่ายได้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท แต่คณะ คตส. ออกให้ ตัวเองจ่ายได้ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ครับ แล้วไม่จำกัดวงเงิน ยึดสุทธิเท่าไรให้หลวงได้ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ยึดสุทธิ ๔๖,๐๐๐๐ ล้านบาท ๒๕ เปอร์เซ็นต์คือเท่าไรครับ ก็คือ ๑๑,๕๐๐ ล้านบาทครับ ท่านประธาน ผมอ่านเรื่องนี้เสร็จจะยื่นเอกสารให้ท่านประธานถ้าสื่อมวลชนต้องการ มีครับ อย่างนี้หรือครับที่ว่าไม่แก้ไข แล้วออกอย่างไรครับ ยึดเงินแล้วต้องเป็นของหลวงครับท่านประธาน แล้วบอกว่าเอาเงินที่ไหนมาจ่าย ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เขียนชัดท่านประธาน เขียนว่าอย่างไรครับ ให้จ่ายสินบนตามระเบียบนี้ ให้คณะกรรมการตรวจสอบจ่ายจากเงินงบประมาณแผ่นดิน หมวดเงินอุดหนุนหรือเงินอื่นที่จ่ายในลักษณะเงินอุดหนุน ดูสิครับท่านประธาน มีที่ไหนครับ เขียนผิดไปจากกฎหมายวิธีการพิจารณางบประมาณเลย แล้วให้ใครจ่าย ให้ คตส. จ่าย พอจ่ายเสร็จข้อสุดท้าย ข้อ ๑๐ บอกว่าระเบียบที่เขียนสิ้นสุดเมื่ออายุของ คตส. จบ แต่ผู้ชี้เบาะแส ยังต้องได้รับเงินให้โอนการจ่ายเงินสินบนให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง จ่ายให้ใครครับ ท่านบุญยอด ผมพูดจบนิดเดียวคุณประท้วงก็ได้ ถ้าอย่างนั้นไม่เป็นไรครับ ประท้วงเลยครับ