รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๔ เมษายน ๒๕๕๖

ยุทธนา ไทยภักดี หารือเรื่องรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ที่มีที่มาไม่ดี และเสนอให้แก้ไข โดยเฉพาะมาตรา 68, 23 และ 190 โดยมีความเห็นไม่เห็นด้วยในบางส่วน และเสนอให้ลดจำนวนสมาชิกวุฒิสภาเหลือ 150 คน และกำหนดให้สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งต้องมีคุณสมบัติอย่างน้อยปริญญาเอกหรือเทียบเท่า

พลตำรวจโท ยุทธนา ไทยภักดี สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พลตำรวจโท ยุทธนา ไทยภักดี ในฐานะของวุฒิสมาชิก แล้วก็มาอภิปราย ในฐานะที่เป็นสมาชิกรัฐสภานะครับ สำหรับกระผมเองนั้นขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ถ้าตามความเป็นจริงแล้วนั้นผมขอกราบเรียนว่าไม่เลวหรอกครับ ค่อนข้างดีพอสมควร ที่ผมกล่าวอย่างนี้ก็เพราะว่าการดำเนินการในการที่จะนำมาซึ่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น ส่วนใหญ่แล้วคณะ สสร. ดังกล่าวได้นำเอากฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาเป็นฐานอยู่แล้ว แต่ที่ไม่ชอบมาพากลก็เนื่องจากว่าคนที่นำมาดำเนินการในการยกร่างใหม่นั้น เป็นคณะปฏิวัติ คณะปฏิรูป เลยมองว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ มีที่มาที่ไปที่ไม่ค่อยชอบด้วยกฎ ระเบียบ ที่มามากนัก ฉะนั้นก็เลยเป็นที่มาเรื่องของการที่จะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไข ซึ่งหลายครั้งได้มีการเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมยกมือร่วมด้วยทุกครั้งเพราะอยากจะให้ รัฐธรรมนูญที่มาจากการปฏิวัตินั้นหมดไป อันนี้เป็นจุดด่างของรัฐธรรมนูญฉบับนี้

อีกอย่างหนึ่ง ทำไมถึงเกี่ยวข้องกับมาตรา ๖๘ มาตรา ๒๓๙ ดังที่มีการยุบพรรคนั้น ผมเชื่อว่าครั้งแรกนั้นขณะที่มีการปฏิวัติ คณะปฏิวัติ คมช. สนช. มีการแต่งตั้งบุคคลบางคณะ บางกลุ่มมาทำหน้าที่องค์กรอิสระ แล้วก็ดำเนินการหลายเรื่องหลายประการที่ไม่ค่อยชอบมาพากลนัก คือมี ๒ มาตรฐาน ๒ มาตรฐานก็เป็นเหตุทำให้บุคคลที่เกี่ยวข้องในเรื่องที่ถูก ๒ มาตรฐานนั้น เกิดความไม่พอใจ ยกตัวอย่างเช่นมีการยุบพรรคไทยรักไทย ในขณะซึ่งพรรคไทยรักไทย มีการจ้างคนไปลงสมัครนั้น ขณะนั้นไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับการยุบพรรคนะครับ แต่ปรากฏว่า มีการร่างเพื่อยุบพรรคไทยรักไทยได้ย้อนหลังด้วยครับก่อนที่จะมีดำเนินการ อันนี้เลยทำให้ เกิดความรู้สึกว่าไม่ชอบมาพากล ก็เป็นที่มาอีก ๒ ครั้งในการยุบพรรค ๓ ครั้งในการต่อมา ก็เอากฎหมายนี้มาใช้ต่อมาเพื่อให้มองว่าองค์กรอิสระบางองค์กรนั้นไม่ให้ความเป็นธรรม หรือว่าไม่มีมาตรฐานในการดำเนินการตามกฎหมายมากนัก อันนี้เป็นที่มาของการที่จะต้อง มีการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังดำเนินการนี่ครับ ผมเห็นด้วยหลายเรื่องที่ว่า ทำไมถึงต้องมีการแก้ เพราะว่าที่มาที่ไปนั้นไม่ค่อยชอบนัก แต่หลักการดีบ้างพอสมควร เพราะนำเอารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาใช้ อันนี้เป็นเรื่องที่ผมเห็นว่าน่าจะเป็นผลดีบ้าง แต่ก็ควรจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขเช่นเดียวกันครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะบอกว่ามาตรา ๑๙๐ ผมไม่เห็นด้วยในการแก้ครั้งนี้ เพราะครั้งที่แล้วก็แก้มานะครับ แก้ยังไม่ทันถึงปีหรือปีกว่า ๆ รัฐบาลที่แล้วนี่เอง อันนี้มาแก้อีกแล้ว แก้คล้าย ๆ กันนี่ ทำไมถึงแก้บ่อย คราวที่แล้วไม่พอใจหรืออย่างไร ก็ชุดนี้ละครับ ส.ส. ชุดนี้ ส.ว. ชุดนี้ละครับเป็นคนดำเนินการ แต่ก็มีการแก้อีกแล้ว ผมก็ไม่เห็นด้วย อันนี้เป็นเรื่องหนึ่ง ที่ผมไม่ค่อยเห็นด้วยนัก ซึ่งอาจจะมีบางอย่าง ทำไมคราวที่แล้วถึงไม่มีการแก้ไขมีการพูดกัน กลับมาแก้อีกแล้ว ซึ่งผมก็ไม่เห็นด้วยในมาตราดังกล่าวนี้นะครับ เกี่ยวกับเรื่องมาตรา ๑๙๐ ซึ่งอาจจะออกกฎหมายลูกได้ทำไมไม่ออก ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมไม่เข้าใจเหมือนกัน

ต่อไปมาตราอีกอันหนึ่งที่เกี่ยวกับเรื่องที่มาของ ส.ว. ซึ่งต้องการที่จะให้มี ส.ว. ถึง ๒๐๐ คน ผมไม่เห็นด้วย ผมอยากให้มีแค่ ๑๕๐ คน จะมาจากเลือกตั้งก็ได้ครับ ผมเห็นด้วย ที่จะไม่ให้มาจากการสรรหา ผมเห็นด้วย ผมเป็น ส.ว. ที่มาจากสรรหานะครับ แต่บอกว่า อยากจะให้เป็นประชาธิปไตยมาจากการเลือกตั้งผมเห็นด้วย แต่ถ้าจะให้ ส.ว. ที่มีคุณภาพ มีวุฒิภาวะสูงเป็นที่ยอมรับของประชาชน และเป็นที่ยอมรับของ ส.ส. หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือจาก ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว ผมว่าผมอยากจะเปลี่ยนกฎเกณฑ์คุณสมบัติ ของคนที่จะมาเป็น ส.ว. จากการเลือกตั้งได้ไหมครับ ขอเปลี่ยนจากว่าแทนที่จะจบปริญญาตรี อายุ ๔๐ ปีขึ้นไปสามารถลงสมัครได้ แล้วก็มีภูมิลำเนา ผมอยากจะให้ ส.ว. ทุกคนที่ต่อไปนี้จากการเลือกตั้งทุกจังหวัดมี ๑๕๐ คน แต่อยากให้มี คุณวุฒิการศึกษาปริญญาเอกขึ้นไป อาจจะดูรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ตลก ผมบอกว่าถ้าคุณสมบัติ ของ ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งมาจาก ๗๗ จังหวัดแล้วมาจากปริญญาเอกทุกคนตามเฉลี่ย ๑๕๐ คนก็ตามเฉลี่ยว่ามากน้อยแล้วแต่จำนวนประชากร แล้วผมเชื่อว่าคนที่เป็น ส.ว. ที่มา และมีคุณสมบัติดังกล่าวจะมีภาวะที่ค่อนข้างจะเป็นที่ยอมรับของสังคม เป็นที่ยอมรับของ ส.ส. ทุกวันนี้ผมดูว่า ส.ส. มอง ส.ว. พวกเราเหมือนกับว่าต่ำกว่า ผมไม่เข้าใจว่าคิดอย่างไร สิ่งเหล่านี้ อยากจะให้ ส.ว. ของเราทุกคนถ้ามาจากเลือกตั้งขอได้ไหมครับ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในจังหวัดนั้นก็ได้ ไปสมัครจังหวัดไหนก็ได้ คนไทยทุกคนต้องมีสิทธิเท่ากัน ขอให้เป็นดอกเตอร์ก็แล้วกันหรือไม่ ก็เทียบเท่าดอกเตอร์เทียบเท่าปริญญาเอกที่ไปลงสมัคร มา ๑๕๐ คนแล้วมีคุณภาพ ผมเชื่อว่า ภาพของ ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งก็จะทำให้เป็นที่ยอมรับแล้วก็เป็นสภาสูงได้ ทุกวันนี้ สภาสูงที่เราคิด ๆ กันเป็นเหมือนสภาต่ำ เหมือนสภาล่างไปแล้ว ฉะนั้นอยากจะให้เป็นสภาสูงจริง ๆ ก็อยากให้มีคุณสมบัติที่ค่อนข้างจะมีคุณภาพจริง ๆ อย่างน้อย ๆ ถ้าเกิดไม่เป็นปริญญาเอก ก็ปริญญาโทขึ้นไปแล้วก็มีคุณสมบัติเทียบเท่าปริญญาโทที่มีคุณสมบัติจบเนติบัณฑิตจบอะไร ให้ระบุให้ชัดเจน ผมว่าน่าจะทำให้การเลือกตั้งจากจังหวัดต่าง ๆ ดีขึ้น อันนี้ผมเห็นด้วย ในการที่จะให้มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ยุบไปเลย แต่หมายถึงว่าจะอยู่ครบอีก ๓ ปีหรือไม่ ก็เป็นสิทธิที่ท่านที่จะลงคะแนน เพราะว่าทุกวันนี้ที่ไปหลอกว่าจะให้อีก ๓ ปีอยู่ต่อ ผมว่าเป็น เรื่องชักจูงให้พวก ส.ว. สรรหาลงคะแนนให้ ยกมือให้ เพื่อให้ผ่านกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เท่านั้นเองก็เป็นเรื่องหนึ่ง ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ไม่อยากให้อยู่หรอก แต่อยากให้อยู่ก็เพราะว่า ถ้าไม่เขียนบทเฉพาะกาลอย่างนี้ไว้ผมเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ผ่าน ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่อยากจะ บอกว่าขอให้สมาชิกทุกคน ท่านประธานครับ ผมอยากจะให้ความเป็นธรรมกับ ส.ว. บ้าง โดยเฉพาะท่านประธานรัฐสภาก็ตาม ผมอยากจะให้ ๒ สภาถ้าแก้ไขต่อไป ๒ สภารวมกัน เป็นรัฐสภาทำไมประธานรัฐสภาถึงต้องมาจาก ส.ส. ทำไมไม่ให้ทั้ง ๒ สภาเลือกตั้งกันเองว่า ใครเป็นประธานรัฐสภากันแน่ ฉะนั้นบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญบอกไว้เลยว่าต้องมาจาก ส.ส. ผมว่าไม่ถูกต้อง เพราะว่าคนที่อยู่ประชุมร่วมกันเลือกได้ว่าใครเป็นประธานรัฐสภา หลังจาก ที่มีการรวมกันแล้วก็เลือกประธานรัฐสภาเสีย ผมเชื่อว่านั่นเป็นธรรมมากกว่าที่จะบังคับว่า ต้องมาจาก ส.ส. เท่านั้นเอง อันนี้ผมว่าไม่น่าจะถูกต้องมากนัก ฉะนั้นขอความเห็นใจว่า วุฒิสภาก็มีหัวใจ ก็มีคุณสมบัติ อยากจะทำความดีเพื่อประเทศชาติทุกคนครับ ขออนุญาต ที่จะรายงานให้กับที่ประชุมได้ทราบเท่านี้ครับ