ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยกล่าวถึงความจำเป็นในการแก้ไขและข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องการยุบพรรคการเมือง และเรียกร้องการแก้ไขอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ยังเสนอการสนับสนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 และขอขอบคุณที่ได้รับโอกาส
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ต้องขอบคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาสในการสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นไม่ใช่เพิ่งมี เฉพาะในการแก้ไขครั้งนี้ เรามีรัฐธรรมนูญมาแล้ว ๑๘ ฉบับ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นี้ ก็มีการแก้ไขมาเช่นกัน รัฐบาลชุดที่แล้วก็มีการแก้ไขเพื่อที่จะให้มีความคล่องตัว มีความเป็น ประชาธิปไตยมากขึ้น รัฐธรรมนูญเปรียบเสมือนเข็มทิศ เปรียบเสมือนเครื่องมือในการชี้นำ รัฐบาลในการเดินทาง การบริหารประเทศ ถ้าเข็มทิศไม่ดี เข็มทิศเกเรรัฐบาลก็มีปัญหา การบริหารบ้านเมืองก็จะดำเนินการไปไม่ได้ วันนี้พวกเราดีใจที่มีโอกาสได้มาร่วมแสดง ความคิดเห็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ มีการพูดคุยกัน ในหลายวงการว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้มีข้อบกพร่องหลายประการ พวกเราเองในฐานะ ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสมัยปี ๒๕๕๐ การลงประชามติพี่น้องประชาชน ๑๐ กว่าล้านคน บอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา ไม่ขอรับรองรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งที่เข้าใจว่าเมื่อลงประชามติไปแล้วก็จะมีการแก้ไขภายหลัง ประมาณ ๑๔ ล้านคน พวกเราในฐานะที่เป็นสมาชิกในระบอบประชาธิปไตยก็ยอมรับกติกา ก็อยู่ในกรอบกติกาของการใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ด้วยความฝืนใจ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมขออนุญาตที่จะต้องนำเรียนท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญที่มีข้อบกพร่องและจำเป็น ต้องมีการแก้ไขมีประเด็นอะไรบ้างที่มีความจำเป็น หลัก ๆ เลยก็คือในเรื่องของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่มีความชอบธรรม จริง ๆ แล้วต้องมีการแก้ไขทั้งฉบับ แต่อย่างไรก็ตามมันเป็นเรื่อง ที่ทุกฝ่ายมองต่างมุมว่าการแก้ไขทั้งฉบับนั้นเป็นไปด้วยความลำบาก ก็ย้อนกลับมาแก้ไข เป็นบางมาตราที่มีความสำคัญก่อน
ประเด็นแรก ที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือเรื่องรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขัดต่อ หลักนิติธรรม ขัดอย่างไรท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เปิดโอกาสให้ศาลรัฐธรรมนูญ ได้สั่งยุบพรรคการเมืองอย่างง่าย ๆ แม้มีคนบางคนที่เป็นคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งเชื่อได้ว่ากระทำผิด ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ใบแดง เมื่อกรรมการบริหารพรรคได้ใบแดง ถูกตัดสิทธิก็ส่งผลต่อการยุบพรรคการเมือง คนที่ไม่รู้ ไม่เห็นด้วย ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ เป็นกรรมการบริหารพรรค ถูกตัดสิทธิ ๕ ปี พรรคการเมืองถูกยุบ ท่านประธานครับ ส่งผลอะไรมากมาย พรรคการเมืองเป็นสถาบัน เป็นของพี่น้องประชาชน สมาชิกพรรคทุกคน คณะกรรมการบริหารพรรคบางคนเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถขาดโอกาสในการที่จะ บริหารบ้านเมือง เราเสียดายโอกาสเหล่านั้นที่บุคคลที่มีความรู้ความสามารถต้องถูกพักหยุด ยุติบทบาททางการเมืองไปถึง ๕ ปี ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งเหล่านี้ถ้าเทียบเคียงกัน เพื่ออธิบายความชัดเจนได้ง่ายขึ้น เปรียบเสมือนกับวัดประกอบไปด้วยเจ้าอาวาส พระ แล้วก็สามเณร ปรากฏว่ามีพระรูปหนึ่งไปกระทำผิดวินัยต้องถูกปาราชิกให้สึก แล้วก็จับสึก เจ้าอาวาสยุบวัด มันยุติธรรมหรือเปล่าครับท่าน เทียบเคียงกับโรงเรียนก็ได้ โรงเรียนมีครู บางคนที่เป็นฝ่ายบริหารไปทำผิดต้องยุบโรงเรียน ต้องตัดสิทธิผู้บริหารโรงเรียนทุกคน แล้วนักเรียนเขาอยู่ที่ไหน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จำเป็นจะต้องมีการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นต่อมาในเรื่องของมาตรา ๑๑๑ และมาตรา ๑๑๓ ที่เกี่ยวข้องกับที่มาของสมาชิกวุฒิสภา ผมกราบเรียนอย่างนี้ว่าตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๒ บอกว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย คำว่า ผู้แทนของปวงชนชาวไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ที่มานั่นต้องมาจากการเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มีการเลือกตั้ง ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น และมีส่วนร่วมในการเลือก ผมไม่ได้รังเกียจวุฒิสมาชิกที่มาจากการสรรหา เพราะบางท่าน มีความรู้ความสามารถ ไม่มีข้อขัดแย้ง แต่ที่มาของวุฒิสมาชิกระบุไว้ชัดเจนว่าต้องเป็น ตัวแทนของปวงชน เพราะฉะนั้นผมมองว่าในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญจากการสรรหา วุฒิสมาชิกบางส่วนนี่จำเป็นต้องมีการเลือกตั้ง ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ถึงวิธีการเลือกตั้งนิดหนึ่งว่าในส่วนของการที่จะเป็นตัวแทนตามสิทธิของประชาชนแล้ว ประชาชนย่อมมีสิทธิเท่าเทียมกันในการแสดงความคิดเห็นและการใช้สิทธิ ผมฝากไปยัง คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะพิจารณาในเรื่องนี้ว่าเราไม่ได้พูดถึงวิธีการในการเลือกตั้ง และไม่ได้ระบุชัดเจนในรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขนี้ เดิมทีเดียวรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ มีการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกได้เพียง ๑ คน โดยอาศัยจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง ทั้ง ๆ ที่บางจังหวัด มีผู้ที่จะมีตำแหน่งจำนวนวุฒิสมาชิกมากกว่า ๑ คน ๒ คน ๓ คน ๕ คน ๑๐ คน ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่ผมกราบเรียนนี้หมายถึงว่าประชาชน ๑ คน เลือกวุฒิสมาชิกได้ ๑ คน ตามรัฐธรรมนูญเดิม ปี ๒๕๔๐ ที่ผมจะกราบเรียนก็คือว่า อบต. บ้านละ ๒ คน เขาก็เลือกได้ ๒ คน ตามกฎหมายท้องถิ่น เทศบาล ๒ คน ๓ คน เทศบาลตำบล ๖ คน เลือกได้ยกทีมทั้ง ๖ คน ไม่เรียงเบอร์ เลือกใครก็ได้ ๖ คน รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ สมัยเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรวมเขต ๓ คน ก็สามารถเลือกได้ทั้ง ๓ คน ผมอยากจะกราบเรียนไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญว่าในการพิจารณาเลือกตั้งวุฒิสมาชิก ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้นอย่าได้กีดกันประชาชน ให้เขาเลือกได้ตามจำนวนที่มีในจังหวัดนั้น ๆ ต้องระบุในกฎหมาย ต้องระบุในรัฐธรรมนูญ เพราะจะเป็นความสง่างามของวุฒิสมาชิก เพราะถ้าคะแนนต่างกันมาก ๆ อย่างในกรุงเทพมหานคร บางคนได้เป็นเรือนล้าน บางคนได้เรือนพัน ความสง่างามมันไม่เกิด ความน้อยเนื้อต่ำใจมันมี เพราะฉะนั้นผมอยากจะฝากไปยัง คณะกรรมาธิการวิสามัญว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องหยิบยกมาพิจารณา
สุดท้ายท่านประธานที่เคารพครับ เรามีเรื่องที่จะต้องแก้ไขกันในรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ นี้มากมายเหลือเกิน แต่เวลาเราจำกัด ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานว่า เราให้การสนับสนุนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างเต็มที่ รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งฉบับที่ยังค้างคาอยู่ในขั้นวาระที่สาม ต้องขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาส ขอบคุณมากครับ