รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๖

พงษ์เทพ เทพกาญจนา เสนอร่างความตกลงการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนระหว่างไทยกับคูเวต และหารือเรื่องนี้ โดยเน้นย้ำถึงประโยชน์ของความตกลงนี้ต่อการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนไทย และเรียกร้องให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบการลงนามความตกลงดังกล่าว

นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พงษ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในนามของคณะรัฐมนตรีขอเสนอร่างความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลแห่งรัฐคูเวต ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๕ เพื่อขอให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาให้ความเห็นชอบการลงนาม และการดำเนินการให้มีผลบังคับใช้ ท่านประธานครับ กระผมขออนุญาตกราบเรียน เกี่ยวกับความเป็นมาของการจัดทำความตกลงฉบับนี้และรายละเอียดเนื้อหาโดยสรุป ดังนี้ครับ

ประเทศไทยและรัฐคูเวตได้บรรลุการเจรจาจัดทำความตกลงเพื่อการส่งเสริม และคุ้มครองการลงทุนระหว่างกันเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ และล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๕ รัฐบาลแห่งรัฐคูเวตได้แจ้งความพร้อมที่จะลงนามในร่างความตกลงฉบับนี้และพร้อมจะดำเนินการ ให้ความตกลงมีผลใช้บังคับ ความตกลงฉบับนี้เป็นหนังสือสัญญาระหว่างประเทศที่มุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุน ของทั้ง ๒ ประเทศว่าการลงทุนของตนนั้นจะได้รับการคุ้มครองที่เหมาะสมและเป็นไปตาม มาตรฐานสากล สอดคล้องกับหลักการการให้ความคุ้มครองการลงทุนภายใต้กฎหมายไทย ความตกลงฉบับนี้มีเนื้อหาสาระสอดคล้องกับกรอบการเจรจาความตกลงเพื่อการส่งเสริม และคุ้มครองการลงทุนระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่าง ๆ ที่ได้รับความเห็นชอบ จากรัฐสภาเมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๓ โดยขอบเขตของความตกลงจำกัดให้ความคุ้มครอง เฉพาะการลงทุนที่ได้รับความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษร โดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ ของภาคีคู่สัญญา ความตกลงนี้มีเนื้อหาสาระครอบคลุมหลายประเด็น เช่น การส่งเสริม คุ้มครอง และการเอื้ออำนวยการลงทุนระหว่างกัน การปฏิบัติที่เป็นธรรมเท่าเทียมกัน การคุ้มครอง การเวนคืน และการชดเชยค่าเสียหายจากการเวนคืน การโอนเงินลงทุน และผลตอบแทนโดยเสรี เป็นต้น ท่านประธานครับ กระผมขอกราบเรียนเพิ่มเติมว่าความตกลง เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนฉบับนี้จะเป็นประโยชน์และเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่ช่วยเพิ่มการลงทุนของรัฐคูเวตในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันกลุ่มนักธุรกิจรัฐคูเวตทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนได้แสดงความสนใจอย่างยิ่งที่จะร่วมลงทุนกับประเทศไทย เช่น สมาชิก ของสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมของรัฐคูเวต กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตและแปรรูปอาหาร และกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของรัฐคูเวต ซึ่งเป็นกองทุนที่เก่าแก่ที่สุดของโลกและรับผิดชอบ การลงทุนภาคการเงินของรัฐคูเวต นอกจากนี้รัฐบาลแห่งรัฐคูเวตยังมีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ที่มีมูลค่าการลงทุนประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ รัฐคูเวต ฉบับปี ๒๕๕๓ ถึงปี ๒๕๕๗ ซึ่งเป็นโอกาสดีครับท่านประธานที่บริษัทไทยที่มีความสนใจ จะได้ร่วมลงทุนในโครงการดังกล่าว ดังนั้นการลงนามความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครอง การลงทุนระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลแห่งรัฐคูเวตจึงเป็นประโยชน์ต่อทั้ง ๒ ฝ่าย และมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างภาพลักษณ์และบรรยากาศการลงทุนของประเทศไทย ปัจจุบันประเทศไทยให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์โลกมุสลิมและประสงค์จะเพิ่มพูน ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศมุสลิม การจัดทำความตกลงนี้กับรัฐคูเวตจะช่วย เสริมสร้าง ส่งเสริมยุทธศาสตร์โลกมุสลิมและเป็นประโยชน์โดยตรงต่อผู้ลงทุนของทั้ง ๒ ประเทศ ท่านประธานครับ ความตกลงฉบับนี้เป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งจะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนดำเนินการให้มีผลผูกพัน กระผมขออนุญาตกราบเรียนให้ทราบถึงการดำเนินการให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ดังนี้

มาตรา ๑๙๐ วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญกำหนดว่าก่อนที่จะแสดงเจตนา ให้ความตกลงมีผลผูกพัน ประชาชนต้องสามารถเข้าถึงรายละเอียดของหนังสือสัญญา และต้องมีการดำเนินการแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็ว เหมาะสม และเป็นธรรม กระผมขอกราบเรียนว่าตั้งแต่ปลายปี ๒๕๕๐ กระทรวงการต่างประเทศได้เผยแพร่ความรู้ ทางเว็บไซต์ (Web site) และจัดกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ความตกลง เพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนระหว่างไทยกับประเทศต่าง ๆ รวมถึงความตกลง ระหว่างไทยกับรัฐคูเวต เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ลงทุนและผู้ที่สนใจในโอกาสต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ ซึ่งทุกฝ่ายต่างสนับสนุนและเห็นประโยชน์ของความตกลงดังกล่าว

สำหรับประเด็นเรื่องผลกระทบที่ต้องเยียวยา กระทรวงการต่างประเทศ ได้จัดการประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนเพื่อขอความเห็นในเรื่องนี้ครับ โดยส่วนราชการที่เกี่ยวข้องยืนยันความเห็นว่าการดำเนินการให้ความตกลงเพื่อการส่งเสริม และคุ้มครองการลงทุนมีผลใช้บังคับจะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนหรือผู้ประกอบการ ขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทย แต่กลับจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการดึงดูด การลงทุนจากต่างประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนไทย

บัดนี้ รัฐบาลเห็นว่าเป็นช่วงเวลาอันเหมาะสมที่จะเสนอต่อรัฐสภา เพื่อพิจารณา ให้ความเห็นชอบการลงนามความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนระหว่างรัฐบาลไทย กับรัฐบาลแห่งรัฐคูเวต และดำเนินการให้มีผลใช้บังคับเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มปริมาณ การลงทุนระหว่างนักลงทุนไทยและรัฐคูเวตให้มากยิ่งขึ้น กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน