ตวง อันทะไชย แถลงว่า วุฒิสภาปฏิบัติตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 127 ที่ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการของแต่ละสภา และต้องการให้คณะกรรมการพิจารณาส่งผลงานที่มีประโยชน์ต่อประชาชนและรัฐบาล ตวง อันทะไชย ยังหารือเกี่ยวกับประโยชน์ของการมีวุฒิสภาและเรียกร้องการดำเนินการตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของประชาชน
ขอบพระคุณท่านประธาน ที่เมตตาผม ผมยกมือนานนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ถ้าท่านสมาชิกรัฐสภาใจเย็น ๆ หน่อยท่านจะรู้ว่าพวกเราสมาชิกวุฒิสภา กำลังปฏิบัติตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๗ ที่ท่านอ้างถึงนะครับ ท่านกลับไปดูดี ๆ ถ้าเราไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญไม่มาขออนุมัติต่อสภา ลองฟังมุมของผมอาจจะไม่เหมือนกับท่านก็ได้ เพราะเวลานี้บทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญเขียนเอาไว้มีเจตนาว่าถ้าเป็นสมัยประชุมสามัญทั่วไปนั้น ให้พิจารณาเฉพาะเรื่องใด ถ้าเป็นสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติให้พิจารณาเรื่องอะไร รัฐธรรมนูญก็เขียนเอาไว้อยู่ ๒ ประการ ผมไม่ต้องอธิบายมาก เขียนเอาไว้ว่าประการแรก ให้ทำตามหมวด ๒ ประการที่ ๒ ให้ทำเรื่องที่ท่านพูดถึงเรื่องสงคราม เรื่องเห็นชอบหนังสือสัญญา รับฟังคำชี้แจง การตั้งกระทู้ถาม มันไม่มีสงคราม วุฒิสภาทำตามหมดแล้วจนกระทั่งว่า เปิดประชุม ๒ วันคือวันจันทร์กับวันอังคารเราก็ทำหน้าที่ของเราจนไม่มีกฎหมายพิจารณาแล้ว ท่านประธานครับ วุฒิสภาเลยเห็นว่าเจตนาของรัฐธรรมนูญได้เขียนเอาไว้ว่าเว้นแต่เมื่อมี กระบวนการในการบริหารจัดการของแต่ละสภานั้นมีปัญหาต้องมาขออนุมัติต่อรัฐสภา เราจึงได้ไปตกลงกันว่าต้องมาขออนุมัติต่อรัฐสภาเพื่อทำหน้าที่ของตัวเอง ประเด็นของผม ก็คือว่า
ประการแรก ต้องกลับไปสู่หลักการและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญว่า สิ่งที่วุฒิสภาเสนอมีประโยชน์ต่อสภาหรือไม่ มีประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดินหรือไม่ เป็นประโยชน์ต่อประชาชนหรือไม่ เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลที่จะได้ชี้แจงผลงานตัวเองต่อสภา ต่อพี่น้องประชาชนหรือไม่ ท่านกลับไปสู่หลักการอันนี้ให้ได้
ประการต่อมา เมื่อมีประโยชน์อย่างนั้นแล้วมันขัดต่อรัฐธรรมนูญไหม ไม่ได้ขัด ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้ดูเป็นรูปธรรม กรณีเรื่องแรกรายงานการแสดงผลการดำเนินการ ของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ อันนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ถามก็คือว่า ถ้าเอาเจตนาตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๗ มาตั้งเป็นประโยชน์ต่อประชาชนไหม เป็น เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลไหม เป็น รัฐบาลจะได้ทบทวนการบริหารราชการแผ่นดินของตัวเอง มาฟังว่าความคิดเห็นของสภาคิดอย่างไร มีความคิดเห็นจะประเมินอย่างไร ก้าวต่อไปอย่างไร ที่อยู่ให้ครบเทอมวุฒิสภาไม่ติดใจ
ประการต่อมา มันเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนหรือไม่ เป็นครับ ประชาชน จะได้ฟังดูว่าเลือกเข้ามาเป็นฝ่ายบริหาร เลือกเข้ามาเป็นรัฐบาล มาเป็นฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ ของตัวเองสมที่รัฐธรรมนูญได้ให้หรือไม่ นั่นประการแรก ซึ่งวุฒิสภาเห็นตรงกันว่าเป็นประโยชน์ ต่อทุกฝ่าย ไม่ได้ขัดรัฐธรรมนูญเลย
ประการต่อมา ท่านประธานไปดูลำดับตั้งแต่ลำดับที่ ๒ ไปจนถึงลำดับที่ ๑๑ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าที่เราทำทั้งหมดนี้มันคืออำนาจหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญได้กำหนด เอาไว้ว่าสมาชิกรัฐสภานั้นจะต้องควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน สมาชิกรัฐสภา อันประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต้องมีหน้าที่ในการตรวจสอบ ติดตาม ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้ดูสักเรื่องก็ได้ที่เราเสนอเข้ามา เช่นการตรวจสอบ เรื่องธรรมาภิบาลในระบบพลังงาน ภาค ๓ ส่วนแบ่งรายได้จากการสัมปทานปิโตรเลียม นี่คือการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน นี่คือการชี้แจงให้กับประชาชนได้เห็นว่า วันที่ประเทศพม่าจะตัดก๊าซคนไทยจะเป็นอย่างไร เอาอีกตัวอย่างหนึ่งท่านประธานครับ อันที่ ๒ ที่ท่านบอกว่าไม่มีอำนาจหน้าที่นี่ละครับ การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญก็เป็นส่วนหนึ่ง นอกจากตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน ช่วยรัฐบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน เช่นกรณีวุฒิสภาให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อส่งเสริมฟื้นฟูกิจการลูกเสือแห่งชาติ มันคือเครื่องมือและหัวใจสำคัญในการกอบกู้ฟื้นฟูบ้านเมือง มันคือเครื่องมือที่จะนำสังคมไทย กลับไปสู่ความปรองดอง กลับไปนั่งพูดคุยกัน กลับไปนั่งสนทนากันเพื่อหาทางออกของประเทศ ซึ่งวุฒิสภาเห็นว่ากิจการลูกเสือเป็นเครื่องมือเดียวของประเทศที่จะนำพาผู้คนมานั่งคุยกัน ท่านประธานเห็นไหมครับว่ามันเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๗ ที่เขาเขียน อย่างงดงามว่าเมื่อไม่มีภารกิจตามนี้สามารถทำภารกิจอื่นได้ ผมจึงกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านสมาชิกรัฐสภาได้โปรดพิจารณาว่าสิ่งที่วุฒิสภาได้เสนอนี้เป็นอำนาจหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๗ เป็นประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชน เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลที่จะได้ทบทวนการบริหารราชการแผ่นดิน ของตัวเอง ขอบพระคุณครับ