บุญทรง รับข้อสังเกต มอบหมายทีมศึกษาแก้ไข

รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๖

บุญทรง เตริยาภิรมย์ รับข้อสังเกตและข้อเสนอแนะจากสมาชิก เพื่อมอบหมายให้ทีมงานศึกษาและดำเนินการแก้ไขอย่างเหมาะสม

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมาย ให้เป็นผู้เสนอกรอบการเจรจาเอฟทีเอไทย-ชิลีต่อรัฐสภา โดยรัฐบาลได้มอบหมายนะครับ ท่านประธานครับ กรอบการเจรจาหรือว่าหนังสือสัญญาอะไรก็แล้วแต่ที่จะทำให้มีผลผูกพัน ทางการค้าตามมาตรา ๑๙๐ ซึ่งกรอบเจรจาเอฟทีเอไทย-ชิลีนี้ก็เป็นฉบับหนึ่งที่จะต้องนำเข้าสู่ การพิจารณาของรัฐสภา โดยในวรรคสองของมาตรา ๑๙๐ ได้ระบุไว้ชัดเจนนะครับว่า ก่อนการดำเนินการจะต้องมีการเสนอกรอบต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบ ซึ่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ได้ระบุเอาไว้เช่นนั้น แม้ว่าการเริ่มต้นที่จะให้มีการพูดจาหรือว่าเจรจากัน ในเรื่องกรอบเอฟทีเอระหว่างไทยกับชิลีนั้นเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ ก็ตามในสมัยอดีต ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร แต่การดำเนินการทั้งหมดจะมาขมวดแล้วก็นำกรอบ ผ่านคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กนศ. กับผ่านคณะรัฐมนตรี เพื่อเข้ามาสู่รัฐสภาในปี ๒๕๕๓ ซึ่งก็อยู่ในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมา ดังนั้นก็กราบเรียนว่า เอกสารหลายชนิด หลายอย่าง เรื่องของการศึกษา เรื่องของการทำประชาพิจารณ์ ย่อมจะเกิดขึ้นก่อนที่จะมีการเสนอกรอบเข้าสู่รัฐสภาในช่วงปี ๒๕๕๓ เอกสารบางชนิดจึงไม่สามารถที่จะนำมาหรือว่าไม่สามารถที่จะเอามาเสนอในคราวนี้ได้ เนื่องจากว่าการนำกรอบการเจรจาเข้ามาเสนอต่อรัฐสภาในคราวนี้เป็นไปตามวรรคสาม ก่อนที่จะมีการไปลงนามให้มีผลบังคับใช้ ท่านประธานสภาที่เคารพ เหตุผลที่ท่านสมาชิก ทั้งหลายได้มีการอภิปรายในระยะเวลาตั้งแต่เดือนที่แล้วที่เสนอเข้ามาครั้งที่ ๑ แล้วก็ การอภิปรายไม่จบสิ้นตลอดจนมาถึงเช้าวันนี้ สิ่งที่กระผมสดับตรับฟังแล้วสรุปก็คงจะเป็น เรื่องมาตรการที่ท่านทั้งหลายได้ให้ความเป็นห่วงก็คือเรื่องของการเยียวยาผู้ที่ได้รับ ผลกระทบต่อการลงนามในสัญญาเอฟทีเอฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในอดีตได้มี การจัดตั้งกองทุนที่เรียกว่ากองทุนเพื่อจะดูแลผลกระทบจากการลงนามในสัญญาเอฟทีเอ ซึ่งในแต่ละปีที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ได้รับจัดสรร งบประมาณจากสำนักงบประมาณในจำนวนแตกต่างกันไปในแต่ละปี จะกราบเรียน โดยสรุปย่อ ๆ ก็คือว่าตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ มาจนถึงปี ๒๕๕๕ การใช้เงินงบประมาณ ในการดำเนินการดูแลหรือว่าให้ความช่วยเหลือต่อพี่น้องหรือว่าผู้ประกอบการที่ได้รับ ผลกระทบจากเอฟทีเอ การลงนามในสัญญาเอฟทีเอหลาย ๆ ฉบับนั้นมีปริมาณสูงถึง ๒๙๐ ล้านบาท และในปี ๒๕๕๖ นี้ทางกระทรวงพาณิชย์เองได้รับงบประมาณจัดสรร จากสำนักงบประมาณเป็นจำนวนเงิน ๕๕ ล้านบาท แล้วก็มีโครงการที่ขอรับความช่วยเหลือ ทั้งหมดประมาณ ๑๑ โครงการ ซึ่งถ้าหากรวมวงเงินที่ขอความช่วยเหลือมาแล้วจะมีประมาณ ๑๒๐ ล้านบาท แต่เนื่องจากว่าได้รับการจัดสรรงบประมาณมาเพียง ๕๕ ล้านบาทเท่านั้น ทางกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คงจะไปดูแล้วก็ดูความสำคัญเรียงตามลำดับนะครับ ก็จะดำเนินการในเรื่องนี้ต่อไป หากมีการลงนามในสัญญาและปรากฏมีผลกระทบมากกว่า ก็คงจะได้ไปของบประมาณจากสำนักงบประมาณในปีต่อไปเพื่อจะมาเยียวยาแล้วก็ช่วยเหลือ

ท่านประธานที่เคารพ เราคงหลีกเลี่ยงไม่ได้นะครับว่าการเจรจาเอฟทีเอนั้น มันเป็นเทรนด์ (Trend) มันเป็นทิศทางของการค้าของโลกในปัจจุบันและในอนาคต ท่านสมาชิกหลายท่านได้มีการอภิปรายว่าประเทศชิลีนั้นมีการลงนามเอฟทีเอหลายสิบฉบับ กับหลายสิบประเทศทั่วโลก ประเทศไทยก็อยู่ในข่ายที่ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงการค้าในระบบ ปัจจุบันแล้วก็ในอนาคต ดังนั้นการเจรจาเอฟทีเอก็เป็นเครื่องมืออันหนึ่งที่จะทำให้ประเทศไทย ยังสามารถคงศักยภาพแล้วก็ความสามารถในการแข่งขันทางการค้ากับประเทศอื่น ๆ ได้ต่อไป การเอฟทีเอไม่ว่าจะเป็นพหุภาคี ทวิภาคี หรือจะเป็นในรูปกรอบใดก็แล้วแต่ระหว่างภูมิภาค ต่อภูมิภาค หรือประเทศต่อประเทศมันก็จะมีผลทั้งทางตรงและทางอ้อมทั้งสิ้น ท่านสมาชิก หลายท่านได้อภิปรายว่าเจรจาเอฟทีเอในบางฉบับก็จะได้ผลในทางอ้อม บางฉบับก็ได้ผล ในทางตรงมากกว่า ซึ่งนั่นก็เป็นข้อเท็จจริงซึ่งรัฐบาลนี้และรัฐบาลที่ผ่านมา ตลอดจนรัฐบาล ที่จะมาในอนาคตก็คงจะต้องตระหนักนะครับว่าการดำเนินการเจรจาเอฟทีเอนั้นคงไม่สามารถ จะหลีกเลี่ยงได้ การเจรจาเอฟทีเอในแต่ละฉบับ แต่ละประเทศก็จะต้องยกเอาคุณสมบัติ ของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเกตเวย์อย่างที่ท่านอภิปราย คำว่า เกตเวย์ ก็คงหมายถึงประตู ทางการค้า ช่องทางทางการค้า ถ้าพูดตามภาษาชาวบ้านโดยทั่วไปนะครับ เพราะฉะนั้น มันไม่ได้หมายความว่าเมื่อเราระบุว่าใครเป็นเกตเวย์แล้วจะต้องใช้ประตูนั้นในการทำการค้า เพียงเท่านั้น ในความหมายกว้าง ๆ ก็คือว่าเมื่อการเจรจาเอฟทีเอสำเร็จเสร็จสิ้นลง ประเทศ คู่ค้าคู่สัญญาซึ่งจะได้ประโยชน์ในความตกลงเอฟทีเอระหว่างกัน สามารถดำเนินการ ทางการค้าผ่านประเทศคู่ค้าหรือว่าคู่สัญญาเหล่านั้นไปยังประเทศอื่น ในทางอ้อมเหมือนกับ ท่านสมาชิกวุฒิสภาได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่นะครับ ซึ่งผมเห็นว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ดำเนินการ กันโดยทั่วไป แล้วประเทศไทยเมื่อเจรจาเราก็วางโพซิชัน (Position) วางตำแหน่งของประเทศไทย เป็นเกตเวย์หรือว่าเป็นประตูสู่การลงทุนสำหรับอาเซียน เนื่องจากว่าเรามีความเข้มแข็ง ในอุตสาหกรรมหลายชนิดด้วยกันครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ผมต้องขอบพระคุณ ท่านสมาชิกหลายท่านที่ได้ให้ความเป็นห่วงต่อประเด็นที่จะมีการไปลงนามตามกรอบเอฟทีเอ ไทย-ชิลี แล้วก็ในประเด็นเรื่องของการเตรียมการที่จะให้การเยียวยาหรือว่าชดเชย ต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบ เรื่องนี้รัฐบาลจะขอรับเอาไปดูให้ละเอียดแล้วก็จะเอาไปดำเนินการ ให้รอบคอบเพื่อให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบนั้นได้รับการเยียวยาที่เหมาะสมตามเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญต่อไป

ส่วนในประเด็นเรื่องที่ท่านได้ตั้งข้อสังเกตแล้วก็ฝากมาหลายเรื่อง ก็ขออนุญาต รับไปเพื่อให้ทีมงานได้นำไปศึกษา แล้วก็เอาไปดำเนินการให้เหมาะสมและสอดคล้อง ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกครับ