รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๖

วีรวิท คงศักดิ์ หารือเรื่องการปรับปรุงกฎหมายและวิธีการทำงานเพื่อเตรียมการสำหรับการทำข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ชิลี และการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ตรงกับมาตรฐานโลก รวมถึงการป้องกันและปราบปรามการรับสินบนในธุรกิจจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภาแบบสรรหา ภาควิชาชีพ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอความตกลงการค้าเสรีระหว่างรัฐบาล แห่งสาธารณรัฐชิลีและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณทางรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ที่ทำเอกสารอย่างสมบูรณ์แบบและมีความชัดเจนส่งให้ทราบ ล่วงหน้า เราได้มีเวลาศึกษาแล้วก็น่าจะทำเป็นมาตรฐานในการที่จะส่งเอกสารเข้ามา พิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ของรัฐสภาทุกครั้ง ต้องขอขอบคุณไว้ครั้งนี้ด้วย แต่เมื่ออ่านในสาระแล้วผมมีความกังวลอยู่ ๒-๓ ประการที่จะต้องกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะในเรื่องของบทที่ ๑๐ การค้าบริการการเงินที่จะต้องมีความโปร่งใส เกี่ยวกับการกำกับดูแล เรื่องนี้บังเอิญเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเองวีโอเอ (VOA) ซึ่งเป็นวิทยุ เสียงอเมริกาได้รายงานเกี่ยวกับเรื่องของปัญหาความไม่โปร่งใสในการเคลื่อนไหวทางด้านการเงิน ของเรา คงทราบว่าเมื่อเดือนกุมภาพันธ์เราก็ต้องออกกฎหมายในเรื่องของการฟอกเงิน และสิ่งที่รัฐบาลต่างประเทศเขากังวลก็คือระบบของประเทศไทยในการที่จะควบคุมเงินตรา ออกนอกประเทศ เพราะเขาได้เปิดเผยว่าใน ๑๐ ปีที่ผ่านมานั้นมีเงินในข้อความเขาใช้คำว่า เงินสกปรก ก็คือเงินที่มาจากการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) ออกนอกประเทศไทย ไปเป็นเงินถึง ๖๔,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ ๒.๒ ล้านล้านบาท ซึ่งตัวเลขอันนี้ เป็นสิ่งที่ว่าถ้าเผื่อเรามีการทำข้อตกลงกับต่างประเทศแล้วกระบวนการในการเคลื่อนไหว ทางการเงินของเรายังมีปัญหาอยู่ ผมคิดว่าเราจะขาดความเชื่อถือศรัทธาจากต่างประเทศ และขณะเดียวกันก็คือว่ากระบวนการในการเตรียมการเรื่องของระบบการเงินที่มีความโปร่งใส ของเรานั้น อยากเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่ารัฐบาลได้มีการเตรียมการอย่างไร ในการที่เราไปทำข้อตกลงกับเขาแล้ว เราจะต้องมีการปรับปรุงกฎหมายหรือปรับปรุง วิธีการทำงานอย่างไร ซึ่งในการที่จะพัฒนาทั้งหมดนั้นเพื่อเตรียมการเราได้มีการเตรียม ด้านเอกสารมาเป็นเวลานาน แต่เมื่อจะลงตามข้อตกลงนั้นสิ่งที่ผมเป็นคำถามก็คือว่า การปรับปรุงระบบงานทางด้านการเงินที่มีความโปร่งใสนั้นได้ทำอะไรบ้าง

ประการที่ ๒ ก็คือการพัฒนาคนในระบบงานทางด้านการเงินและการบริการ ทางการเงินนั้นรัฐบาลได้ทำอย่างไร ในเรื่องของความสามารถและที่สำคัญก็คือในเรื่องของ ค่านิยมแห่งการซื่อสัตย์สุจริตของคนเราที่ไม่ไปเอาเปรียบคนอื่นเขา

ประการที่ ๓ ก็คือการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องนั้น เราเพิ่งปรับปรุง ในเรื่องของกฎหมายการฟอกเงินไป แต่มีกฎหมายอื่น ๆ หรือไม่ที่จะต้องมีการปรับปรุง เพื่อให้รองรับข้อตกลงในลักษณะที่เป็นมาตรฐานโลกเช่นนี้

ในประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องของปัญหาตามบทที่ ๑๑ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่มีความโปร่งใส สิ่งที่เราต้อง ยอมรับแล้วก็ในรายงานของวีโอเอซึ่งเป็นสื่อกระแสหลักของประเทศสหรัฐอเมริกาก็ได้ กล่าวหาว่าประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่มีเงินที่เสียในลักษณะเงินใต้โต๊ะ หรือเงินสินบนนั้นมาก ในปัจจุบันนั้นมีอัตราถึงร้อยละ ๓๐ ขึ้นไป กระบวนการตรงนี้คือสิ่งที่ทำลายระบบการค้าเสรี ของเราที่เราพบกัน ต่างประเทศเขามีความกังวลว่าเมื่อมาทำการค้ากับเรานั้นจะต้องเสียเงิน ใต้โต๊ะหรือสินบนมากน้อยเพียงใด ในเรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่ผมคิดว่ารัฐบาลควรจะต้องมี การเตรียมการในเรื่องของการป้องกัน ประเด็นสำคัญก็คือกฎหมายของเรายังไม่สามารถที่จะ ไปดำเนินการเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลไทยที่ไปรับเงินสินบนในต่างประเทศได้ ทั้งนี้เพราะว่าเรายังไม่ได้ดำเนินการแก้ไขกฎหมาย ๓ ฉบับที่อนุวัตการเพื่อให้เป็นไปตาม อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน กฎหมาย ๓ ฉบับนี้ได้ค้างอยู่ เมื่อตอนปิดสมัยประชุม แล้วขณะนี้รัฐบาลก็ยังไม่ดำเนินการที่จะส่งเข้ามา ปัญหาที่เกิดขึ้น ก็คือเมื่อคนไทยได้รับสินบนแล้วจะไม่ได้รับความผิดตามกฎหมายไทย อันนี้เป็นจุดหนึ่ง ซึ่งทำให้เราไม่สามารถแก้ไขปัญหาการรับสินบนของเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ เพราะฉะนั้น เมื่อเราไปมีข้อตกลงกับประเทศสหรัฐอเมริกา ต่างประเทศอย่างเช่นกรณีของประเทศชิลี ซึ่งมีข้อที่มีความชัดเจนว่าการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของเรานั้นจะต้องมีความโปร่งใส มีความคุ้มค่าเงิน มีการแข่งขันอย่างเปิดกว้างและมีประสิทธิภาพ มีการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ความรับผิดชอบหรือขั้นตอนโดยชอบและการไม่เลือกปฏิบัติในขั้นตอนการจัดซื้อของรัฐ ซึ่งทั้งหมดนี้รวมความก็คือเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างอย่างมีธรรมาภิบาลหรือการบริหาร กิจการบ้านเมืองที่ดี เรามีรัฐธรรมนูญที่ระบุตรงนี้แล้วกระบวนการของรัฐของเรายังไม่ได้มี การปรับปรุง สิ่งที่ออกมาในกฎหมาย ป.ป.ช. ในมาตรา ๑๐๓/๗ ในเรื่องของการเปิดเผยราคากลาง และการแจ้งรายการใช้เงินงบประมาณผ่านกรมสรรพากรนั้น รัฐบาลก็ยังไม่ได้ดำเนินการ ในการออกเป็นมติ ครม. สั่งการให้หน่วยงานดำเนินการ เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ก็คงเรียนฝาก ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าในเมื่อเรามีข้อสัญญากับต่างประเทศแล้ว โดยเฉพาะเรื่อง ของการเงินและการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่มีธรรมาภิบาล กระบวนการปรับปรุงเรื่องของ ทั้งกฎหมายก็ดี เรื่องของระเบียบในการปฏิบัติก็ดี และสุดท้ายที่ผมคิดว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก ก็คือการสร้างค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริตของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไม่ยอมรับในเรื่องของ เงินสินบนหรือเงินใต้โต๊ะ หรือแม้กระทั่งสินน้ำใจก็ตามที่จะทำให้เกิดความไม่น่าเชื่อถือศรัทธา ของต่างประเทศนะครับ สิ่งที่เราไปทำข้อตกลงกันพวกนี้เมื่อมีความผิดพลาดในข้อกฎหมายแล้ว เราจะต้องมีความรับผิดชอบในการที่จะต้องถูกปรับเป็นจำนวนมากนะครับ เพราะฉะนั้น ก็เป็นความกังวลที่ผมคิดว่าการที่เราจะไปทำข้อตกลงกับต่างประเทศนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่สิ่งที่ประเทศไทย คนไทยทุกคนจะต้องเตรียมพร้อมเข้าสู่สากล ซึ่งมาตรฐานตามที่เราทำ กับประเทศชิลีอันนี้เป็นมาตรฐานที่อยู่ในกฎบัตรของอาเซียนที่เราจะต้องเข้าเออีซีในอีก ๒ ปี ข้างหน้า เพราะฉะนั้นกระบวนการตรงนี้น่าจะมีการปัดกวาดบ้านเราให้มีความซื่อสัตย์สุจริต ในเรื่องของการจัดซื้อจ้างที่มีความโปร่งใสและมีธรรมาภิบาล ขอบพระคุณครับ