บุญทรง เตริยาภิรมย์ เสนอความเห็นชอบความตกลงการค้าเสรีไทย-ชิลี เนื่องจากเห็นว่าไทยมีโอกาสได้รับผลดีทางเศรษฐกิจและเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความตกลงนี้ และเรียกร้องการสนับสนุนให้ที่ประชุมรัฐสภาให้ความเห็นชอบด้วย
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้นำเสนอความตกลง การค้าเสรีระหว่างรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐชิลีและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย หรือเรียกว่า ความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทย-ชิลี ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เพื่อให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ
การเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทย-ชิลี เกิดขึ้นจากการหารือ ระหว่างนายกรัฐมนตรีของไทย กับประธานาธิบดีของชิลีระหว่างการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ เอเปค (APEC) ครั้งที่ ๑๑ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๖
กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของ มาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๕๕๔ โดยการจัดทำกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทย-ชิลี ซึ่งรวบรวมความเห็นและข้อเสนอแนะของทุกภาคส่วน และได้รับความเห็นชอบจาก ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศหรือ กนศ. เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ต่อมาได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ และวันที่ ๑๕ กันยายน พศ. ๒๕๕๓ ตามลำดับ กรอบเจรจาดังกล่าว มีสาระสำคัญเพื่อเป็นการขยายโอกาสในการส่งออกสินค้าและบริการของไทย รวมทั้งโอกาส การลงทุนในชิลีเพื่อการส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ
กระทรวงพาณิชย์ได้มีการจัดจ้างการศึกษาความตกลงการค้าเสรีระหว่าง ไทย-ชิลี ซึ่งผลการศึกษาบ่งชี้ว่าการทำความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับชิลีจะทำให้เกิด การขยายการค้า การลงทุนระหว่าง ๒ ฝ่ายเพิ่มมากขึ้น ส่วนการจัดประชุมเตรียมการหารือ ร่วมกับภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำท่าทีการเจรจามีมาโดยตลอดตั้งแต่เริ่มมี การเจรจาจัดทำความตกลงดังกล่าวมากกว่า ๑๐ ครั้ง โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
ความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทย-ชิลี เป็นความตกลงที่มีกรอบกว้าง โดยรวม ข้อบทต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการค้าและการลงทุนในความตกลงฉบับเดียว ได้แก่ การค้าสินค้า พิธีการศุลกากร กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า มาตรการปกป้องและเยียวยาทางการค้า มาตรการสุขอนามัย และสุขอนามัยพืช มาตรการอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า การค้าบริการ การระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และ ความโปร่งใส ส่วนข้อบท การลงทุนจะมีการเจรจาภายใน ๒ ปีนับจากความตกลงมีผลบังคับใช้
โดยภาพรวม ท่ามกลางกระแสการแข่งขันในตลาดการค้าโลกอย่างรุนแรง ประกอบกับวิกฤติเศรษฐกิจในสหภาพยุโรป การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และการเติบโตระดับ ปานกลางของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาก่อให้เกิดผลกระทบ ทำให้ปริมาณการส่งออกของไทย ขยายตัวไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ดังนั้นการเสาะแสวงหาตลาดใหม่ ๆ ในทวีปอเมริกาใต้ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจของไทย เพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพา คู่ค้าประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป ซึ่งชิลีถือเป็นคู่ค้าอันดับที่ ๓ ของประเทศไทย ในภูมิภาคลาตินอเมริกา รองจากบราซิลและอาร์เจนตินา ในขณะที่ปี ๒๕๕๕ ชิลีมีการเติบโต ทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในบรรดาสมาชิกโออีซีดี (OECD) ทั้ง ๓๔ ประเทศ ดังนั้นการเจรจา จัดทำความตกลงการค้าเสรีในระดับทวิภาคีกับชิลีจึงมีวัตถุประสงค์เพื่อการขยายการค้า และการลงทุนระหว่างกันให้มากขึ้น และเป็นเกตเวย์ (Gateway) สู่การขยายเครือข่าย ทางการค้าการลงทุนอย่างกว้างขวางไปกับประเทศอื่น ๆ ในทวีปลาตินอเมริกา และประเทศ ในภูมิภาคอื่นทั่วโลก ส่วนชิลีก็ได้กำหนดให้ไทยเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ เป็นฐานการผลิต กระจายสินค้าและตลาดไปยังประเทศในภูมิภาคอาเซียนเพื่อรองรับการเป็นประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนในปี ๒๕๕๘ โครงสร้างทางการค้าของไทยกับชิลีมีส่วนเสริมกัน โดยสินค้า ที่ไทยนำเข้าจากชิลีอยู่ในหมวดสินค้าทุนวัตถุดิบที่ผลิตจากทรัพยากรและวัตถุดิบทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นการนำเข้ามาเพื่อใช้ในการผลิตอุตสาหกรรมภายในประเทศ รวมทั้งการผลิตเพื่อบริโภค ภายในประเทศ และการผลิตเพื่อการส่งออก ส่วนชิลีนำเข้าสินค้าสำเร็จรูปจากไทย ในการเปิดตลาดสินค้าประเทศไทยจะได้รับประโยชน์ทันทีที่ความตกลงมีผลบังคับใช้ ได้แก่ ยานยนต์ ปลาแปรรูป ปลากระป๋อง โพลีเมอร์ (Polymer) เครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ วัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะปูนซีเมนต์ เม็ดพลาสติก ยาง ผลิตภัณฑ์จากยาง และอัญมณี เป็นต้น สำหรับสินค้าข้าวนั้นชิลีจะทยอยยกเลิกภาษีนำเข้าข้าวให้แก่ประเทศไทยภายใน ๕ ปี ซึ่งดีกว่าที่ชิลีเปิดตลาดข้าวให้กับเวียดนามและจีนเป็นต้น ในส่วนการเปิดตลาดสินค้า ของไทย ไทยจะยกเลิกภาษีสินค้าวัตถุดิบทันทีนับตั้งแต่วันที่มีการตกลงมีผลบังคับใช้ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของชิลีและไทยมีความต้องการนำเข้าอยู่แล้ว เช่น ทองแดง สินแร่เหล็ก เป็นต้น
ด้านการค้าบริการ ไทยเสนอเปิดตลาดการค้าบริการให้ชิลีในระดับที่ใกล้เคียง กับการเปิดตลาดของไทยภายใต้กรอบอาเซียน ข้อผูกพันการค้าบริการอาเซียน ชุดที่ ๘ ขณะที่ชิลีเปิดตลาดโดยอนุญาตให้ไทยเข้าไปลงทุนเกือบทุกสาขาบริการได้ถึงร้อยละ ๑๐๐ โดยตอบสนองข้อเรียกร้องของไทยในการเปิดตลาดเพิ่มเติมให้ไทยมากขึ้นเกินกว่าในกรอบ ดับเบิลยูทีโอ ได้แก่ บริการด้านกฎหมาย บริการให้คำปรึกษาด้านการออกแบบวิศวกรรม บริการด้านคอมพิวเตอร์ บริการค้าส่งค้าปลีก บริการเกี่ยวเนื่องภาคการผลิตรวมถึงมวยไทย ชิลีเปิดตลาดให้ไทยมากกว่าเอฟทีเออื่น ๆ ที่ชิลีเป็นภาคี นอกจากประโยชน์ด้านการตลาด การค้าและบริการแล้วความตกลงยังช่วยให้เกิดการอำนวยความสะดวกทางการค้า ในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ในด้านกฎระเบียบทางเทคนิคต่อการค้า สุขอนามัย และสุขอนามัยพืช อย่างเป็นระบบ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้าให้กับผู้ประกอบการมากยิ่งขึ้น
ผลกระทบที่คาดว่าจะได้รับ การจัดทำความตกลงทางการค้าเสรีระหว่าง ไทย-ชิลีถือเป็นหนึ่งในแผนปฏิบัติการภูมิภาคลาตินอเมริกา ปี ๒๕๕๕-๒๕๕๙ ซึ่งส่งเสริม และกระชับความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจระหว่างกัน ความตกลงดังกล่าวจะเป็นปัจจัยเสริม ในการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างกันในการเป็นฐานการผลิตการกระจายสินค้าไปยัง ภูมิภาคอาเซียนของชิลี และชิลีเป็นฐานการกระจายสินค้ารวมถึงการผลิตให้ไทยในภูมิภาค ลาตินอเมริกา ด้านการเปิดตลาดคาดว่าไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจไทยมากนักในสินค้าเกษตร ที่ชิลีมีศักยภาพ ได้แก่ องุ่นสด และสินค้าปลาสดแช่แข็ง จะเป็นการนำเข้าทดแทนสินค้า นำเข้าจากประเทศอื่นหรือหันเหการนำเข้าไม่ใช่การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ภายใต้กรอบเอฟทีเอไทย-ชิลีได้มีกลไกเรื่องการเยียวยาทางการค้าในกรณีที่มีสินค้าจากชิลี ทะลักเข้ามาไทยอย่างมากจนเกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมก็สามารถใช้มาตรการปกป้อง ในการขึ้นภาษีได้หรือมาตรการเซฟการ์ด (Safeguard)
ในด้านการเปิดตลาดการค้าบริการก็ไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากการเปิดตลาด การค้าบริการของไทยให้กับชิลี เพราะไทยเปิดตลาดในระดับที่ใกล้เคียงกับการเปิดตลาดของไทย ภายใต้กรอบอาเซียนอยู่แล้ว ทั้งนี้ รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อรองรับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า โดยกระทรวงเกษตร และสหกรณ์รับผิดชอบบริหารกองทุน ปรับโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตรเพื่อเพิ่ม ขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ในขณะที่กระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบกองทุน เพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมและบริการที่ได้รับผลกระทบจาก การเปิดเสรีทางการค้า
ในการจัดทำความตกลงฉบับดังกล่าว รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินการต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๕๕๔ โดยกระทรวงได้ ดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลอย่างละเอียดของการเจรจา จัดทำความตกลงในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การจัดทำเอกสารเผยแพร่รวมถึงการเข้าร่วม การสัมมนาต่าง ๆ เพื่อเผยแพร่ผลการเจรจา
จากหลักการและเหตุผลที่ได้กล่าวมา กระผมจึงเห็นว่าการที่ไทยเข้าร่วม ในความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทย-ชิลีจะก่อให้เกิดผลดีทางด้านเศรษฐกิจต่อประเทศ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเพื่อให้เป็นไปตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๕๕๔ ผมจึงขอเสนอให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบความตกลงการค้าเสรีระหว่าง รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐชิลี ซึ่งหลังจากได้รับความเห็นชอบ จากรัฐสภาแล้ว ฝ่ายบริหารจะดำเนินการเพื่อเตรียมกระบวนการให้ทางฝ่ายไทยและชิลี ลงนามความตกลงการค้าเสรีไทย-ชิลี และจากนั้นจะดำเนินการภายในเพื่อรองรับ การมีผลบังคับใช้ตามความตกลงต่อไป ขอขอบคุณครับ