จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการป้องกันการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า และจัดทำฝายน้ำล้น อ่างเก็บน้ำในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า นอกจากนี้ยังเสนอการจัดตั้งอาสาสมัครหมู่บ้านปลูกป่า และเรียกร้องให้ประเทศพัฒนาแล้วลดอุตสาหกรรมที่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก และกำชับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจตรากวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้
กราบเรียนประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พันตำรวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดมุกดาหาร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กรอบการเจรจาของประเทศไทยสำหรับการประชุมกรอบอนุสัญญา สหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ ๑๘ ซึ่งรัฐบาลได้เสนอต่อรัฐสภา ในวันนี้เพื่อให้ความเห็นชอบ จากการที่ผมได้ติดตามข่าวทราบว่าคณะกรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อม แห่งสหภาพยุโรปได้ให้การสนับสนุนเงินช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาในการแก้ปัญหาโลกร้อน ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ ๖๖๐,๐๐๐ ล้านบาท และได้ขอความร่วมมือจาก ประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศญี่ปุ่นเพื่อให้เกิดศักยภาพสูงสุดในการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน เพราะฉะนั้นกรอบการเจรจาของประเทศไทยซึ่งเป็นอนุสัญญาประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศในด้านสิ่งแวดล้อม ดังนั้นประเทศไทย ก็ได้เซ็นสัญญาลงนามในอนุสัญญาตั้งแต่วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๓๕ ก็นับเป็นเวลา ๒๕ ปีที่ผ่านมา และได้ให้สัตยาบันเมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๓๗ ก็เป็นเวลา ๒๓ ปี และได้มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๓๘ ซึ่งก็เป็นเวลาผ่านมาแล้ว ๒๒ ปี โดยประเทศไทยมีสถานะ เป็นประเทศกำลังพัฒนา จะเห็นได้ว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้ประเทศไทยก็ได้มีการตัดไม้ทำลายป่า เพิ่มสูงขึ้นมาก ถึงแม้จะมีการป้องกันและปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดกฎหมาย ว่าด้วยการป่าไม้ได้มากก็ตามแต่ก็ยังมีการบุกรุกเพิ่มขึ้นอีกมาก โดยเฉพาะในปัจจุบันได้มีกลุ่มผู้บุกรุก ตัดไม้พะยูงในเขตป่าภาคอีสานและภาคเหนือ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านก็คือทาง สปป. ลาว อันนี้ก็ได้ให้ความคิดเห็นมาว่าทางราชการไทย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ป่าไม้และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่สามารถที่จะป้องกันและปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดได้อย่างเด็ดขาด จึงทำให้มี ปัญหาการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่าเพื่อเอาเป็นสินค้าลักลอบออกไปเป็นจำนวนมาก ดังนั้นสภาพป่าไม้ ในประเทศไทยลดลงเรื่อย ๆ ทำให้เกิดปัญหาภาวะโลกร้อนมากขึ้น ทำให้ฤดูกาลเปลี่ยนแปลงไป ฟ้าฝนที่เคยตกต้องตามฤดูกาลในปัจจุบันนี้ฝนก็ไม่ตกต้องตามฤดูกาล ฤดูฝนกลายเป็นฤดูแล้ง ฤดูแล้งกลายเป็นฤดูร้อน และฤดูหนาวก็มีระยะเวลาสั้นกว่าปกติในอดีต เพราะฉะนั้น กระผมจึงขอให้ทางรัฐบาลได้เน้นนโยบายส่งเสริมการปลูกป่าของพี่น้องประชาชน โดยกำหนด เงินค่าตอบแทนในการปลูกป่าและรักษาป่า สนับสนุนเงินงบประมาณในการจัดทำฝายน้ำล้น อ่างเก็บน้ำในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ในเขตอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อลดปัญหาโลกร้อน ลดการเผาป่าในฤดูแล้ง เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับพื้นดิน
ประเด็นที่ ๒ ก็คือให้จัดตั้งอาสาสมัครหมู่บ้านปลูกป่าและดูแลรักษาป่าชุมชน
ประเด็นที่ ๓ ตั้งข้อเสนอให้ประเทศที่พัฒนาแล้วลดอุตสาหกรรมที่ทำให้เกิด ก๊าซเรือนกระจกในการประชุมของรัฐบาลที่จะเข้าไปร่วมประชุมในครั้งนี้ ก็ขอให้ได้ตั้งข้อเสนอ ในที่ประชุมด้วย ให้ประเทศต่าง ๆ ที่พัฒนาแล้วลดโรงงานอุตสาหกรรมที่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก
ประเด็นที่ ๔ สนับสนุนประเทศที่กำลังพัฒนาให้แต่ละประเทศสนับสนุน ส่งเสริมให้ประชาชนในประเทศของตนเองปลูกป่า หรือปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้นให้มากขึ้น เพื่อจะได้ให้โลกใบนี้ของประชากรทั้งโลกทั้ง ๗,๐๐๐ ล้านคน ได้ลดความร้อนและลดก๊าซเรือนกระจก มนุษย์ทั้งโลกจะได้มีสุขภาพดีมีสิ่งแวดล้อมดีต่อไป เพราะฉะนั้นจากที่คณะกรรมาธิการ ด้านสิ่งแวดล้อมสหภาพยุโรปทั้งหลาย ๆ ประเทศก็ได้ตื่นตัวในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นรัฐบาลไทยก็ควรจะใส่ใจในเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะเห็นได้ว่าในปัจจุบันนี้ยางพารา ก็เป็นราคา อ้อยก็เป็นราคา มันสำปะหลังก็เป็นราคา ประชาชนก็ได้ทำการตัดต้นไม้ที่เคยเกิดอยู่ ตามธรรมชาติแล้วก็มีการปลูกยางพารา ปลูกมันสำปะหลัง ปลูกอ้อยเพิ่มขึ้น ยิ่งรัฐบาล ได้มีนโยบายส่งเสริมให้มีการรับจำนำข้าว รับจำนำมันสำปะหลัง แล้วก็ส่งเสริมให้มีการปลูกอ้อย ประชาชนเหล่านั้นก็บุกรุกป่าเพิ่มเติมขึ้น สิ่งที่อยากจะให้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แล้วก็เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า รวมทั้งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจตรากวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เนื่องจากว่าในสภาพปัจจุบันนี้เราก็รู้กันอยู่แล้วว่ามีประเทศยักษ์ใหญ่ ประเทศหนึ่งซึ่งมีวัฒนธรรมประเพณีส่งเสริมให้ประชาชนได้มีไม้พะยูงไว้ในบ้านเรือนของตน ไม้ดังกล่าวนั้นเป็นไม้มงคล ทุกหลังคาเรือนนี่ก็จะต้องให้มีไม้พะยูงไว้เพื่อจะได้พยุงเศรษฐกิจ พยุงฐานะครอบครัวให้มีความเจริญก้าวหน้า ให้ทำมาค้าขายได้กำไรดี เพราะฉะนั้นในขณะนี้ ทราบว่าไม้พะยูงมีราคากิโลกรัมละ ๕,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ก็อยากจะเรียกร้องให้ ทางรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้สั่งการกำชับให้ เจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตำรวจ ได้ร่วมกันปราบปราม จับกุมผู้กระทำความผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้เพื่อจะได้ลดโลกร้อนต่อไปนะครับ กราบขอบคุณครับ