วินัย สมพงษ์ พูดเรื่องการสนับสนุนกรอบการเจรจาไทยในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยืนขึ้นประท้วงและเรียกร้องให้กับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมใคร่ขอให้ การสนับสนุนกรอบการเจรจาของประเทศไทยสำหรับการประชุมกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ ๑๘ และกรอบการเจรจาของประเทศไทย สำหรับการประชุมรัฐภาคีพิธีสารเกียวโต สมัยที่ ๘ ท่านประธานครับ ถึงแม้ว่าความมุ่งมาดปรารถนา ขององค์การสหประชาชาติต้องการที่จะให้ภูมิอากาศของโลกไม่ร้อนขึ้น แล้วก็ต้องการที่จะให้ โลกของเราได้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยลง ๆ แม้นความมุ่งมาดปรารถนาขององค์การ สหประชาชาติจะมีมาแล้วกว่า ๒๐ ปีครับ ผมฟังแล้วฟังอีก ฟังแล้วฟังอีก ติดตามเรื่องนี้มา โดยตลอด แต่ความมุ่งมาดปรารถนาขององค์การสหประชาชาติใน ๒ เรื่องนี้พูดได้เต็มปากเต็มคำว่า กว่า ๒๐ ปีแล้วครับยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์ ตรงกันข้ามครับ คิดอย่างไรกลับได้ตรงกันข้าม อยากให้ โลกไม่ร้อนขึ้น แต่วันนี้โลกร้อนขึ้น ๆ ไม่มีใครปฏิเสธ วันนี้ต้องการให้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก น้อยลง แต่ว่าก๊าซเรือนกระจกที่กระจายอยู่ในโลกกลับมากขึ้น ๆ ไม่มีใครปฏิเสธ ถ้าเผื่อท่านใด ที่ได้ดูโทรทัศน์บีบีซี (BBC) หรือซีเอ็นเอ็น (CNN) เมื่อวันสองวันนี้ ท่านประธานครับ ในประเทศจีน ฝุ่น ควันฟุ้งกระจายมองไม่เห็นทัศนวิสัยข้างหน้า ๑๐๐-๒๐๐ เมตรนี่มองไม่เห็น ในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมาทัศนวิสัยที่มองไม่เห็นเนื่องจากฝุ่น จากถ่านหิน จากพอลลูชัน (Pollution) จากสิ่งแวดล้อม จากคาร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ ที่ฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ อย่างมากมาย มันมีอยู่แต่ในเฉพาะเมืองใหญ่ เช่น เมืองเซี่ยงไฮ้ เมืองปักกิ่ง แต่วันนี้มันทะลักล้น ไปถึงประเทศญี่ปุ่นครับ ซึ่งประเทศญี่ปุ่นก็คือต้นตำรับของพิธีสารเกียวโต ท่านประธาน ที่เคารพครับ เหตุที่กระผมให้การสนับสนุนประเทศไทยในกรอบการเจรจานี้หลาย ๆ ท่าน ก็คงได้กล่าวมาแล้วผมก็เห็นด้วย เราเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาไม่ค่อยได้เกี่ยวอะไรกับเขาหรอกครับ ประเทศที่ทำให้อากาศร้อนขึ้น ๆ ประเทศที่ผลิตก๊าซเรือนกระจกออกมามากมายมหาศาล ก็คือประเทศยักษ์ใหญ่ปลายใหญ่ ประเทศอุตสาหกรรม ประเทศที่อยู่ในทวีปยุโรป ทวีปอเมริกาก็ดี ประเทศจีนก็ดี อุตสาหกรรมในทวีปยุโรป ประเทศเหล่านี้คือประเทศ ที่ผลิตก๊าซเรือนกระจกแล้วก็ทำให้โลกร้อนด้วยกันทั้งสิ้น ประเทศไทยกำลังพัฒนา เราอยู่ นอกขอบข่ายนั้นแม้นถึงจะเป็นเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็แล้วแต่ผมก็ยังให้การสนับสนุน กรอบการเจรจา เพราะอย่างน้อยผมอยากให้รัฐบาล ผมอยากให้ตัวแทนประเทศไทยยืนขึ้นพูด ด้วยความสง่าผ่าเผยเสียงดัง ๆ ว่า เราขอมาโวย เราขอมาประท้วง เราได้รับผลกระทบกระเทือนมาก อันเนื่องจากอากาศร้อนขึ้น ๆ และคาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซเรือนกระจกออกมามากขึ้น ๆ ท่านประธานครับ เราจะลดได้อย่างไร ในเมื่อโลกวันนี้เน้นเรื่องอุตสาหกรรม การเกษตร อุตสาหกรรมใช้พลังงานทั้งสิ้น เกษตรดั้งเดิมที่ใช้สัตว์วัวควายเดี๋ยวนี้มองหายาก ในโลกนี้ ล้วนแต่ใช้เครื่องไม้เครื่องมือทางเทคโนโลยีที่สูงขึ้น ใช้พลังงาน ไม่ว่าจะเป็นถ่านหิน ดีเซล น้ำมันเตา แก๊ส รถยนต์มีมากขึ้น ๆ ประเทศไทยปีที่แล้ว ๑,๓๐๐,๐๐๐ คัน เป็นตัวผลิต ก๊าซเรือนกระจกด้วยกันทั้งสิ้นและเป็นผู้ใช้น้ำมันด้วยกันทั้งสิ้น เราจะลดสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร ในเมื่อในอากาศครับ มองแหงนไปบนท้องฟ้า ไม่ว่าจะในประเทศไทยหรือว่าทั่วโลกครับ เครื่องบิน บินว่อนอยู่เหมือนแมงเม่า เครื่องบินเหล่านั้น ไอพ่นสารพัดอย่างที่บินว่อนอยู่ในอากาศ ล้วนเป็นตัวผลิตก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ผลิตก๊าซเรือนกระจกให้คลุมโลกด้วยกันทั้งสิ้น ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ เมื่อก๊าซเรือนกระจกผลิตออกมา มากมายอย่างนั้น ผลตามมาก็คือหิมะละลายครับ เป็นที่ยอมรับ เป็นที่ประจักษ์ว่าภูเขาหิมะ ทางขั้วโลกใต้ก็ละลาย ตอนนี้บางประเทศระดับน้ำสูงขึ้น ๑-๒ เมตร อย่างประเทศออสเตรเลีย อย่างนี้เป็นต้น น้ำท่วม ผิวดินลดน้อยลงกระทบกระเทือนต่อสัตว์บกที่ใช้แผ่นดินเป็นที่พักอาศัย และฤดูกาลก็ผิดเพี้ยนไป เพราะฉะนั้นกระผมจึงอยากจะให้รัฐบาลไทยเอาปัญหาเหล่านี้ ปัญหาของประเทศที่กำลังพัฒนา เอาปัญหาของปลาเล็ก ๆ อย่างเรานี่ครับ ไปกู่ก้องร้องตะโกน ในเวทีสหประชาชาติว่า เฮ (Hey) ยู (You) ไอ (I) กระทบกระเทือนมาก หยุดเสียที ถ้าเผื่อเรายังสุภาพเรียบร้อยอยู่ผมกราบเรียนนะครับว่าจะประชุมอีกกี่ครั้งกี่หนก็ไม่เกิดผล เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะให้เอาเวทีสหประชาชาติ เรื่องอย่างนี้ครับเป็นเวทีที่เราจะไปประท้วง ไปเรียกร้องให้กับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกซึ่งเป็นประเทศที่ด้อยพัฒนากำลังพัฒนาอยู่ ซึ่งประเทศ อย่างไทยผมกราบเรียนนะครับว่า วันนี้เราคงหวังพึ่งประเทศยักษ์ใหญ่อย่างประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างประเทศจีน อย่างประเทศอุตสาหกรรมในยุโรปนี้ ตกลงลดก๊าซเรือนกระจกหรือว่าทำให้ โลกร้อนน้อยลงนี่คงหวังได้ยาก เราคงจะต้องใช้หลักอัตตาหิ อัตตโนนาโถ นั่นก็คือทำอย่างไร ที่ต้นไม้บ้านเราจะไม่ถูกตัดทำลายให้เหลือน้อยลง ๆ ถ้าเผื่อเราไม่ช่วยตนเอง อย่าหวังว่า ประเทศยักษ์ใหญ่เหล่านั้นจะมาช่วยเรา เพราะฉะนั้นกระผมจึงขอกราบเรียนท่านประธานว่า ผมขอสนับสนุนกรอบการเจรจานี้และขอให้รัฐบาลไทยเอาเวทีนี้เป็นเวทีประท้วงเรียกร้อง เพื่อรักษาแผ่นดินของเรา ด้วยความเคารพอย่างสูงครับท่านประธาน