สุรศักดิ์ ศรีอรุณ หารือเรื่องการประชุมอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเรียกร้องให้รัฐบาลเตรียมข้อมูลที่เพียงพอในการเจรจา โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขภาวะเรือนกระจก โดยขอให้รัฐมนตรีแจ้งความชัดเจนเกี่ยวกับไนโตรเจนไตรฟลูออไรด์ และขอให้รัฐมนตรีช่วยชี้แจงเรื่องเงินทุนที่ได้รับ และการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ การประชุมกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ ๑๘ ที่เป็นสมัยที่ ๑๘ ก็เพราะว่าประเทศไทย ได้ไปให้สัตยาบันตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๘ ถึงบัดนี้ พ.ศ. ๒๕๕๖ ก็เป็นเวลา ๑๘ ปีพอดีครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเพราะว่าเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบค่อนข้างรุนแรงต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ สำหรับกรอบการเจรจาอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ ๑๘ นี้ ก็จะมีทั้งหมด ๑๓ หัวข้อด้วยกัน ความสำเร็จที่จะไปเจรจาผมคิดว่าคณะผู้ไปเจรจา ก็คงจะทราบแล้วก็ขึ้นอยู่กับขีดความสามารถของผู้ที่จะไปเจรจาและฐานข้อมูล ขีดความสามารถนั้น ผมไม่ห่วงเท่าไร เพราะมั่นใจว่าผู้ที่ทางรัฐบาลได้แต่งตั้งไปท่านก็คงจะคัดสรรผู้ที่รู้เรื่อง และติดตามเรื่องนี้ไปเจรจา แต่เรื่องฐานข้อมูลเป็นสิ่งซึ่งผมยังมีความกังวลอยู่และเดี๋ยว ผมจะเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีเป็นบางประเด็น
สำหรับหัวข้อที่จะไปเจรจาทั้ง ๑๓ หัวข้อนั้นทุกหัวข้อก็น่าจะเป็นประโยชน์ กับประเทศไทย น่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน มีข้อสังเกตอยู่เล็กน้อย ประเทศไทย เราไม่ได้อยู่ในบัญชีของภาคผนวกที่ ๑ เช่นเดียวกันประเทศจีนก็ไม่ได้อยู่ในบัญชีของภาคผนวกที่ ๑ ถ้าเผื่อท่านประธานเปิดในบัญชีภาคผนวกที่ ๑ และภาคผนวกที่ ๒ ท่านประธานก็จะไม่เห็น ประเทศจีน เราก็ทราบกันอยู่ว่าสภาวะเรือนกระจกประเทศไทยเราเป็นประเทศเล็ก อุตสาหกรรมในประเทศเราก็มีไม่มาก ผลกระทบอะไรต่าง ๆ ในการที่เราจะไปปล่อย ก๊าซเรือนกระจกมากเท่าประเทศจีนนั้นก็คงจะเทียบกันไม่ได้ แต่เมื่อประเทศซึ่งเขาใหญ่ขนาดนั้น และมีอุตสาหกรรมอย่างนี้นะครับ แล้วเขาไม่อยู่ในบัญชีนี่ก็แสดงว่าเขาได้มีการเตรียมการ และมีฐานข้อมูลว่าเขาควรจะเข้าไปร่วม หรือเขาไม่รวม หรือคอยจังหวะอย่างไร ประเด็นนี้ก็อยากจะฝากท่านรัฐมนตรีกับคณะผู้ไปเจรจาว่าเราอาจจะต้องหาข้อมูลว่าเหตุใด ประเทศจีนจึงยังไม่เข้าไปทุ่มเทเต็มที่ในเรื่องนี้ ทั้ง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชากรของเขาโดยตรง เราก็ทราบกันอยู่ในการแสดงสินค้าของเขาเมื่อคราวที่แล้วเขาก็อยากจะทำอุตสาหกรรม ให้เป็นประเทศสีเขียว แต่คิดว่าเราคงจะต้องใช้เวลานานที่จะทำให้เป็นเช่นนี้
สำหรับกรอบการเจรจาของประเทศไทยกับการประชุมรัฐภาคีพิธีสารเกียวโต สมัยที่ ๘ อันนี้ก็เช่นเดียวกันครับ เนื่องจากว่าเกิดขึ้นทีหลังเพราะว่าประเทศไทยได้ไปให้ สัตยาบันเมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๕ แล้วก็มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ถึงบัดนี้ ก็เป็นเวลา ๘ ปีพอดี พิธีสารนี้กรอบการเจรจาจะน้อยกว่า คือไม่ถึง ๑๓ ข้อ มีอยู่เพียงแค่ ๕ ข้อด้วยกัน
ข้อ ๑ นั้นเป็นที่น่าสนใจครับ เพราะว่าต้องการที่จะให้พันธกรณีนี้มีผลผูกพัน ในทางกฎหมาย คือถ้าเผื่อไม่มีผลผูกพันในทางกฎหมายท่านประธานก็คงจะทราบว่าเจรจาไปแล้ว ทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ แต่ก็เป็นที่น่าสนใจว่าในกรอบและขอบเขตการเจรจาที่กำหนดไปในข้อ ๒.๒.๔ ไปเขียนไว้ว่า สนับสนุนให้โครงการใช้กลไกที่ยืดหยุ่นภายใต้พิธีสาร เมื่อท่านประธานดูข้อ ๒.๒.๑ ซึ่งข้อ ๒.๒.๑ ที่ผมกราบเรียนแล้วว่าเขาต้องการที่จะให้มีผลผูกพันทางกฎหมายนะครับ แต่พอข้อ ๒.๒.๔ ให้ใช้กลไกที่ยืดหยุ่น ตรงนี้ก็จะเป็นสิ่งซึ่งคิดว่าเมื่อไปทำรายละเอียด ในการเจรจานั้นก็คงจะต้องดูให้ละเอียดว่าเขียนไปอย่างนี้แล้วมันขัดแย้งกันหรือไม่ ในพิธีสารเกียวโตฉบับนี้มีประเด็นที่น่าสนใจอยู่ประการหนึ่งก็คือว่าเขาได้กำหนดการแก้ไข ภาคผนวกบี (B) โดยเพิ่มเติมก๊าซไนโตรเจนฟลูออไรด์ ท่านประธานครับ ผมไปตรวจดูรายงาน สภาวะเรือนกระจกที่มีอยู่ในเอกสารประกอบการพิจารณา อยู่ในตารางที่ ๒ การปล่อยสุทธิ ของก๊าซเรือนกระจกจำแนกตามแหล่งกำเนิด ก็จะเห็นว่าก๊าซเรือนกระจกที่เราสำรวจ เมื่อปี ๒๕๕๓ เราก็จะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แล้วก็จะมีซีเอชโฟร์ (CH4) แล้วก็ เอ็นทูโอ (N2O) ทั้งหมดมันไม่มีไนโตรเจนไตรฟลูออไรด์อยู่ ก็ขออนุญาตเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีนะครับว่าเมื่อเราไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับไนโตรเจนไตรฟลูออไรด์ตรงนี้ ในการไป เจรจานั้นไม่ทราบว่าจะมีผลกระทบหรือว่าเราจะมีความพร้อมในการที่จะไปตกลงอะไร กับเขาหรือไม่ แล้วที่ผมอยากจะทราบลึกก็คือว่าอันนี้มันตัวเดียวกับก๊าซที่มาจากแอร์ (Air) หรือเปล่า ไนโตรเจนไตรฟลูออไรด์ตรงนี้นะครับ อันนี้ผมต้องขออภัยท่านประธานว่า ค้นคว้าไม่ทันครับ ไม่ทราบว่ามันเป็นจุดเดียวกันหรือเปล่าที่จะมานะครับ อย่างไรก็ต้องขอ ความชัดเจนเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนซึ่งฟังเรื่องนี้อยู่นะครับ
คำถามต่อไปที่อยากจะเรียนถามก็จะมีข้อเกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะไปเจรจา ทั้ง ๒ เรื่อง คือสืบเนื่องจากเรื่องนี้เราก็มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก ตั้งมานานแล้วนะครับ ใหม่ ๆ เมื่อตั้งทุกคนก็มีความหวังว่าจะมีเงินทุนหรือว่าทุน จากต่างประเทศมาให้ แต่เท่าที่ผมฟังดูเหมือนกับว่าไม่ค่อยได้มี ไม่มีนะครับ เพราะฉะนั้น ขออนุญาตเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าขณะนี้ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรครับ เงินทุนที่เราได้ จากต่างประเทศมีเพียงพอที่จะเอามาสนับสนุนหรือว่าเราจะต้องไปรบกวนผู้ประกอบ อุตสาหกรรมของประเทศไทยนะครับ
คำถามต่อไป ขอเวลาอีกเล็กน้อยนะครับท่านประธาน ไม่ทราบว่ารายงานแห่งชาติ บัญชีรายการปริมาณปล่อยก๊าซเรือนกระจก หลังจากปี ๒๕๕๓ แล้วเราทำทุกปีหรือเปล่าครับ เพราะเราไปประชุมปีหน้าปี ๒๕๕๖ เราเอาข้อมูลปี ๒๕๕๓ ไปประชุมนี่ผมไม่มั่นใจว่า จะได้ประโยชน์นะครับ
อีกคำถาม ท่านประธานครับ คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศแห่งชาติซึ่งตั้งตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ ๓ เมื่อปี ๒๕๕๔ ผมไม่แน่ใจว่ามีการประชุมหรือเปล่าครับ ขออนุญาตให้ท่านรัฐมนตรีช่วยชี้แจงว่า ได้มีการประชุมแล้ว แล้วก็เห็นชอบกรอบการเจรจาทั้ง ๒ กรอบนี้ ขอขอบคุณครับ ท่านประธาน