รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย หารือเรื่องกรอบการเจรจานำร่องที่สองสำหรับระบบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าของสมาชิกประชาคมอาเซียน เพื่อป้องกันการได้เปรียบเสียเปรียบในทางการค้า

นายวรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายในเรื่องกรอบการเจรจานำร่องที่สอง สำหรับ ดำเนินการระบบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าของสมาชิก ท่านประธานครับ ประชาคมอาเซียนนั้น เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นเป็นสิ่งใหม่ของภูมิภาคนี้ เพราะฉะนั้นเรามีการค้ากับประเทศสมาชิก อาเซียนมายาวนานพอสมควร แต่ว่ากรอบใหม่ที่จะเป็นประชาคมร่วมของ ๑๐ ประเทศนี้นั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าถ้าเราเป็นประชาคมอาเซียน ฐานการผลิตสินค้า แหล่งผลิต แล้วก็การค้าขายส่งสินค้าของประเทศสมาชิกนั้นเราต้องยอมรับว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ของสมาชิกอาเซียน เพราะฉะนั้นฐานต้องเท่าเทียมกัน ถ้าประเทศสมาชิกประเทศใดประเทศหนึ่ง ได้เปรียบหรือว่าเสียเปรียบจะทำให้ประเทศนั้นขาดทุน เพราะฉะนั้นเราต้องมีกรอบการเจรจาว่า สินค้าของแต่ละประเทศนั้นจะต้องมีแหล่งผลิตที่เป็นของประเทศตัวเองเท่านั้นจึงต้องมี กรอบการเจรจาแหล่งกำเนิดสินค้าของแต่ละประเทศของตัวเอง เช่นถ้าประเทศสมาชิก นำสินค้าของประเทศอื่นเข้ามาเช่นประเทศที่ใกล้ประเทศจีนก็นำสินค้าของประเทศจีนมาสวมรอย แล้วมาขายภายในประเทศสมาชิกได้เปรียบเสียเปรียบเกิดขึ้นทันที เราจะเห็นว่าสินค้า ประเทศจีนนั้นถูก ได้เปรียบประเทศอื่นทั้งหมดในโลกใบนี้วันนี้ ต้นทุนการผลิต ค่าแรงงานถูกกว่า เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าสินค้าจีนวันนี้ตีตลาดโลกแตกหมดครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกรอบการเจรจาถิ่นกำเนิดสินค้า สำคัญที่สุดอีกเรื่องหนึ่ง คือความเชื่อมั่น เราจะเห็นว่าสินค้าบางประเภทที่เกี่ยวกับอาหารเช่นสินค้าฮาลาล เราจะเห็นว่า สินค้าฮาลาลบางประเทศแหล่งผลิตมุสลิมทั่วโลกไม่ยอมรับ เพราะว่าบางประเทศ เป็นสินค้าฮาลาลแต่ว่ามีผลิตภัณฑ์อาหารเกี่ยวกับเนื้อสัตว์เนื้อหมูเข้ามาเจือปนอยู่ใน สินค้าฮาลาล นี่คือสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องให้มีแหล่งรับรองที่ชัดเจน ถ้าไม่ชัดเจน ความเชื่อมั่นแล้วก็มีการปลอมแปลงนำสินค้าที่อื่นเข้ามาขายในประเทศสมาชิกทำให้ ได้เปรียบเสียเปรียบครับ บางประเทศสินค้าเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหารครับท่านประธาน มีสารเคมีปนเปื้อนครับ หลายประเทศไม่รับผิดชอบต่อสิ่งปนเปื้อน สารปนเปื้อนเหล่านี้ เพราะฉะนั้นเราจำเป็น อย่างยิ่งครับว่าถ้าเรารับรองถิ่นกำเนิดสินค้า มีข้อตกลงที่ชัดเจนว่าประเทศไหนมีแหล่งผลิต ที่ส่วนไหนของประเทศหรือว่าการผลิตนั้นแต่ละประเทศผลิตอย่างไร กระบวนการผลิต เป็นอย่างไร ประกอบด้วยอะไรบ้างครับ มันต้องมีอยู่ในรายละเอียดของข้อตกลง เพราะวันนี้ เราจะเห็นว่าสินค้าอาหารของหลายประเทศที่เป็นสินค้าอุตสาหกรรม พี่น้องประชาชน บริโภคเข้าไปมีสารตกค้างเยอะแยะเลย สารปนเปื้อนเยอะแยะเลยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นเราต้องมีความชัดเจนเรื่องนี้ ถ้าไม่มีความชัดเจน มีความได้เปรียบ และเสียเปรียบขึ้นมาทันที เพราะฉะนั้นเราต้องแก้ไขกฎระเบียบของแหล่งผลิตแล้วก็ ถิ่นกำเนิด เพราะเราใช้มานานพอสมควรแล้วท่านประธาน วันนี้เราจะเห็นว่าหลายประเทศ มีการตื่นตัวเรื่องนี้สูงครับท่านประธาน รวมทั้งประเทศไทยด้วย เพราะฉะนั้นกรอบการเจรจา ผมขอฝากท่านรัฐมนตรีด้วยว่าการเจรจานั้นเราต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไม่เสียเปรียบ ประเทศสมาชิกครับท่านประธาน เราจะเห็นว่าบางประเทศเป็นทางผ่านของสินค้าประเทศ เพื่อนบ้านแล้วก็เอามาขายระบายในประเทศสมาชิกของอาเซียนก็มี เราต้องระวังครับ และเราต้องเข้มงวดจริง ๆ ครับท่านประธาน ไม่ใช่ว่าเรามีข้อตกลงร่วมกัน มีการดำเนินการ ลงบัญชีแล้วก็รับรองถิ่นกำเนิดสินค้า แต่ว่าการปฏิบัติเป็นสิ่งสำคัญครับ ผมฝากไว้ด้วยจริง ๆ ครับ ท่านประธาน การละเลยของเจ้าหน้าที่ต่อไปนี้จะต้องมีความรู้ มีความเข้าใจจริง ๆ ว่า ข้อตกลงที่เราไปทำไว้นั้นเป็นอย่างไร ได้เปรียบเสียเปรียบอย่างไร ถ้าเจ้าหน้าที่ที่เป็นสมาชิก ของแต่ละประเทศโดยเฉพาะประเทศไทยไม่เข้าใจเรื่องเหล่านี้ทำให้ประเทศนั้น ๆ หรือว่า ประเทศไทยจะเสียโอกาส เสียเปรียบประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศสมาชิกของประชาคมอาเซียน เพราะฉะนั้นวันนี้ประเทศไทยจะต้องให้ความรู้กับบุคลากรของกระทรวงพาณิชย์หรือว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ความรู้ทั่วถึงแล้วก็ให้รู้ทันครับ ไม่ใช่ว่าเจ้าหน้าที่ของเรารู้ไม่ทัน หรือว่าเจ้าหน้าที่ของเราไม่มีความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ เราจะเห็นว่าสินค้าบางอย่างเข้ามาขาย ในประเทศไทยไม่รู้ผลิตมาอย่างไร สินค้าเป็นอย่างไร พี่น้องประชาชนบริโภคไปแล้ว ก็มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ เพราะฉะนั้นวันนี้ขอให้ทางรัฐมนตรีหรือว่าเจ้าภาพในการดูแล เรื่องนี้เข้มงวดกวดขันดูแลให้อย่างเต็มที่ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน