วิทยา อินาลา หารือเรื่องการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (FORM D) ของอาเซียน และเรียกร้องให้ประเทศไทยออกเซอร์ติฟิเคท (Certificate) ด้วยตนเองเพื่อเพิ่มการค้าขายและลดขั้นตอนการอนุมัติ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องโครงการนำร่องการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า และเรียกร้องการความชัดเจนเกี่ยวกับความหมายของ "เธิร์ด คันทรี อินวอยซ์" และการเข้าร่วมโครงการของประเทศต่างๆ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม วิทยา อินาลา สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดนครพนม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมก็จะขออภิปรายในกรอบที่ ๒ และกรอบที่ ๓ ในเรื่องของตัวการออกหนังสือบันทึก ความเข้าใจระหว่างรัฐบาลของภาคีสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่เข้าร่วมในโครงการนำร่องที่สอง สำหรับการดำเนินการระบบรับรองถิ่นกำเนิด สินค้าด้วยตนเองของภูมิภาค และภาคผนวกระเบียบปฏิบัติในการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า และระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า และหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (FORM D) ของอาเซียนนะครับ สืบเนื่องจากเมื่อเช้านี้เราได้เห็นชอบกับพิธีสารเพื่อแก้ไข ความตกลงทางเศรษฐกิจอื่นที่เกี่ยวข้องกับการค้าสินค้าของอาเซียน หรืออาทิก้า ซึ่งอาทิก้านี่นะครับมีทั้งหมด ๙๘ ข้อ แล้วใน ๙๘ ข้อนี้ประเทศถิ่นกำเนิดหรือว่าฟอร์ม ดี ก็อยู่ในอาทิก้าด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อเราเห็นชอบกรอบใหญ่แล้ว กรอบย่อยต่อไปกระผมก็ว่า เป็นสิ่งที่ดีที่จะซัพพอร์ต (Support) ให้การทำงานเรื่องของการค้า เรื่องของประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนให้มันเกิดการคล่องตัวของประเทศสมาชิกทั้ง ๑๐ ประเทศ สิ่งแรก ที่เราจะต้องแก้ไขนั่นก็คือเรื่องของการออกประเทศถิ่นกำเนิดนำร่อง ประเทศถิ่นกำเนิด ด้วยตัวเอง หรือเราเรียกว่าเซลฟ์ เซอร์ติฟิเคชัน ผมว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้เกิดการทำการค้าขาย ของภาคเอกชน เกิดความสะดวกรวดเร็วขึ้น สาเหตุทำไมต้องเปลี่ยนตรงนี้ ครั้งแรกการเกิด การค้าเสรีของอาเซียนหรือว่าเอฟทีเอ ประเทศสมาชิกที่อยู่ในโครงการนำร่อง ๔ ประเทศ ซึ่งมีประเทศบรูไน ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ และประเทศไทยนี่นะครับ ตกลงกันแล้ว ว่าที่เข้ามานี่ถ้าคุณได้ฟอร์ม ดี หรือว่าถิ่นกำเนิดสินค้าซึ่งมีโลคัล คอนเทนท์ (Local content) หรือว่าตัววัตถุดิบที่ใช้ภายในประเทศมากกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป คุณได้ฟอร์ม ดี ขึ้นมา เมื่อได้ฟอร์ม ดี ขึ้นมาแล้วเวลาคุณส่งออกไปกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างเช่นประเทศสิงคโปร์ คุณก็จะได้อัตราภาษีพิเศษขึ้นมาก็คืออาจจะเป็น ๐ อย่างนี้ เพราะฉะนั้นตรงนี้เวลาเราจะขอ ฟอร์ม ดี ของแต่ละประเทศอย่างผู้ส่งออกของประเทศไทย โครงการที่ ๑ เขาบอกว่า คนที่จะได้ฟอร์ม ดี ก็คือผู้ส่งออกที่ได้รับอนุญาต ผู้ส่งออกที่ได้รับอนุญาตตรงนี้คือใครครับ ได้รับอนุญาตจากไหน หน่วยงานที่อนุญาตให้ส่งออกแล้วให้ได้ฟอร์ม ดี ก็คือหน่วยงาน จากกระทรวงพาณิชย์ก็คือกรมการค้าต่างประเทศ เพราะฉะนั้นผู้ส่งออกจะต้องยื่นความจำนง ขอส่งออกสินค้าซึ่งมีโลคัล คอนเทนท์ เกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ไปขอกับกรมการค้าต่างประเทศ และกรมการค้าต่างประเทศก็จะอนุมัติออกมาในรูปของฟอร์ม ดี เป็นแต่ละเคสบายเคส (Case by case) ไป ซึ่งบางครั้งการทำงาน การส่งออกต้องทำทุกครั้งมันเสียเวลา เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าเราบอกว่าต่อไปนี้เมื่อผู้ส่งออก ผู้ผลิตได้อนุญาตให้เป็นผู้ออก เซอร์ติฟิเคท (Certificate) ด้วยตัวเองก็จะสะดวกขึ้น เพราะฉะนั้นครั้งแรกผู้ส่งออก หรือผู้ผลิตไปขอกับกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เมื่อได้แล้ว อันที่ ๒ อันที่ ๓ อันที่ ๔ อันที่ ๕ ท่านออกเซอร์ติฟิเคทในอินวอยซ์ของท่านเองได้เลย เพราะฉะนั้นก็จึงตัดขั้นตอนตรงนี้ออกไป ตัดขั้นตอนตรงนี้ก็จะทำให้เกิดการค้าการขาย เพิ่มปริมาณมากขึ้นในประเทศของอาเซียน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะฝากท่านประธานผ่านไป ยังท่านรัฐมนตรีว่าเมื่อเราได้ตรงนี้ออกมาแล้วนี่ สภาให้ความเห็นชอบกับมาตรา ๑๙๐ ในการที่จะออกเซลฟ์ เซอร์ติฟิเคท ตรงนี้เองประเทศไทยจะเพิ่มมูลค่าการค้ากับประเทศ เพื่อนบ้านของอาเซียนอีก ๙ ประเทศ ชนะประเทศมาเลเซียได้หรือเปล่า เพราะฉะนั้น ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเรารู้ให้ท่านหมด เราให้ท่านอำนวยความสะดวกทุกสิ่งทุกอย่างหมด การค้าการขายของไทยเราก็ต้องได้เปรียบ ผมคิดว่าเราจะเป็นเบอร์ ๑ ได้ไหม ชนะประเทศมาเลเซียได้ไหม อันนั้นก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ด้วยนะครับ
อันที่ ๒ ผมอยากจะถามว่าในหน้า ๔ โครงการนำร่องที่หนึ่ง ประเทศบรูไน ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ และประเทศไทย ผู้ที่ได้รับสิทธิรับรองถิ่นประเทศกำเนิด ด้วยตนเองก็คือผู้ส่งออกที่ได้รับอนุญาต ก็คืออนุญาตจากกรมการค้าต่างประเทศมีผู้ผลิต หรือผู้ส่งออก แต่โครงการนำร่องที่สอง บอกว่าผู้ผลิตที่ได้รับอนุญาต เฉพาะผู้ผลิตเท่านั้น มันต่างกันอย่างไรตรงนี้ แล้วอีกอันหนึ่ง โครงการนำร่องที่สอง ทำบนอินวอยซ์เท่านั้น ไม่รับหลักการเธิร์ด คันทรี อินวอยซ์ (Third country invoice) คำว่า เธิร์ด คันทรี อินวอยซ์ หมายความว่าประเทศภาคีสมาชิกในอาเซียนไหม หรือประเทศภาคีสมาชิกของอาเซียน+๓ อาเซียน+๖ ตรงนี้ ก็อยากจะฝากถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยว่าความหมายจริง ๆ มันคืออะไรนะครับ
อีกประเด็นหนึ่ง เรื่องของตัวการรับรองถิ่นกำเนิดในอินวอยซ์กับรับรอง ถิ่นกำเนิดสินค้า โดยใช้หนังสือรับรองฟอร์ม ดี ที่เป็นฟอร์มของอาทิก้า ๒ อันตรงนี้ มันเป็นโครงการนำร่องที่หนึ่ง ก็คือออกฟอร์ม ดี โครงการนำร่องที่สอง ก็คือรับรองถิ่นกำเนิด สินค้า เขาบอกว่าประเทศใช้ได้เฉพาะสมาชิกอาเซียนที่เข้าร่วมโครงการแล้ว คือประเทศไทย ประเทศบรูไน ประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย เราร่วมโครงการครั้งที่ ๑ แล้วนี่ ถามว่า โครงการครั้งที่ ๒ ที่ สปป. ลาว ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศอินโดนีเซีย เข้าร่วม ประเทศไทย ต้องมาขอความเห็นชอบจากสภาตามมาตรา ๑๙๐ หรือไม่ ผมว่าไม่น่าจะเข้าด้วยซ้ำไปตรงนี้ เพราะว่าโครงการนำร่องครั้งที่ ๑ เราขออนุญาตแล้ว อันนั้นก็ฝากถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ โอเค (OK) ต่อกรอบ ๒ ได้ไหมครับท่านประธาน กรอบฟอร์ม ดี