คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช หารือเรื่องการทำข้อตกลงและพิธีสารด้านเศรษฐกิจของอาเซียน และเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและรัฐบาลประเทศอาเซียนให้ความสำคัญในการศึกษาวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การค้า การเมือง และสังคม นอกจากนี้ยังพูดถึงการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่กระทบต่อประเทศไทย และการผลิตพลังงานทดแทน เพื่อช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับประเทศต่าง ๆ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันขอบคุณท่านประธานที่ต่อให้มีผู้อภิปราย ในเรื่องนี้อีกเรื่องหนึ่ง โดยทั่วไปแล้วดิฉันก็เห็นด้วยนะคะว่าเราจะทำข้อตกลงและพิธีสาร ด้านเศรษฐกิจของอาเซียนที่จะถูกแทนที่ภายใต้ข้อ ๙๑ (๒) ของความตกลงอาทิก้า และพิธีสาร เพื่อแก้ไขความตกลงทางเศรษฐกิจอื่นที่เกี่ยวข้องกับการค้าสินค้าของอาเซียน ทั้งหลายนี้ ก็เพื่อประโยชน์ของประเทศอาเซียนร่วมกัน แน่นอนที่สุดประเทศไทยก็คงจะได้ประโยชน์ แล้วก็เสียประโยชน์ด้วยนะคะ ในการทำธุรกิจการค้าคงไม่มีใครได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ หรือเสีย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างไรก็ตามเท่าที่ฟังนะคะท่านประธาน ก็มีหลายคน เป็นห่วงเรื่องภาษีเป็น ๐ ภาษีเท่ากัน ความเท่าเทียม รวมถึงการกีดกันทางด้านที่ไม่ใช่ภาษี การตรวจโรค เชื้อโรคของพืช ของสัตว์อะไรต่าง ๆ ก็ได้กล่าวไปเกือบจะครอบคลุมหมดแล้ว แต่ดิฉันคิดว่ามีอีกด้านหนึ่งซึ่งเป็นด้านที่สำคัญมากค่ะ ขอฝากท่านประธานไปถึง ท่านรัฐมนตรีนะคะว่าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีค่ะ ซึ่งเท่าที่ฟังยังไม่มีใคร ได้กล่าวถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่อเศรษฐกิจการค้า การดำรงชีวิต การแข่งขันในด้านต่าง ๆ ดิฉันก็อยากจะหยิบยกเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมีความสำคัญนอกจากต่อเศรษฐกิจ ยังต่อสังคม และต่อการเมืองอีกด้วย รวมไปถึง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีผลต่อการชะลอการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ เมื่อพูดถึง การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ แน่นอนที่สุดมีกระทบต่อผลผลิตเกษตร แน่นอนที่สุด มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรม มีผลกระทบต่อการค้า จะเอสเอ็มอีหรือไม่เอสเอ็มอีก็ตาม ถ้ามีภัยพิบัติเกิดขึ้นอย่างคาดคิดไม่ถึง ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล หรือเกิดน้ำท่วม น้ำหลาก น้ำแห้ง น้ำแล้ง อะไรต่าง ๆ อันมีผลเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีก็มีส่วนที่จะช่วยชะลอสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ถ้ารัฐบาลไทยและรัฐบาล ประเทศอาเซียนให้ความสำคัญมาศึกษาร่วมกัน วิจัยร่วมกัน พัฒนาร่วมกัน เพื่อแก้ปัญหา ที่จะมีผลกระทบต่อเกษตร อุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ แล้วก็การดำรงชีวิตของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ คนแก่ คนรวย คนจน ย่อมจะถูกกระทบโดยพร้อมหน้าพร้อมตา เพราะฉะนั้น ถ้าความเป็นอยู่ สุขภาพอนามัยของประชาชนไม่แข็งแรงเพราะว่ามีโรคภัยไข้เจ็บ มีเชื้อโรค ที่เกิดขึ้นอุบัติใหม่ในโอกาสที่ดินฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลงไป นอกเหนือจากอาชีพแล้ว สุขภาพของคนก็ย่อมจะถูกกระทบด้วย แล้วเราจะเอาประชาชนที่มีความแข็งแรง มีความสมบูรณ์ มีความรู้ความสามารถไปสู้กับใครได้ในประเทศอาเซียน ไม่ต้องพูดถึงในโลกนี้นะคะ จึงเป็นเรื่องที่ดิฉันคิดว่าเราไม่ควรที่จะละเลย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีมันเปลี่ยนแปลงก้าวกระโดดอย่างมากมาย ประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนอาจจะมี ความรู้ความสามารถมากบ้าง น้อยบ้าง แตกต่างกันบ้าง แต่ถ้าเราจับมือร่วมมือกันเราก็ย่อม สามารถที่จะผลิตอะไรให้เป็นประโยชน์แล้วก็มีนวัตกรรมใหม่ ๆ ออกมาแข่งขันกัน อันนี้ ก็อยากจะฝากว่านอกจากสุขภาพแล้ว ด้านการศึกษาก็เช่นเดียวกัน แม้เราจะทันสมัย เรามีคอมพิวเตอร์ เรามีแท็บเล็ต แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคนไทยจะมีสมองที่เก่ง ที่ฉลาด ไม่ได้เป็นที่ประจักษ์ว่าถ้าคนใช้คอมพิวเตอร์เยอะ ๆ แล้ว นอกจากเล่นเกมบันเทิงแล้วจะทำให้ เขาเรียนหนังสือได้ดีขึ้นหรือเป็นคนดีขึ้น มีคุณธรรมจริยธรรมมากขึ้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ย่อมเกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน ซึ่งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ สังคม แล้วก็การเมือง เรามีการเมืองที่ดี ประชาชนก็ต้องมีความเก่ง ความดี และมีสุขภาพดี มีการศึกษาที่ดีร่วมไปด้วยค่ะ ก็ฝากเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่จะมีผลกระทบต่อ สิ่งที่เรากำลังคุยกันในวันนี้คือเศรษฐกิจอาเซียนภายใต้ความตกลงอาทิก้า สิ่งสุดท้าย ที่ดิฉันอยากจะขออนุญาตท่านประธานได้กล่าวถึง การที่เราจะทำการค้ากับใครก็ดี จำเป็นที่สุดค่ะที่เราจะต้องคิดถึงส่วนที่มีผลกระทบ ส่วนที่เราเสียเปรียบ โดยเฉพาะ ประเทศอาเซียนที่มีภูมิอากาศใกล้เคียงกัน เราผลิตของคล้ายคลึงกัน ถ้าใครสามารถผลิตของ ได้ดีกว่า สะอาดกว่า ถูกกว่า อย่างที่มีสมาชิกได้ยกตัวอย่างแล้วนะคะว่าผลิตอะไรของเขาก็เจ๊งหมด ผลิตแครอท องุ่น หรือว่าผลไม้ต่าง ๆ เราก็ขายไม่ออก เพราะว่าต่างประเทศเขามีเทคโนโลยีดีกว่า เขามีสิ่งต่าง ๆ ดีกว่าของเราก็เจ๊ง ก็ขายไม่ออกอยู่ดี
อีกประการหนึ่งที่สำคัญเกี่ยวกับการค้าและเศรษฐกิจของบ้านเมือง นอกจากเรื่องที่ ดิฉันพูดไปแล้ว คือการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่กระทบต่อทุกคนแล้ว เรื่องความเจริญก้าวหน้า ทางด้านเทคนิค การผลิต การท่องเที่ยว แล้วก็สำคัญที่สุดคือพลังงานค่ะ ประเด็นพลังงาน ก็จะเป็นประเด็นสำคัญในการที่จะแข่งขันกับประเทศต่าง ๆ ได้ ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เรามีผลิตผลเกษตรที่สามารถจะผลิตเป็นพลังงานทดแทนได้ เมื่อเรามีพลังงานที่สะอาด ในราคาที่ถูก เราก็สามารถที่จะแข่งขันกับคนต่าง ๆ ได้ แล้วนอกจากนั้นก็ยังจะช่วยทำให้ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศชะลอความร้อนของโลกได้มากขึ้น
ประการสุดท้ายค่ะท่านประธาน การเยียวยาผู้ที่ถูกกระทบ ดิฉันอยากจะให้รัฐบาล โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรี ผ่านทางประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีนะคะว่าเราพูดแต่บวก ๆ มีแต่ได้ ในโลกนี้คงไม่มีบวก ๆ ตลอดค่ะ มันจะต้องมีลบ ๆ ด้วย เพราะฉะนั้นผู้ที่ถูกกระทบ หรือผู้ที่ด้อยกว่าในด้านต่าง ๆ รัฐบาลต้องสำรวจค่ะ แน่นอนที่สุดเราไปต่อรองมาแล้ว เราก็คิดว่าเราได้ดีที่สุดแล้ว แต่ในความที่ได้มากที่สุดก็ยังมีส่วนที่ลบ และผู้ที่ด้อยโอกาส ด้อยทุกอย่างนี้รัฐบาลต้องให้ความสนใจไปดูแลเขา แล้วจะเยียวยาเขาได้อย่างไรบ้างดิฉันอยากจะให้ รัฐบาลให้ความสำคัญ เพราะว่าผู้ที่แข็งแรง เก่ง กล้า ก็จะออกไปต่อสู้ได้ ผู้ที่อ่อนและด้อย ก็จะถูกปล่อยทิ้งไว้ให้ล้าหลัง ผู้ที่เดือดร้อนก็จะต้องได้รับการเยียวยาที่เหมาะสม ดิฉันอยากขอให้ ทำไปพร้อม ๆ กันในระหว่างที่เรายังเจรจากัน แล้วก่อนที่เราจะเข้าสู่อาเซียนในปี ๒๕๕๘ หรือปี ๒๕๖๑ ก็ตาม ที่อีก ๔ ประเทศจะมาเข้าร่วม การแข่งขันก็จะมากขึ้น เพราะฉะนั้น ขอให้เยียวยา นอกจากเยียวยาแล้วเราก็ช่วยหาอาชีพอื่นหรือสิ่งอื่น ๆ มาทดแทนเพื่อให้ ผู้ด้อยโอกาสเหล่านั้นสามารถลืมตาอ้าปากมีอาชีพเลี้ยงดูครอบครัวเขาได้ ฝากประเด็นนี้ เป็นสำคัญค่ะ ทุกคนต้องได้รับการดูแลจากรัฐบาลไม่ว่าเราจะทำการค้ากับใคร เราจะเสียเปรียบ เราได้เปรียบอย่างไรก็ตาม ขอฝากไว้นะคะ กราบขอบคุณท่านประธานค่ะ