ตวง อันทะไชย หารือเรื่องความตกลงอาเซียน และเรียกร้องการเตรียมผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงข้อตกลงได้ โดยเฉพาะการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการแข่งขันในอาเซียน
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เบื้องต้นก็เห็นด้วยกับ รายการความตกลงพิธีสารเศรษฐกิจอาเซียนที่จะถูกแทนด้วยภายใต้ข้อ ๙๑ (๒) ประเด็น ของผมนี้ผมเห็นด้วยมาตลอดเวลา แต่ปัญหาของประเทศไทยที่ผ่านมานั้นผมกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ผ่านไปยังรัฐบาลว่าเราชอบจะไปทำข้อตกลงในอาเซียน อย่างภาคภูมิใจ และทุกครั้งทำความตกลงเรียบร้อยเราก็บอกเราภูมิใจมาก เราเป็นผู้นำ ในการทำความตกลง เช่น ความตกลงว่าด้วย ๘ สาขาวิชาชีพ เราบอกว่าเราเป็นแกนนำ ขณะที่เราเป็นแกนนำเราไม่เคยมาเตรียมพลเมืองของเราเข้าสู่ประชาคมอาเซียนเพื่อเข้าไปสู่ การแข่งขันได้เลย กรอบตกลงของอาทิก้าฉบับนี้เช่นกันครับท่านประธาน ในรายละเอียดนั้น ผมไม่ได้ติดใจ โดยเฉพาะเรื่องของภาษีศุลกากรที่เราบอกสุดยอดในการทำมาค้าขายร่วมกัน คำถามผมถามไปยังท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีก็คือว่า ท่านได้มีการเตรียมผู้ประกอบการ ทั้งรายย่อยแล้วก็เอสเอ็มอีอย่างไร รายใหญ่ผมไม่ห่วงในเรื่องมาตรการกีดกันทางการค้า ที่เรียกว่าอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีศุลกากร ท่านรัฐมนตรีทราบดี หรือที่นักวิชาการเรียกว่า เอ็นทีบี (NTB) น็อน แทริฟ แบร์ริเออร์ส (Non-Tariff Barriers) อันนี้เรื่องใหญ่ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานไปคุยกับผู้ประกอบการรายเล็ก ผู้ประกอบการรายย่อยท่านประธานจะพบว่า ผู้ประกอบการเหล่านี้แข่งขันแพ้ ผู้ประกอบการเหล่านี้ไม่สามารถเข้าถึงข้อตกลงที่เราพูดได้ ท่านประธานอาจจะถามผมว่าแล้วอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีศุลกากรที่มีผลต่อการที่จะแข่งขัน ในข้อตกลงของอาเซียนนั้น ลองยกตัวอย่างเป็นรูปธรรมได้หรือไม่ ถ้าท่านประธานไปถามผู้ประกอบการเขาจะบอกว่าอุปสรรคเหล่านี้คือเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลไทย ไม่เคยเตรียม ไม่มีหลักสูตรในการพัฒนาผู้ประกอบการ เช่น การจำกัดปริมาณนำเข้า การกำหนดชิ้นส่วน การกำหนดโควตา การกำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับสุขภาพ สุขอนามัย ความปลอดภัย หรือการกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างจากมาตรฐานสากล แต่ละประเทศ ทำได้ครับ หรือแม้แต่การกำหนดมาตรฐานด้านแรงงาน ด้านสิ่งแวดล้อม มาตรฐาน ที่กำหนดว่าสินค้าฉบับนี้ตามข้อตกลงของอาทิก้านี้จะผลิตจะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของ ประเทศนั้น เช่น จะผลิตโดยเด็กไม่ได้ นำเข้าไม่ได้ ผลิตโดยนักโทษไม่ได้ ผมเข้าใจว่า ท่านรัฐมนตรีทราบดีว่ามันมีหลายอย่างที่แต่ละประเทศได้กำหนดมาตรการที่เรียกว่าเอ็นทีบี อุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีศุลกากร แล้วก็เป็นปัญหาของผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีของเราเป็นอย่างมาก ผมเรียกร้องเพื่อใช้กลไกของอาทิก้าเป็นเครื่องมือ ในการเตรียมการ ท่านประธานไปดูหน้า ๒ ตอนท้ายครับ ความจริงอดีตท่านรัฐมนตรีได้พูด ถึงแล้วก็คือพิธีสารการรวมกลุ่มรายสาขาของอาเซียน ปี ๒๐๐๔ โดยเฉพาะสาขาเกษตรครับ สาขาเกษตรประกอบไปด้วยผู้ที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงและอย่างร้ายแรง น่ากลัวมาก ท่านรัฐมนตรีก็คือกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี กลุ่มที่ ๒ คือผู้ประกอบการรายย่อยเป็นรายจังหวัด ในภูมิภาคไม่ใช่อยู่กรุงเทพมหานคร ไม่ใช่รายใหญ่ คำถามผมก็คือว่ารัฐบาลได้เตรียมการที่จะ พัฒนายกระดับผู้ประกอบการรายย่อยเหล่านี้ให้เรียนรู้เท่าทันอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีศุลกากร เหล่านี้อย่างไร นอกจากเข้าใจมาตรการที่พูดถึง นอกจากได้ประโยชน์จากข้อตกลงที่เราทำ กับประเทศสมาชิกแล้ว
ประการที่ ๒ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณในการจัดการฝึกอบรมและพัฒนา ผู้ประกอบการรายย่อยเหล่านี้หรือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเหล่านี้ไปในภูมิภาคมีหน่วยงานใด ได้ทำเรื่องนี้หรือไม่ หรือว่าข้อตกลงที่ผ่านไปแล้วก็บอกเป็นข้อตกลง ถ้าท่านประธานไปดู ในรายละเอียดที่ชี้แจงต่อสภา เช่น โดยข้อตกลงของข้อ ๙๑ (๒) ของความตกลงอาทิก้านี้ จะไม่มีผลทำให้พันธกรณีหรือสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ของประเทศไทยเพิ่มขึ้นหรือลดลงแต่อย่างใด อันนี้ภาษา อันนี้เป็นเรื่องเอกสาร ท่านประธานครับ แต่ในข้อเท็จจริงที่เป็นภาคปฏิบัตินั้น ล้วนแต่เป็นปัญหาและอุปสรรคของผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ของประเทศไทยไม่ใช่อยู่ในข้อตกลงนี้ แต่มันอยู่ในมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีศุลกากร ประเด็นนี้ผมจึงฝากท่านประธานนอกจากเตรียมผู้ประกอบการเหล่านี้ให้ความรู้ ความเข้าใจ กับผู้ประกอบการเหล่านี้นะครับ รัฐบาลเองก็จะต้องให้ถือเป็นส่วนหนึ่งเวลาไปเจรจาความ เวลาไปทำความตกลงได้ย้ำเรื่องนี้ในเวทีของการเจรจาด้วยว่ามาตรการเหล่านี้มันคือส่วนที่ ทำให้ผู้ประกอบการไทยนั้นไม่สามารถแข่งขันเขาได้ มาตรการเหล่านี้มันคือส่วนทำได้ ผู้ประกอบการไทยไม่ได้ใช้ประโยชน์จากข้อตกลงอาทิก้าได้เลย ผมเรียนท่านประธานว่า ข้อตกลงนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งครับ มันมีหลายมาตรการ มันมีหลายข้อตกลงที่รัฐบาลเราเอง จำเป็นที่จะต้องเตรียมคนของเราให้พร้อม มีท่านสมาชิกหลายคนพูดถึงนอกจากเรื่องนี้ เรื่องภาษา ผมเรียกร้องผ่านท่านประธานตอนท้ายก็จะพูดทุกเวทีว่าถึงเวลาหรือยังที่รัฐบาลไทย ท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้อุตส่าห์กำหนดคำขวัญของประเทศไทยเข้าไปสู่อาเซียน ถ้าจะให้ เปลี่ยนแปลงแข่งขันจากข้อตกลงเหล่านี้ได้ถึงเวลาหรือยังที่จะเปลี่ยนหลักสูตรการเรียน การสอนภาษาอังกฤษประเทศไทยครับ หมดเวลาหรือยังที่จะเรียนแบบนี้ แต่เรียนภาษาอังกฤษ เพื่อการแข่งขัน เรียนภาษาอังกฤษเพื่อการเจรจา เรียนภาษาอังกฤษเพื่อที่จะให้ผู้ประกอบการ ทั้งรายเล็ก รายใหญ่ หรือคนไทยนั้นสามารถแข่งขันในอาเซียนได้ ต้องปรับหลักสูตร การเรียนการสอนใหม่ ท่านประธานครับ ผมฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ท่านจะตอบต่อสภาแห่งนี้ไปยังพี่น้องประชาชนว่าท่านได้เตรียมมาตรการอย่างไร จากผลกระทบของข้อตกลงอาทิก้า ข้อ ๙๐ (๒) ที่จะเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการรายใหญ่ ผมไม่ห่วง แต่ผู้ประกอบการรายเล็กและผู้ประกอบการรายย่อยที่เป็นเอสเอ็มอีนั้นน่าห่วง ท่านประธานครับ จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรี ขอบพระคุณครับ