รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

วัชระ เพชรทอง พูดถึงการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศที่อาจมีสารพิษหรือยาฆ่าแมลง ซึ่งอาจทำให้เกษตรกรไทยที่ปลูกพืชผักในประเทศได้รับผลกระทบ และอาจทำให้ประชาชนไทยเป็นมะเร็งในระยะยาว นอกจากนี้ยังพูดถึงการสนับสนุนการทำงานของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดงบประมาณในการจัดซื้อเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์สำหรับข้าราชการในการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนการที่คณะรัฐมนตรีได้มานำเสนอ รายการความตกลงและพิธีสารด้านเศรษฐกิจของอาเซียนตามข้อตกลงอาทิก้าและพิธีสาร ความตกลงทางเศรษฐกิจอื่นที่เกี่ยวข้องกับการค้าสินค้าของอาเซียนดังที่ท่านได้แถลงไปแล้วนั้น ท่านประธานครับ สารประโยชน์ต่าง ๆ ท่านอดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์ พลบุตร ก็ได้ให้คำแนะนำ ต่อทางรัฐบาลไปเป็นที่เรียบร้อย และรวมทั้งข้อท้วงติงจากท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย ท่านรัฐมนตรี ก็ต้องชี้แจง ท่านประธานครับ ผมจะใช้เวลาไม่นานนักในการที่จะอภิปรายในเรื่องนี้ เนื่องจากว่า ได้เป็นตัวแทนไปร่วมประชุมทั้งไอปา (AIPA) ที่ประเทศอินโดนีเซีย และไปร่วมประชุมกับ ต่างประเทศในฐานะที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดขึ้น ทั้งที่ประเทศกัมพูชาและประเทศพม่าหรือประเทศเมียนมาร์ ท่านประธานครับ การที่จะเปิดเสรี ดังกล่าวนั้นนับว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่อยากจะถามท่านรัฐมนตรีที่เคารพว่าอย่างกรณีเช่นที่ ประเทศกัมพูชา เจ้าหน้าที่ประเทศกัมพูชาได้บอกกับคณะผู้แทนไทยทั้ง ส.ส. และ ส.ว. รวมทั้งข้าราชการของไทยว่ามีข้าวของประเทศกัมพูชาประมาณ ๑,๕๐๐,๐๐๐ ตันไหลทะลัก เข้ามาร่วมโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ข้าวจากเขมรมาสวมสิทธิเป็นข้าวไทย แล้วมาจำนำตันละ ๑๕,๐๐๐ บาท สูงถึง ๑,๕๐๐,๐๐๐ ตัน ท่านจะรับผิดชอบอย่างไร หรือว่าโครงการดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้การยินยอม ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมได้อภิปรายไปนั้นเป็นเรื่องเดียวกัน เป็นเรื่องที่เราต้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชน และเงินงบประมาณของแผ่นดิน ถ้าเราปล่อยให้สินค้าจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศรอบบ้านของประเทศไทยเข้ามาสวมสิทธิใช้ในโครงการต่าง ๆ ผู้ที่เสียประโยชน์มากที่สุดก็คือประชาชนผู้เสียภาษีอากร ประชาชนชาวไทยและชาวนาไทย ที่ซึ่งไม่ได้รับการจำนำข้าวเกวียนละ ๑๕,๐๐๐ บาทอย่างเป็นจริง และมิหนำซ้ำยังมีข้าว จากประเทศกัมพูชาเข้ามาสวมสิทธิเป็นข้าวไทย ถ้าท่านไม่เชื่อให้ท่านถามข้าราชการของท่าน ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศ หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครัฐบาลที่ไปร่วมโครงการ ดังกล่าว ท่านประธานครับ นอกจากนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือว่าพืช ผัก ผลไม้จากต่างประเทศ ที่เข้ามายังประเทศไทยผ่านทางภาคเหนือลงมานั้น ปรากฏว่าไม่มีการตรวจสอบสารตกค้าง หรือยาฆ่าแมลงแต่อย่างใด มีการตรวจสอบหาเฉพาะศัตรูพืชที่อาจจะเกาะมากับบรอกโคลี หรือถั่วลันเตา เป็นต้น แต่สินค้าเหล่านั้น ท่านประธานที่เคารพครับ มีสารพิษตกค้าง ผักกาดหอม ผักกาดบางชนิดจากต่างประเทศที่เข้ามาในประเทศไทยนั้นวางไว้เป็นสัปดาห์ก็ยังไม่เน่า สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่ารัฐบาลควรจะต้องตรวจสอบอย่างเคร่งครัดเพื่อไม่ให้มีพืช ผัก ผลไม้ จากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยและมีสารตกค้าง เพราะจะทำให้พี่น้องประชาชน ชาวไทยทั้งประเทศเป็นมะเร็งในระยะยาวอย่างที่รัฐบาลไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ท่านประธานครับ และนอกเหนือจากนี้คือการที่จะทำให้พี่น้องเกษตรกรที่ปลูกกระเทียมก็เจ๊ง ปลูกแครอทก็เจ๊ง ปลูกถั่วลันเตาก็เจ๊ง ปลูกบรอกโคลีก็เจ๊ง เพราะว่ามีแต่พืชผักจากต่างประเทศทั้งนั้น ท่านประธานครับ ภายใต้การค้าดังกล่าวนั้นทำให้พี่น้องเกษตรกรไทยนับแสนนับล้านครอบครัว ในประเทศไทยได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากขายสินค้าไม่ได้ เพราะสินค้ามาจากต่างประเทศนั้น มีลักษณะที่สวยกว่า ใหญ่กว่าเพราะใส่ยาฆ่าแมลงมากกว่า แต่ว่าประชาชนไม่รู้ ท่านประธานครับ นอกเหนือจากนี้สิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างยิ่งก็คือการสนับสนุนการทำงานของกรมเจรจาการค้า ระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ท่านรัฐมนตรีที่นั่งเกาหัวอยู่นั้นท่านได้โปรดทราบเถอะครับว่า ข้าราชการของท่านที่ไปปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศใน ๒ ปีงบประมาณที่ผ่านมาได้ขอ สำนักงบประมาณในการจัดซื้อเครื่องไอแพดหรือเครื่องกระดานอิเล็กทรอนิกส์ ท่านประธานครับ ปรากฏว่าสำนักงบประมาณตัดทิ้งหมด สำนักงบประมาณไม่ให้งบประมาณในการจัดซื้อ เครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวในการไปเจรจากับต่างประเทศ คนระดับอธิบดีต้องหอบแฟ้ม หนาเป็นหลายกิโลกรัมเข้าห้องประชุม ในขณะที่ตัวแทนการค้าจากต่างประเทศในกลุ่มอาเซียน ถือเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อันเล็ก ๆ เข้าห้องประชุม ท่านประธานครับ กราบเรียนไปยัง ท่านรัฐมนตรีที่เคารพเพื่อได้โปรดประสานงานกับสำนักงบประมาณในปีงบประมาณที่จะถึงนี้ ได้โปรดจัดงบประมาณในการจัดซื้อเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวในเรื่องเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ให้กับข้าราชการกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ หรือกรมอื่น ๆ ที่มี หน้าที่ในการเจรจาเพื่อที่จะนำประเทศไปสู่เออีซีที่รัฐบาลโฆษณามากมาย แต่กลับเห็นว่า ข้าราชการของประเทศไทยเองเวลาเข้าประชุมกลับเข้าประชุมด้วยวิธีการเดิม ๆ เหมือนกับ ๕๐ ปีที่แล้ว ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นการทำงานของหน่วยงานรัฐจะต้องมีเครื่องมือ ที่ทัดเทียมกับต่างประเทศ อย่าปล่อยให้ข้าราชการไทยไปแบบอนาถาเพราะจะไม่สมศักดิ์ศรี และฐานะของประเทศชาติ ท่านประธานที่เคารพ นอกจากนี้สินค้าไทยยังเป็นที่นิยมอย่างยิ่ง ในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในประเทศกัมพูชาหรือประเทศพม่าต่างซื้อสินค้าไทย ใช้สินค้าไทย เพราะเชื่อมั่นในมาตรฐานสินค้าไทย เมื่อสินค้าไทยดีเราก็ต้องร่วมมือกันโฆษณาสินค้าไทย ขอขอบคุณครับท่านประธาน