อลงกรณ์ พลบุตร หารือเรื่องการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการ และการสนับสนุนจากภาครัฐในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการ โดยเน้นการพัฒนาการเกษตรในอาเซียน การสนับสนุนสหกรณ์เกษตร และการพัฒนาทักษะฝีมือเฉพาะด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยใน 77 จังหวัด และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างจริงจังและให้ความสำคัญกับนโยบาย แนวทาง งบประมาณ และบุคลากรในการสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย
ประการที่ ๒ ก็คือในเรื่องของการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการ ขออภัยต้องเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษว่า อังเทอรพรอเนอร์ชีพ ดีเวลอปเมนท์ (Entrepreneurship Development) เรื่องนี้สำคัญที่สุดครับ เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นเอสเอ็มอี หรือว่าบริษัทขนาดกลาง ไม่ต้องพูดถึงบริษัทใหญ่และบริษัท ขนาดยักษ์อันนั้นก็มีความพร้อมอยู่ แต่ว่าเอสเอ็มอีนี่ถือเป็น ๙๙.๙๕ เปอร์เซ็นต์ของวิสาหกิจ ๓,๐๐๐,๐๐๐ กิจการในประเทศไทยครับ และทุกครั้งเราจะมีเสียงบ่นเสมอว่ายังไม่พร้อม ๆ สิ่งที่ได้ดำเนินการและอยากให้รัฐบาลได้เร่งรัดและให้ความสำคัญก็คือการขยายดีบีดี อะคาเดมี (DBD Academy) การส่งเสริมขยายสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการ ซึ่งคราวที่แล้วมีแบบซัน คอลเลจ (Babson College) ซึ่งถือว่าเป็นสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงที่สุดนี้นะครับมาร่วมมือ กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตรงนี้ถ้าเราขยายไปได้ครอบคลุมทั่วประเทศโดยร่วมมือเป็น ๓ ภาษา คือ ภาควิชาการ ภาครัฐ ภาคเอกชนก็จะสามารถดูแลได้อย่างทั่วถึงและทางรัฐบาลก็สามารถ สนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่งไป
ประการที่ ๓ ก็คือเรื่องที่สำคัญมากไม่แพ้กัน ก็คือเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ความจริงข้อเสนอหลังสุดที่ยังไม่เห็นความสนับสนุนต่อเนื่องจากรัฐบาลชุดนี้ ก็คือสถาบันพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์แห่งชาติ ซึ่งดอกเตอร์จีระ หงส์ลดารมภ์ ได้เสนอเป็นหนทางสำคัญมาก ในการขับเคลื่อนผลักดันแผนพัฒนาธุรกิจแห่งชาติเพื่อรองรับในเรื่องของความตกลงทางการค้า อาทิก้า เอฟาส แล้วก็อาเกีย ในการก้าวสู่เออีซี
ประการที่ ๔ ก็คือการพัฒนาเกษตรกรทุกประเทศครับ โดยเฉพาะในอาเซียน ยกเว้นประเทศสิงคโปร์และประเทศบรูไน นอกนั้นล้วนแล้วแต่พึ่งพาฐานการผลิตด้านการเกษตร และประชากรที่อยู่ในภาคเกษตรนั้นล้วนแล้วแต่เกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ในภาคเกษตรของอีก ๙ ประเทศอาเซียนด้วยกัน เรามองแต่ผู้ประกอบการ มองเอสเอ็มอี แต่เราละเลยวิสาหกิจ ของเกษตรกร นั่นคือสหกรณ์ครับ สหกรณ์มี ๗ ประเภท เรียกว่าสถาบันพิทยาลงกรณ์ครับ ที่เป็นศูนย์อบรม แต่ปีหนึ่งได้งบจากรัฐบาลสนับสนุนเพียงแค่ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท จากสมาชิกสหกรณ์ ๑๐ กว่าล้านบาท วิสาหกิจสหกรณ์นั้นจะเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญที่อยากให้ทางรัฐบาลนั้น ได้เข้าไปดูแลเพราะว่าจะมีความเข้มแข็งมากขึ้นในการเข้าสู่การแข่งขันหลังจากที่ประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียนนั้นมีผล และทันทีที่ความตกลงการค้าอาทิก้าและพิธีสารและความตกลงทั้งหลายนี่ เขาจะต้องเกิดความรู้ ความเข้าใจการอบรมพัฒนาสมาชิกสหกรณ์โดยผ่านสหกรณ์ภายใต้สถาบัน พิทยาลงกรณ์และสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยเท่านั้น จึงจะทำได้อย่างกว้างขวางและทัน ต่อเหตุการณ์ภายใน ๒ ปีนี้ครับ
ก่อนสุดท้ายก็คือการพัฒนาทักษะฝีมือเฉพาะที่ขาดแคลน เราขาดแคลนครับ ทั้งที่เราประกาศเป็นดีทรอยท์ ออฟ เอเชีย (Detroit of Asia) แล้วเราก็ทำความตกลงในเรื่องของ อาทิก้า รวมทั้งอาเกีย และเอฟาสด้วย ก็คือสาขายานยนต์ ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งในส่วนนี้นั้น จะต้องเร่งรัดในการพัฒนาฝีมือแรงานอย่างเร่งด่วน เพราะว่าจะเป็นสาขาซึ่งท่านคงทราบว่า ภายใต้อาทิก้านั้นเราส่งออกภายใต้ ๓ กลุ่มสินค้านี้คิดเป็นสัดส่วนร่วม ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของการส่งออก ทั้งหมดของประเทศ แต่เรายังปล่อยให้เกิดการขาดแคลนในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นทันทีที่รัฐสภา จะให้ความเห็นชอบในความตกลงและพิธีสาร รวมทั้งรายการแนบผนวกเข้าไปภายใต้เซปท์ อาฟตา ตรงนั้นอย่างไรรัฐสภาให้อยู่แล้วครับ แต่ข้อกังวลตรงนี้ขอให้ท่านไปทำงานเป็นการบ้าน เพราะของจริงที่ได้รับผลกระทบคือข้อสังเกต ข้อกังวลที่ผมได้นำเสนอท่าน
สุดท้ายก็คือข้อ ๖ ผู้ประกอบการรายย่อยนั้นที่มีอยู่ใน ๗๗ จังหวัดนี่ครับ อย่ามอง เฉพาะกรุงเทพฯ อย่ามองเป็นกลุ่มคลัสเตอร์ (Cluster) แต่มองในลักษณะของแอเรีย เบส แอพโพรช (Area Based Approach) เข้าไปด้วย ก็คือ ๗๗ จังหวัด แนวตะเข็บชายแดนทั้งหมดเราติดกับ ๔ ประเทศ การค้าชายแดนเกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว ในกรอบการค้าชายแดนก็ดี นั่นหมายความว่าจังหวัดชายแดนทั้งหมด หรือว่าจังหวัดที่ติดทะเลทั้งหมด หรือจังหวัดที่อยู่ตอนกลาง ตอนในของประเทศ ๗๗ จังหวัดนั้น ควรจะต้องได้ผลประโยชน์จากความตกลงทางการค้า ไม่ใช่เฉพาะเมืองหลวง เมืองท่า เมืองนำเข้า ส่งออก เมืองค้า เมืองขาย เมืองพาณิชย์เท่านั้น เพราะฉะนั้นการที่เราจะได้ประโยชน์ตรงนี้ และกระจายความมั่งคั่ง โอกาสให้กับ ๗๗ จังหวัดนั้น ประการสุดท้ายก็คือว่าขอให้ท่านไป สานต่อเถอะครับ บิซ คลับ (Biz Club) สโมสรธุรกิจในระดับจังหวัดซึ่งริเริ่มมาแล้วหลายจังหวัดครับ วันนี้บางจังหวัดเข้มแข็งมากในการรวมกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดย่อม ที่อยู่แม้แต่ ที่เรียกว่า สตรีท เวนเดอร์ (Street vendor) พวกหาบเร่แผงลอยที่พอมีสหภาพรวมกลุ่มกัน เป็นบิซ คลับขึ้นมาในแต่ละจังหวัด เสร็จแล้วก็ร่วมกับดีบีดี อะคาเดมี ก็คือสถาบันพัฒนาธุรกิจ ก็ร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน แล้วก็บิซ คลับ ในการพัฒนาผู้ประกอบการ อันนี้ เราจะสามารถดำเนินการในการสร้างความเข้มแข็งแล้วก็แก้จุดอ่อนมาเป็นจุดแข็งอย่างที่ ทุกฝ่ายกังวลว่ารัฐบาลจะต้องออกแรงมากกว่านี้ แล้วก็ภายใต้การตกลงการค้านั้นมันเป็น ความท้าทายและเป็นโอกาสครับ ผมเองต้องเรียนท่านประธานในท้ายที่สุดว่ายินดีให้การสนับสนุน แต่ขอให้ทางรัฐบาลนั้นทำการบ้านให้หนัก ท่านรัฐมนตรีให้ความสำคัญทั้งในเชิงของนโยบาย แนวทาง งบประมาณ บุคลากร แล้วก็รับข้อสังเกตเหล่านี้ไป เพราะนี่คือการกลั่นกรองมาจาก ช่วงที่รับผิดชอบกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศในฐานะรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน เกือบ ๓ ปี แล้วก็ถ่ายทอดไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ บางเรื่องเป็นประโยชน์ ประเทศชาติมันไม่มีฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลหรอกครับ มีแต่ความร่วมมือกันและความท้าทาย ของการเป็นประชาคมอาเซียนนั้นมันเป็นความท้าทายที่คนรุ่นเราจะต้องทำให้ดีที่สุด เพื่อส่งต่ออนาคตให้กับคนรุ่นต่อไป ให้กับประเทศไทยในอนาคต ก็ขอท่านรัฐมนตรีได้กรุณารับไป อย่างจริงจัง แล้วก็ช่วยกรุณาตอบคำถามที่กระผมได้ตั้งคำถามไว้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ