ชรินทร์ หาญสืบสาย หารือเรื่องการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็น ประโยชน์ที่จะได้รับ และกรอบการเจรจา โดยเรียกร้องให้สภาให้ความเห็นชอบกรอบความตกลงนี้
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ ผม นายชรินทร์ หาญสืบสาย สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดตาก ผมก็ขอเป็นผู้หนึ่ง ที่จะขอร่วมอภิปรายกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป ในวันนี้นะครับ เวลามีอันจำกัดผมขอแยกการอภิปรายเป็น ๓ ประเด็น คือความจำเป็น ที่จะต้องมีการเจรจาประโยชน์ที่จะได้รับ แล้วก็เกี่ยวกับเรื่องกรอบการเจรจา
ประเด็นแรก เรื่องความจำเป็นที่จะต้องมีการเจรจา ที่จริงแล้วหลายท่าน ได้พูดไปแล้วนะครับ ซึ่งผมขอสรุปสั้น ๆ ว่าความจำเป็นที่จะต้องมีการเจรจาในประการแรก ก็คืออียูเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย คือเป็นคู่ค้าอันดับ ๔ แล้วก็เป็น ตลาดส่งออกอันดับ ๓ ของประเทศไทย มูลค่าการค้ารวมในปี ๒๕๕๔ ที่ผ่านมาสูงถึง ๑.๒ ล้านล้านบาท คิดเป็นเกือบร้อยละ ๑๐ ของการค้ารวมทั้งหมดของประเทศไทย ประการที่ ๒ ความจำเป็นในด้านการลงทุนนั้นอียูเข้ามาลงทุนในประเทศไทยสูงเป็นอันดับสอง รองจากประเทศญี่ปุ่น มูลค่าการลงทุนในปีที่แล้วสูงถึง ๑๐๐,๒๓๑ ล้านบาทนับเป็นฐาน ประเทศไทยจึงถือว่าเป็นฐานการผลิตที่สำคัญแห่งหนึ่งของอียู เพราะฉะนั้นเรามาคิดดูนะครับ ว่าโดยความสำคัญตรงนี้ ถ้าหากว่าเราไม่เข้าไปร่วมการเจรจาจะเกิดอะไรขึ้น นั่นก็คือว่า ในขณะที่เพื่อนอาเซียนของเราอีก ๓ ประเทศคือ ประเทศเวียดนาม ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ เขาอยู่ระหว่างการเจรจาแล้ว โดยเฉพาะประเทศสิงคโปร์นั้นเขาก็ใกล้จะเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราไม่ร่วมเจรจาหรืออยู่ในขบวนการนั้นขีดความสามารถต่าง ๆ ที่เราเคยสูงเป็นฐานการผลิตสำคัญของสหภาพยุโรป แล้วก็เป็นคู่ค้าของสหภาพยุโรป มันก็จะหมดไปทันทีเลย เพราะว่าสหภาพยุโรปเองก็คงจะย้ายฐานการผลิตไปประเทศเวียดนาม มากขึ้นเราเองก็คงจะโดดเดี่ยว และปัญหาการว่างงานหลาย ๆ อย่างก็คงจะตามมานะครับ ท่านประธานที่เคารพ การที่จะรักษาขีดความสามารถดังกล่าวเอาไว้นั้นประเทศไทยมีทางเลือก น้อยมากที่เราจะไม่ร่วมในการเจรจากับประชาคมยุโรป ซึ่งจริง ๆ แล้วเขาเองก็อยากจะเจรจา กับเราหลายปีแล้วตั้งแต่อยู่ในกรอบอาเซียน แต่ว่าประเทศอาเซียนส่วนใหญ่ไม่มีความพร้อม เขาก็เริ่มรายตัวจากประเทศสิงคโปร์ แล้วก็ประเทศเวียดนาม ประเทศมาเลเซีย เพราะฉะนั้น เมื่อมาถึงประเทศไทยเราคงจะหลีกเลี่ยงลำบากนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ปัจจัย อีกประการหนึ่งที่เราคงจะทราบก็คือว่าทุกวันนี้เรามีปัญหาอุปสรรคการค้ากับสหภาพยุโรป ค่อนข้างจะมาก ไม่ว่าจะเรื่องภาษีที่ยังสูงอยู่ ทั้งที่ภาษีสูงเราก็ยังขายได้ และเราก็ยังมีโควตา ที่สหภาพยุโรปเขาจำกัด อียูจำกัดไม่ให้เราส่งไปมาก ไม่ว่าจะเป็นไก่แช่แข็งหรือว่าสินค้าข้าว เพราะฉะนั้นในอนาคตอันใกล้นี้ถ้าหากว่าเราได้มีโอกาสทำเอฟทีเอกับอียูปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ก็จะหมดไป เพราะเขาถือว่าอยู่ในคล้าย ๆ ครอบครัวเดียวกัน อยู่ในประเทศบล็อกเดียวกันนะครับ ในประเด็นถัดมาที่หลายท่านคงจะทราบดีก็คือความจำเป็นที่เราจะต้องเจรจากับสหภาพยุโรป ก็คือว่าในปี ๒๕๕๘ นั้นอียูจะตัดจีเอสพีเราโดยสิ้นเชิง จีเอสพีย่อจากคำว่า เจเนรัลไลซด์ ซิสเต็ม ออฟ พรีเฟอเรนเซส (Generalized System of Preferences) เป็นสิทธิประโยชน์ ทางการค้าที่ประเทศพัฒนาแล้วก็ให้กับประเทศกำลังพัฒนา เราเองนั้นประเทศกำลังพัฒนา เราใช้ประโยชน์จากอียู ผมว่าอย่างน้อยก็ ๓๐ ปีแล้วทำให้เรามีเศรษฐกิจดีทุกวันนี้ก็เพราะว่า เราสามารถส่งสินค้าไปขายในยุโรปโดยเสียภาษีอัตราต่ำ บัดนี้สหภาพยุโรปก็ถือว่าเรามี ความเจริญมากขึ้น มีรายได้ต่อหัวสูงขึ้นเขาก็จะเลิกให้แล้วนะครับ ปีที่แล้วเขาจะเลิกทีหนึ่งแล้ว พอดีเราเจอภาวะอุทกภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่เขาก็เลยผ่อนผันให้ คราวนี้เราคงจะเลี่ยงลำบาก เขาคงจะไม่ผ่อนผันเราอีกต่อไปแล้ว นอกจากว่าเราจะเป็นส่วนหนึ่งในเอฟทีเอกับสหภาพยุโรป เท่านั้นนะครับ
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะพูดในวันนี้ก็คือประโยชน์ที่เราจะได้รับจาก ความตกลงการค้าเสรีระหว่างประเทศไทยกับอียูนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ทุกวันนี้เรื่องหนึ่ง ที่สำคัญมากก็คือ เรื่องของการใช้ประโยชน์จากห่วงโซ่อุปทานหรือว่าซัพพลาย เชน (Supply chain) ซึ่งผมเข้าใจว่ายังไม่มีใครพูด ซัพพลาย เชน นั้นหมายถึงว่าการที่ประเทศผู้ผลิตสินค้านั้น แทนที่เขาจะผลิตสินค้าเองหมดทุกชิ้นส่วน เขาจะแยกการผลิตชิ้นส่วนให้ประเทศหรือผู้ผลิต แต่ละรายนั้นผลิตชิ้นส่วนที่แต่ละรายมีความถนัด มีความชำนาญเป็นพิเศษ แล้วเขาก็เอาชิ้นส่วน เหล่านั้นมาประกอบกันเป็นสินค้าสำเร็จรูปที่มีคุณภาพสูง มีประสิทธิภาพสูงแต่ต้นทุนต่ำกว่า เนื่องจากว่าเป็นการเอาท์ซอร์ซ (Outsource) เขาเรียกว่าวิธีการเอาท์ซอร์ซ คือแบ่งไปให้ ประเทศต่าง ๆ ช่วยผลิตให้ เรื่องนี้ประเทศไทยตัวอย่างที่อาจจะเห็นได้ชัดก็คือตัวอย่างเช่น การผลิตสินค้าโทรศัพท์ไอโฟน จอและหน่วยความจำนั้นผลิตในประเทศเกาหลีใต้ ตัวเซนเซอร์ (Sensor) และซอร์ฟแวร์ (Software) ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วในขณะที่ ระบบพลังงานนั้นผลิตในสหภาพยุโรปเองนะครับ ทำให้โทรศัพท์ไอโฟนมีประสิทธิภาพสูงมาก และสามารถแข่งขันยากที่จะมีคู่แข่งได้นะครับ เมื่อเราพิจารณาส่วนของประเทศไทยเราเองนั้น ประเทศไทยเรามีสินค้าหลายตัวหลายชนิดที่มีศักยภาพสูงในการผลิต เช่น รถยนต์ หรือว่า เครื่องไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลายนะครับ ประเทศไทยเราเองสามารถที่จะใช้ประโยชน์ จากเรื่องของห่วงโซ่อุปทานหรือซัพพลาย เชน ได้ โดยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของซัพพลาย เชน ห่วงโซ่อุปทานของสหภาพยุโรปหรือของอียู ซึ่งถือว่าเป็นเทรดดิ้ง บล็อกส์ (Trading blocs) เป็นกลุ่มการค้าที่ใหญ่ที่สุดของโลกแห่งหนึ่งนะครับ ซึ่งจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อเราเป็นส่วนหนึ่ง เข้าไปเจรจาเป็นพาร์ทเนอร์ (Partner) เป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจกับสหภาพยุโรป โดยมี การเจรจาการค้าเสรีดังกล่าวแล้วนะครับ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ประโยชน์ต่าง ๆ ที่ได้รับนั้นแล้วก็ผลดีที่ได้รับผมว่าไม่มีใครสงสัย เพียงแต่หลายท่านกลัวว่าเมื่อเราเข้าไปแล้ว หรือเป็นส่วนหนึ่งการเจรจาจะเสียเปรียบทำให้คนไทยต้องใช้ยาแพงมากขึ้น เราจะประกาศใช้ ซีแอล หรือคัมพัลซอรี ไลเซนซิ่ง (Compulsory Licensing) คือพูดง่าย ๆ เราจะไปก็อปปี้ (Copy) หรือว่าละเมิดสิทธิบัตรยาของเขาต่อไปไม่ได้อีกแล้วนั้น ผมว่าประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญ สิ่งที่อียูเขาห่วงมากที่สุดมากกว่าก็คือเกรงว่าเราจะใช้เวลาในการพิจารณาสิทธิบัตรยาเขานานเกินไป ทำให้เขาเสียประโยชน์ เพราะว่าการรับสิทธิบัตรยานั้นจะเริ่มตั้งแต่วันที่เขาเริ่มจด แต่ไทยเรา มักจะพิจารณานานเกินไป เพราะฉะนั้นถ้าหากพิจารณานานเกินไปเขาเสียประโยชน์ ถ้าตรงนี้สามารถเจรจากันได้ สิ่งที่เราน่ากลัวนั้นไม่เท่าไรนะครับ
สุดท้ายเลย ก็คือเรื่องที่อยากจะพูดถึงว่ากรอบการเจรจานั้น ผมอยากจะให้ สภาของเราแห่งนี้ให้เกียรติหรือให้ความไว้วางใจต่อคณะผู้เจรจา กระทรวงพาณิชย์ หรือกระทรวงอื่นที่เกี่ยวข้องมีประสบการณ์การเจรจามายาวนาน ๒๐ กว่าปีแล้วนะครับ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งเอฟทีเอระยะหลังนั้นเราไม่เคยเสียเปรียบใครเลยผมยืนยันได้นะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสภาของเราควรจะให้ความเห็นชอบกรอบความตกลงนี้ ขอบคุณมาก ท่านประธานครับ