สุรจิต ชิรเวทย์ หารือเรื่องร่างกรอบการเจรจาการค้าระหว่างประเทศไทยและอียู และเรียกร้องการแก้ไขข้อผิดพลาดในกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องมาตรการรองรับผลกระทบจากความตกลงอาเซียน-เจแปน และเรียกร้องให้รัฐมนตรีแจ้งวิธีการดำเนินการ และตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อบูรณาการความคิดเห็นของทีดีอาร์ไอและภาคประชาชน
ขอบคุณท่านประธานครับ กระผม สุรจิต ชิรเวทย์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสมุทรสงคราม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา สำหรับ ร่างกรอบเจรจาซึ่งเราต้องให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ผมมีประเด็นสำคัญ ก็คือในเรื่องกระบวนการที่รัฐธรรมนูญบังคับไว้ในวรรคสามก็คือ คณะรัฐมนตรีต้องให้ข้อมูล และจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเพื่อให้รัฐสภา ให้ความเห็นชอบ ซึ่งตรงนี้ผมเห็นว่ากระบวนการตรงนี้น่าจะยังไม่ครบถ้วน ซึ่งก็อาจจะ นำไปสู่ปัญหา นอกจากกระบวนการรับฟังเป็นปัญหาแล้วข้อเสนอของภาคประชาชน ก็ไม่ได้ถูกนำมาใส่ไว้ในร่างกรอบการเจรจา อันนี้ก็อาจจะนำไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครอง ซึ่งเราไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นนะครับ ก็คือว่าอย่างน้อยกระบวนการนี้เราไม่ได้เห็นรายละเอียด ในเอกสารนะครับว่ารายละเอียดในแต่ละเวทีข้อสรุปต่าง ๆ อันนี้โดยที่ทางรัฐบาลก็ได้ให้ มูลนิธิเพื่อการวิจัยพัฒนาประเทศไทยทีดีอาร์ไอไปศึกษาวิเคราะห์มาด้วย ซึ่งก็วิเคราะห์ได้ดี ๆ หลายอย่างแต่ว่าก็ไม่ได้ถูกใส่เข้าไปนะครับ แล้วก็ข้อกังวลในเรื่องกระบวนการในส่วนที่ กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการนี่นะครับ ๓๓ เวที เมื่อเราลงไปดูในรายละเอียดแล้วก็จะเห็นว่า มีตั้ง ๑๖ เวทีที่มีผู้เข้าร่วมเวทีแค่ ๑๕-๕๔ คน ส่วนคณะกรรมการรับฟังความคิดเห็น ๒๑ เวที ก็มี ๗ เวทีที่มีคน ๓๐ คนเท่านั้น ซึ่งเราก็พอจะนึกภาพออกว่าอาจจะเป็นคนของ ๒๕ หน่วยงาน ที่ไปยกร่าง อาจจะไม่ได้มีภาคประชาชนอยู่ในนั้นสักเท่าไรด้วย ซึ่งอันนี้ก็ทำให้เป็นห่วงว่า เรากำลังจะไปเจรจาการค้าซึ่งมีมูลค่าระหว่างอียูกับเราถึง ๑.๒ ล้านล้านบาท เป็นอันดับ ๒ รองจากการค้าระหว่างเรากับต่างชาติ แต่ว่าเราทำกระบวนการนี้อย่างน่าเป็นห่วงมากนะครับ ทีนี้ผลการรับฟังจากภาคประชาชนที่สรุปสาระสำคัญมันไม่ได้ถูกนำเอาไปใส่ไว้ไปปรับแก้บ้างเลย อย่างเช่น ประเด็นในเรื่องที่เราห่วงใยกันมากก็เรื่องทรัพย์สินทางปัญญาในข้อ ๕.๑.๑ ก็คือว่า กรอบการเจรจาที่ร่างของรัฐบาลให้ระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาสอดคล้องกับ ระดับการคุ้มครองตามความตกลงขององค์การค้าโลก ภาคประชาชนเขาขอแก้นิดเดียว แก้ถ้อยคำคำว่า สอดคล้องกับระดับความคุ้มครองตามความตกลง ขององค์การค้าโลก เป็น ไม่เกินไปกว่า อันนี้เพื่อให้กรอบมันชัดขึ้นนะครับ แล้วอย่างที่ผู้อภิปราย ก่อนหน้านั้นได้เคยบอกไว้แล้วว่าทำไมอียูถึงไม่อยากใช้กรอบการค้านั้นเพราะว่าองค์ประกอบ มันใหญ่กว่า กรอบการตกลงอันนั้นองค์ประกอบมันใหญ่กว่า ถ้ามาเจรจาแยกทางทีดีอาร์ไอ ก็วิเคราะห์ไว้แล้วว่าอียูมีแนวโน้มที่จะเรียกร้องระดับการคุ้มครองสูงกว่าความตกลงการค้าโลก เพราะฉะนั้นตรงนี้มันไม่เหลือใครแล้ว ก็คือว่าเวทีที่จัดกันมาโดยกระทรวงพาณิชย์ หรือคณะกรรมการรับฟังความคิดเห็นก็มีผู้เข้าร่วมทั้งหมดประมาณ ๑,๐๐๐ คนเองนะครับ แต่ว่าในสภาแห่งนี้มีอยู่ ๖๐๐ คน แล้วเรามีเวลาซักถามได้นานกว่านะครับ บางเรื่องที่ยอมได้ หากคณะรัฐมนตรีรับไปปรับแก้ต่อที่ประชุมนี้ก็อาจจะเกิดประโยชน์ขึ้นได้ แต่ว่าเมื่อคณะรัฐมนตรี ไม่ยอมแก้เนื้อความเลยมันก็ไม่เหลือทางอื่นนะครับ
และข้อห่วงใยประการต่อไปก็คือในประเด็นมาตรการรองรับผลกระทบ อันนี้เราเป็นห่วงมากตั้งแต่กรอบการเจรจาอาเซียน-เจแปน ซึ่งก็บอกว่าเรามีกองทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ผมก็อยากจะฟังท่านรัฐมนตรีตอบว่ากองทุนนี้ซึ่งไส้ใน ก็คือข้าราชการทั้งหมดนะครับ มีประธานสภาหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กับประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ๒ คนเท่านั้นที่เป็นภาคเอกชนอยู่ในนั้น แล้วตั้งแต่ ตั้งมามีใครเข้าถึงกองทุนนี้บ้าง เข้าถึงกี่ราย เพิ่มศักยภาพแข่งขันอะไรไปได้บ้าง อันนี้ก็คือ ความห่วงใยว่าความตกลงต่าง ๆ รัฐธรรมนูญบังคับให้ประชาชนต้องมีส่วนร่วมด้วยนะครับ แต่ว่าเราทำโดยฝ่ายข้าราชการประจำทั้งหมด ซึ่งอันนี้มันก็เป็นทักษะวิชาชีพของท่าน คือท่านเป็นมนุษย์เงินเดือน ท่านไม่ได้มีต้นทุนในการลงทุนเอง เพราะฉะนั้นเมื่อไปให้ เจรจาการค้ามันจะต้องถูกเติมเต็มด้วยการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนแล้วก็กระบวนการ รับฟังความคิดเห็น แต่ว่ามาตรการป้องกันเยียวยาแล้วก็ท่าทีกรอบในการเจรจามันยังไม่ทำให้ เกิดความเชื่อถือว่ามันจะเป็นอย่างนั้นได้ นี่คือผลกระทบที่เราห่วงใย ก็อยากจะได้ฟังว่า ท่านจะชี้แจงว่าอย่างไรนะครับ ท้ายที่สุดถ้าภาคประชาชนเขาไม่ได้อะไรเลยผมว่าเรื่องนี้ มันจะยุ่งนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็เห็นด้วยกับหลาย ๆ ท่านว่าหลังจากเราอภิปรายกันมา นานพอสมควรเราน่าจะตกผลึกว่าควรมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อไปเกลาอันนี้ สักสัปดาห์สองสัปดาห์ ไปบูรณาการความคิดเห็นของทีดีอาร์ไอ แล้วก็กระบวนการรับฟัง ความคิดเห็นภาคประชาชน แล้วก็คำอภิปรายในรัฐสภาวันนี้เองด้วย ผมว่ามันก็ไม่ได้ทำให้ อะไรช้าลงไปสักเท่าไรนะครับ ขอบคุณครับ