ผุสดี ตามไท อภิปรายเรื่องกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป โดยเรียกร้องให้กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และแก้ไขข้อกังวลที่ซ้ำกันในการเจรจา นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการลงทุน โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ใช้กระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศในการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐและเอกชน และมองว่าอาจมีผลเสียต่อประเทศไทยและประชาชน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการฟ้องรัฐบาลเยอรมนีของบริษัทแวทเทนฟอลล์ โดยขอให้ยกเว้นอนุญาโตตุลาการในกรณีที่เกี่ยวข้องกับนโยบายสาธารณสุข นโยบายสาธารณูปโภค และนโยบายที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหานี้โดยเร็ว
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะขออนุญาตอภิปราย ในเรื่องกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปใน ๒ ประเด็น ประเด็นแรก คือเรื่องของกระบวนการ อีกประเด็นหนึ่งก็คือเรื่องของเนื้อหาสาระ แต่ว่า ก่อนที่จะไปเจาะถึงรายละเอียด ดิฉันก็อยากจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ทั้งกระบวนการที่ได้มาซึ่งกรอบการเจรจาและจะนำไปสู่การเจรจาในอนาคตนั้น รวมไปถึง เนื้อหาสาระนั้นมีความบกพร่อง แล้วก็ถูกละเลยในประเด็นสำคัญ ๆ อยู่หลายประการ ดิฉันก็ขออนุญาตยกตัวอย่าง แต่บางประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว ดิฉันก็ยังจะ ขออนุญาตท่านประธานพูดซ้ำเพราะมันเป็นความกังวลใจจริง ๆ นะคะ
ในเรื่องแรกเลยก็เรื่องของกระบวนการ ที่จริงตั้งแต่วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๓ คณะรัฐมนตรีซึ่งภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้มีมติให้จัดตั้ง คณะกรรมการเพื่อรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วนในเรื่องการจัดทำความตกลงการค้าเสรี ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป โดยให้มีผู้แทนจากทั้งภาคประชาสังคม นักวิชาการ ภาคธุรกิจ ทั้งหลายทั้งปวงร่วมกันเป็นคณะกรรมการแล้วก็ช่วยกันแสดงข้อคิด ความเห็นต่าง ๆ ทั้งในด้านบวกและด้านลบ แล้วก็รวมไปถึงมาตรการรองรับด้วย ซึ่งน่าที่จะครอบคลุม ให้ได้ทั้งหมดนะคะ แต่ดิฉันก็ไม่แน่ใจว่าได้มีการดำเนินการมาเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่องแล้ว ได้เอาผลแห่งการรับฟังความคิดเห็นนี้ไปไว้ที่ไหนกัน แล้วก็นอกจากนั้นกรมเจรจาการค้า ระหว่างประเทศเองก็ได้ดำเนินการรับฟังแล้วก็เผยแพร่ข้อมูล และยังได้มอบหมายให้ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยหรือที่หลายคนเรียกว่าทีดีอาร์ไอได้ทำโครงการ ศึกษาแนวทางการเจรจา แล้วก็ผลกระทบจากการจัดทำความตกลงการค้าเสรีอันนี้ แล้วก็ ดิฉันเชื่อมั่นว่าสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยก็ได้รวบรวมงานศึกษานี้แล้วก็เขียน เป็นบทสรุปให้ผู้บริหาร แล้วก็มีข้อเสนอแนะ มีข้อคาดคะเนไว้ ซึ่งอย่างหนึ่งก็คือที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้วก็คือ คาดไว้ว่าสหภาพยุโรปจะเรียกร้องให้ประเทศไทยยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา สูงกว่าระดับการคุ้มครองที่ผูกพันไว้ในทริปส์อย่างนี้เป็นต้น กระนั้นก็ตามดิฉันไม่แน่ใจว่า กระทรวงพาณิชย์ได้นำเอาข้อกังวลซึ่งเป็นข้อกังวลที่สะท้อนมาจากการรับฟังความคิดเห็น และรวมไปถึงการบอกเล่าของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ท่านประธานคะ เมื่อ ๔ ธันวาคม มติ ครม. ในรัฐบาลชุดนี้ก็เห็นชอบร่างกรอบการเจรจา กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเผยแพร่ร่างกรอบการเจรจานี้วันที่ ๑๘ มกราคม แล้วก็บอกไว้ว่าวันที่ ๒๓ จะมีการจัดการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนแล้วก็แจ้งไว้ว่า จะประมวลผลการรับฟังความคิดเห็นแล้วก็ทำขึ้นเว็บไซต์ และนำผลการรับฟังนี้เสนอ คณะรัฐมนตรีเพื่อที่จะพิจารณาร่างกรอบการเจรจาอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะเสนอรัฐสภา ท่านประธานคะ วันนี้วันที่ ๒๙ ดิฉันไม่แน่ใจ ที่จริงค่อนข้างมั่นใจว่ารัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ ไม่ได้สนใจใยดีกับเรื่องของข้อคิดความเห็นเลย แล้วก็ซ้ำร้ายยิ่งไปกว่านั้นท่านประธานคะ กระทรวงพาณิชย์ชี้แจงให้พวกเราทราบว่าทำมาตั้งหลายหนหลายครั้ง ในอดีต ๖๐ ครั้ง ข้อกังวลยังเหมือนเดิม เช่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอนุญาโตตุลาการ เรื่องการเปิดเสรี เครื่องดื่มสินค้าแอลกอฮอล์ เรื่องข้อผูกพันทรัพย์สินทางปัญญา ดิฉันก็ถามว่าถ้าเป็นความกังวล ที่ซ้ำกันขนาดนั้นทำไมกระทรวงพาณิชย์ถึงไม่ลุกขึ้นคิดที่จะแก้ไขแม้แต่คำพูดที่ใช้อยู่ ในร่างกรอบการเจรจา ดิฉันก็ไม่เข้าใจ ดิฉันก็ขอกราบเรียนท่านประธานให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยชี้แจงด้วยนะคะ นั่นก็สะท้อนให้เห็นจริง ๆ ว่าในส่วนที่มาตรา ๑๙๐ พูดถึงให้มีการรับฟัง ความคิดเห็นนั้นไม่ใช่สักแต่เขียน แต่ในเรื่องของการให้ประชาชนมีส่วนร่วมอันนี้ มันเป็นความตาย เป็นวิถีชีวิตที่จะถูกผลกระทบจากผลการเจรจาอย่างนี้ในอนาคตแล้ว กระทรวงพาณิชย์ในนามของรัฐบาลไม่ใส่ใจใยดีน่าจะไม่ไหวกระมังคะท่านประธาน นั่นก็คือ เรื่องกระบวนการ
อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องเนื้อหาสาระ หลายเรื่องเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว ดิฉันขอเรื่องเดียวค่ะคือเรื่องของอนุญาโตตุลาการ ท่านประธานคะ ในหมวด ๕.๙ การลงทุน ในข้อ ๕.๙.๕ ซึ่งสะท้อนถึงเรื่องของการคุ้มครองการลงทุนโดยเปิดโอกาสให้ใช้กระบวนการ อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศในการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อนสมาชิก พูดไปแล้วนะคะ ดิฉันขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอีกครั้งหนึ่งว่าการเปิดโอกาสอย่างนี้ ให้มีกระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศน่าจะมีผลเสียกับประเทศไทย แล้วก็ ประชาชนคนไทยอย่างมากนะคะ เพราะว่าในทางปฏิบัติแล้วทางเลือกอันนี้จะมีโอกาสไหม ที่จะไปทำลายทุกเรื่องเลยที่เราเขียนกันไว้ในกรอบการเจรจา เหมือนไหมคะกับการให้ เช็คเปล่าไป ท่านประธานคะ มีข้อมูลนะคะที่บ่งบอกว่าคดีที่เข้าสู่การพิจารณาของ อนุญาโตตุลาการ ปี ๒๕๕๔ มี ๔๕๐ คดี แล้วอนุญาโตตุลาการก็กระจุกอยู่ในบริษัท ซึ่งเพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้วก็ขออนุญาตพูดซ้ำประมาณ ๓ บริษัท แล้วตัวอนุญาโตตุลาการเอง ก็มีชื่อซ้ำกันอยู่ภายใน ๑๕ คนนี้ละค่ะ เพราะฉะนั้นอันนี้ค่ะมันเป็นการสะท้อนหรือเปล่าว่า เป็นการค้ากำไรบนความขัดแย้ง ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตใช้เวลาอีกสักนิดเดียว เพื่อจะยกตัวอย่างให้ดูว่าในอดีตที่ผ่านมาตัวคดีที่เกิดขึ้นนั้นมันมีอะไรบ้างสัก ๒ คดี
คดีแรกท่านประธานคะ กับประเทศอาร์เจนตินา วิกฤติเศรษฐกิจ ในประเทศอาร์เจนตินาระหว่างปี ค.ศ. ๒๐๐๑ ปี ค.ศ. ๒๐๐๒ ทำให้รัฐบาลต้องลดค่าเงิน แล้วก็หยุดการขึ้นสาธารณูปโภคเพื่อช่วยค่าครองชีพประชาชน นี่คือความเป็นความตาย ของประชาชนนะคะ แต่ปรากฏว่ารัฐบาลอาร์เจนตินาถูกนักลงทุนยักษ์ใหญ่ เช่น ด้านพลังงาน จากประเทศสหรัฐอเมริกา เรื่องการแปรรูปน้ำจากประเทศฝรั่งเศส แล้วก็จากสหราชอาณาจักร ฟ้องเรียกค่าเสียหาย เสียหายจากอะไรคะ เสียหายจากกำไรที่คาดว่าจะได้รับแต่สูญเสียไป สูญเสียกำไรนะคะท่านประธาน ชีวิตของประชาชนอยู่ที่ไหนอันนี้รัฐบาลอาร์เจนตินา เขาก็ยืนกรานนะคะจะไม่จ่ายค่าเสียหาย ดิฉันไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้น
อีกกรณีหนึ่ง ประเทศเยอรมนี ใน ค.ศ. ๒๐๐๙ บริษัท แวทเทนฟอลล์ บริษัทพลังงานจากประเทศสวีเดนฟ้องรัฐบาลเยอรมนีเรียกค่าเสียหาย ๑,๙๐๐ ล้านดอลลาร์ บวกดอกเบี้ย ทำไมคะรัฐบาลเยอรมนีทำอะไรคะ ฐานที่ออกกฎหมายสิ่งแวดล้อม เพิ่มความเข้มงวดกับโรงไฟฟ้าถ่านหิน ต่อมาปีที่แล้วนี่เอง ค.ศ. ๒๐๑๒ บริษัทเดิมฟ้องอีกค่ะ เรียกค่าเสียหาย ๔,๖๐๐ ล้านยูโร ฐานะอะไรคะ ในฐานที่รัฐบาลเยอรมนีออกนโยบาย จะเลิกใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ท่านประธานคะ ชีวิตของประชาชนอยู่ที่ไหน จริง ๆ แล้วดิฉัน อยากจะขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทางเลือก เอาออกไปเลยค่ะ ทางเลือกอันนี้ไม่ต้องมีค่ะ อนุญาโตตุลาการไปใช้กระบวนการยุติธรรม ตามปกติในประเทศต่าง ๆ ก็แล้วกันนะคะ หรือถ้ายังอยากจะทิ้งไว้นะคะ ที่เขารับฟัง ความคิดเห็นกันมาก็ยืนยันตรงกันบอกว่าให้เติมไว้ได้ไหมถ้าอยากจะมีอนุญาโตตุลาการ แต่ยกเว้นได้ไหมคะในสาระที่เกี่ยวกับเรื่องนโยบายสาธารณสุข นโยบายสาธารณูปโภค และนโยบายที่เกี่ยวกับความมั่นคง เพราะฉะนั้นท่านประธานคะ สาระแม้เพียงเรื่องเดียว ตรงนี้ค่ะ อนุญาโตตุลาการก็มีแนวโน้มจะทำความเสียหายให้กับประชาชนอย่างมากที่สุด ดิฉันต้องกราบเรียนขอร้องท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เลยว่า ๑. ถ้าเผื่อแก้ไขกันได้ก็แก้ไขกันเสียในวันนี้ ถ้าแก้ไขไม่ได้ดิฉันอยากจะขอให้ท่านประธาน ฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ให้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันได้ไหมคะ ใช้เวลาอีกสักนิดเดียว จะเป็น ๓๐ วัน หรือ ๔๕ วัน เพื่อช่วยกันเขียนให้กรอบการเจรจานี้ นำไปสู่ประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชน ขอบพระคุณค่ะ