ประสาร มฤคพิทักษ์ หารือเรื่องการเจรจาการค้าเสรีระหว่างไทยกับประเทศอื่น โดยขอให้พิจารณาไม่รวมเหล้าและบุหรี่ในการเจรจา และยังหารือเรื่องสิทธิบัตรยาอีกด้วย โดยเน้นย้ำให้พิจารณาเรื่องเหล้า บุหรี่ และสิทธิบัตรยาเพื่อสุขภาพของประชาชนมากกว่าผลประโยชน์ทางการค้า
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภาแบบสรรหา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตสิ่งที่เรียกว่าข้อตกลงการค้าเสรี น่าคิดว่า เป็นเสรีเขาแต่บรรลัยเราใช่หรือไม่ เพราะเหตุว่ามันทำให้เหล้ากับบุหรี่ (สินค้าเลว) มีราคา ที่ถูกลง ขณะเดียวกันทำให้ยาซึ่งเป็นสินค้าที่ดีราคาแพงขึ้น ขอเรียนว่าคณะทำงานที่ไปรับฟัง ความเห็นประชาชนที่กระทรวงพาณิชย์ได้ตั้งไป ผมเอ่ยชื่อก็ได้ ขออนุญาตเอ่ยชื่อนะครับ คุณกรรณิการ์ กิจติเวชกุล ได้มาให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว เราก็ได้ข้อมูลเยอะแยะมากมายซึ่งเป็น ข้อกังวลทั้งเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งเรื่องเหล้า บุหรี่ แล้วก็เรื่องอนุญาโตตุลาการ แต่สิ่งหนึ่งที่น่าคิดก็คือว่าการรับฟังความเห็นทั่วประเทศที่บอกว่า ๖๐ ครั้ง ๖๐ ครั้งนั้น ทุกสนามทุกเวทีเสนอแนะว่าให้เราเอาเหล้ากับบุหรี่ออกจากกรอบการเจรจา คือหยิบสินค้าเลว ๒ ตัวนี้ออกไปครับ เพราะอะไร เพราะว่าเป็นที่พิสูจน์แล้วทั่วโลก คนไทยตายด้วยบุหรี่ ปีละประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน ตายด้วยเหล้าประมาณปีละ ๒๖,๐๐๐ คน บุหรี่อายุสั้นลงไป ประมาณ ๑๒ ปี และไม่มีคุณภาพชีวิตอีก ๒ ปี รวมเป็น ๑๔ ปี ที่ไม่มีคุณภาพชีวิตหรือว่า สูญเสียความสามารถกระทั่งอายุสั้นลงอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นเช่นนี้ก็น่าเสียดายว่า เหตุไฉนกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศหรือกระทรวงพาณิชย์มิได้ใยดีกับการที่จะเอาเหล้า และบุหรี่ออกจากตะกร้าการเจรจา ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก ในเมื่อเรากำลังก้าวสู่สิ่งที่เรียกว่าโกลบาไลเซชัน (Globalization) เป็นการวิวัฒน์ตาม สิ่งที่เรียกว่าโกลบาไลเซชัน มีคนคนหนึ่งเขาให้คำว่าโกลบาไลเซชัน เขาเรียกว่าก่อบรรลัย แก่ฉัน เพราะอะไร เพราะว่ายิ่งเปิดเสรีมากเท่าไรก็ยิ่งทำให้ทุนใหญ่มีโอกาสมากเท่านั้น นั่นก็คือว่าบุหรี่จะราคาถูกลง แล้วเมื่อบุหรี่ราคาถูกลงก็คือการเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เพราะฉะนั้น แผนงานหรือนโยบายที่ต้องการลดคนสูบบุหรี่ ที่ต้องการไม่ให้เกิดการสูบบุหรี่ของคนหน้าใหม่ ก็ไม่สามารถจะเป็นจริงได้ สสส. ใช้เงินไปปีละหลายร้อยล้านบาทเพื่อที่จะรณรงค์ทั้งเหล้า ทั้งบุหรี่ ให้เหล้าเท่ากับแช่ง หรือให้เลิกสูบบุหรี่ก็จะสูญสิ้นความหมายลงไปในทันทีทันใด ในเรื่องของบุหรี่กับเหล้ามันมีศัพท์คำหนึ่งเขาเรียกว่า ภาระโลก คำว่า ภาระโลก ขออนุญาต ใช้ภาษาอังกฤษนะครับ เขาบอก เบอร์เดน ออฟ ดิสีส (Burden of disease) บางทีเขาใช้ คำว่า บีโอดี (BOD) เบอร์เดน ออฟ ดิสีส นี่ก็คือเรื่องของการที่เป็นภาระของทั้งตัวเอง ทั้งสังคม เพราะมันไม่ได้เป็นเฉพาะตัวเท่านั้น มันหมายถึงญาติมิตร มันหมายถึงคนที่เกี่ยวข้อง หมายถึงลูก หมายถึงภรรยา หมายถึงสามี หมายถึงคนในครอบครัวได้ กรมพินิจและคุ้มครองเด็ก บอกว่าเด็กที่ประกอบอาชญากรรมหรือทำผิดกฎหมายนั้นเขาจะกินเหล้า แล้วภายใน ๕ ชั่วโมงเขาก็จะประกอบความผิดที่เป็นเรื่องผิดกฎหมายอย่างนี้เป็นต้น บุหรี่ก็เช่นเดียวกัน มีผลอย่างที่ผมได้เรียนไปแล้ว โดยธนาคารโลกเองนั้นก็แนะนำว่าการควบคุมการบริโภคแอลกอฮอล์และบุหรี่จะเป็นคุณ ต่อมนุษย์และเป็นคุณต่อโลกนะครับ นั่นก็เป็นเรื่องของเหล้าและบุหรี่ ถ้าผมจะเสนอ ก็คือว่าถ้าเผื่อจะมีการเจรจากันจริงขอเสนอแนะให้ทำตามความเห็นของการรับฟัง ความเห็นจากทั่วประเทศ คือ เหล้า บุหรี่ต้องออกไปจากกรอบการเจรจา และขอให้สนใจ ในประเด็นนี้มาก ๆ
อีกประเด็นหนึ่งที่เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้วคือเรื่องของยาครับ สิทธิบัตรยา ผมขอเสริมว่าเมื่อเราประกาศซีแอล (CL) เมื่อปี ๒๕๕๑ สามารถที่จะประกาศ เอกราชทางยาเหนือสิทธิบัตรยาประมาณ ๗ ชนิดด้วยกัน เราสามารถที่จะประหยัดค่าใช้จ่าย ไปได้มหาศาลนะครับ ผมต่อเติมตัวเลขอีกเล็กน้อยก็ได้ โคลพิโดเกรลป้องกันลิ่มเลือด ในหลอดเลือดคือโรคหัวใจนั้นเม็ดละ ๗๓ บาท ก็เหลือเม็ดละ ๒ บาท อย่างนี้เป็นต้น อีฟาไวเรนซ์ต้านไวรัสเอดส์ ขวดละ ๑,๔๐๐ บาท ก็เหลือขวดละ ๖๕๐ บาท โลปินาเวียร์ ต้านไวรัสเอดส์ ขวดละ ๕,๙๐๐ บาท เหลือขวดละ ๒,๒๐๐ บาท นี่คือตัวอย่างเล็ก ๆ ครับว่า เมื่อไรที่เราประกาศเอกราช คือหลุดพ้นจากกรอบที่ต่างชาติมาครอบงำอยู่ เราก็สามารถที่จะ ทำให้คนเข้าถึงยาได้มากขึ้น ทำให้สามารถที่จะใช้ยาในราคาที่ถูกลง เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่ามีความสำคัญเช่นเดียวกัน ดังนั้นการที่จะพิจารณาอะไรต่อไปขอให้สนใจ ในเรื่องเหล้า เรื่องบุหรี่ รวมถึงเรื่องสิทธิบัตรยาที่เป็นเรื่องสำคัญของประเทศเรา คิดถึงสุขภาพคนไทย คิดถึงสุขภาพของประชาชนมากกว่าจะคิดถึงความได้เสียทางการค้า ที่เป็นตัวเลขที่บอกว่ามากมายมหาศาล จริง ๆ ไม่ได้มากขนาดนั้นครับ ขอเรียนไว้ตรงนี้ ด้วยความเคารพ ขอบพระคุณครับ