รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๙ มกราคม ๒๕๕๖

วิชาญ มีนชัยนันท์ หารือเรื่องการทำข้อตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป และแสดงความคิดเห็นว่าไทยจะได้ประโยชน์ แต่จะมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศที่ไม่ได้ทำข้อตกลงแบบทวิภาคี

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้เรามีการพิจารณากรอบข้อตกลงหลายฉบับ และฉบับนี้ เป็นฉบับที่ ๓ ซึ่งมีการเสนอกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้แสดงความคิดเห็นไปในหลายส่วน ผมเองก็ต้องขออนุญาตนะครับว่า ในขณะที่การทำข้อตกลงทุกฉบับที่ท่านรัฐมนตรีได้เรียนไปแล้วว่ามันมีทั้งข้อดีข้อเสีย ในบางประการ จริง ๆ แล้วถ้าเราไม่ทำข้อตกลงผลเสียมันจะมากกว่า ดังนั้นในเรื่องของ การทำข้อตกลงกับสหภาพยุโรปนั้นถือว่าเราได้ประโยชน์ ผมดูในส่วนของเนื้อหารายละเอียด ซึ่งมีผลประโยชน์จากการส่งออกและนำเข้าสินค้านี่การส่งออกสูงกว่า แล้วก็การค้ากับ สหภาพยุโรปนั้นเราเองได้เปรียบดุลการค้า แต่บางอย่างนั้นธุรกิจบางประเภท ก็ต้องยอมรับครับว่าถิ่นฐานหรือการผลิตต่าง ๆ นั้นที่มาที่ไปที่แตกต่างกัน บางครั้งในส่วนที่ จะต้องถูกตัดหรือถูกเพิ่มมันก็มีการสมดุลกัน ซึ่งในส่วนหนึ่งนั้นก็ต้องยอมรับครับว่า สหภาพยุโรปนั้นเป็นแหล่งธุรกิจการค้าที่ใหญ่ที่สุดซึ่งประเทศต่าง ๆ นั้นประสงค์ที่อยากจะ เข้าไปซื้อขายสินค้าแลกเปลี่ยนในอัตราที่แตกต่างกัน แต่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นั้นมันก็ต้องมี เพดานการค้า ซึ่งการได้เปรียบหรือได้ประโยชน์ก็ต้องอยู่ในมูลฐานของแต่ละประเทศ ซึ่งกลุ่มสหภาพต่าง ๆ เดี๋ยวนี้มันก็มีกลุ่มสหภาพที่แตกต่างกันออกไป อย่างประเทศไทย ก็อยู่ในกลุ่มอาเซียน ซึ่งขณะเดียวกันก็ต้องทำกรอบข้อตกลงเจรจากับกลุ่มต่าง ๆ เพื่อให้เกิด ความเข้มแข็ง ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกเองได้พูดในลักษณะต่าง ๆ กันว่า การทำกรอบเจรจานั้นมีการพูดถึงเวทีสาธารณะซึ่งจะต้องจัดทำในกรอบต่าง ๆ นะครับ ซึ่งตามมาตรา ๑๙๐ นั้นก็เป็นความเห็นที่พี่น้องประชาชนในกลุ่มต่าง ๆ จะต้องได้รับทราบ ได้แจ้งแล้วนะครับว่ามีการทำทั้งหมด ๖๐ ครั้ง มีตัวแทนองค์กรต่าง ๆ จากภาครัฐเข้ามา ภาครัฐ ภาคประชาสังคม ประชาชน ประมาณ ๕,๐๐๐ คน สิ่งต่าง ๆ ที่ได้มาผมมองว่า เป็นกรอบความคิดเห็นในแต่ละหลากหลายอาชีพ ซึ่งบอกว่าใน ๗ กลุ่มอาชีพต่าง ๆ ได้มีกลุ่มเกี่ยวข้อง อาทิเช่น ในเรื่องของอิเล็กทรอนิกส์ เรื่องไฟฟ้า ยานยนต์ ชิ้นส่วนต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งแฟชั่น สิ่งทอ อัญมณี เป็นกลุ่มหนึ่ง แล้วก็กลุ่มสินค้ายา กลุ่มบริการสาขาการเงินการธนาคาร กลุ่มเกษตร กลุ่มแอลกอฮอล์ กลุ่มสิ่งแวดล้อม ทั้งหมด ๗ กลุ่มผมเรียนเลยว่ามันอยู่ในระบบของการค้า ภาคธุรกิจ ซึ่งบอกได้เลยว่าภาคเอกชนต่าง ๆ เหล่านี้เขาสามารถที่จะดำเนินชีวิตในการติดต่อ โดยผ่านวิธีการของระบบการภาษีต่าง ๆ ระหว่างประเทศ กับการเจรจาข้อตกลงหลายระดับ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทีนี้กรอบการเจรจาล่าสุดที่จะต้องไปทำนั้น ผมมองว่า การที่ทั้ง ๗ กรอบที่เกี่ยวข้องกับแต่ละกลุ่ม ถ้าเราไม่มีการพัฒนาหรือได้ข้อตกลงบางอย่าง จากการทำประชาพิจารณ์แต่ละกลุ่มหรือข้อคิดเห็น มันมีทั้งข้อดี ข้อด้อย ก็มีการเขียนไว้ ในส่วนต่าง ๆ ถึงผลกระทบ ซึ่งผมมองว่าถ้าผลกระทบต่าง ๆ เหล่านี้ อาทิเช่น ในเรื่องกิจการรายใหญ่ ในตลาดโทรคมนาคม การเงิน และการพลังงาน ผลกระทบคือส่งผลกระทบโดยตรง ต่อผู้ประกอบการไทยและผู้ประกอบการต่างชาติที่ไม่ได้ทำความตกลงแบบทวิภาคี ของประเทศไทยมันก็คือผลกระทบ แต่ผลกระทบจะเกิดหรือไม่ อย่างไร มันจะมีการแยกย่อย ออกไปครับท่านประธาน เพราะผมว่าการเจรจาจะสัมฤทธิผลตามข้อตกลงก็ต่อเมื่อได้มี การพูดคุยกันในกรอบต่าง ๆ ซึ่งในแต่ละกรอบเราเองทราบถึงผู้ประกอบการที่จะมี ผลกระทบโดยตรง เพราะฉะนั้นรัฐบาลเองโดยกระทรวงที่เกี่ยวข้อง หรือกรมการค้า ต่างประเทศ กรมเจรจาการค้าระหว่างต่างประเทศ กรมการค้าภายใน หรือแม้กระทั่ง ในแต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับภาคผลิต ในกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ก็คงจะต้องลงไปดูนะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมขออนุญาตกราบเรียนครับว่า การวิตกกังวลเป็นเรื่องปกติเพราะเราเองอยู่ในระบบของตัวแทนก็คือรัฐสภา แต่ลักษณะของ การที่วิตกกังวลว่าเหตุและผลต่าง ๆ ที่จะต้องไปเจรจาจะมีการชะลอหรือไม่ อย่างไร ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าข้อคิดเห็นของสภาต้องนำไปใช้อยู่แล้ว แต่ถ้าไม่มีการดำเนินการ ในเรื่องของการทำข้อตกลงให้เป็นไปตามกลุ่มที่เขาเรียกร้องหรือกลุ่มที่มีการดำเนินการ เราเป็นคู่ค้าถ้าไม่ประกอบตามวิธีการผลกระทบจะเสียหายมากกว่านะครับ เพราะฉะนั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่เพื่อนสมาชิกเป็นห่วงวิตกกังวลรวมถึง ตัวผมเองด้วยใน ๗ กรอบที่ได้มีการพูดแล้วก็มีผลกระทบ ท่านรัฐมนตรีเอง รัฐบาลเอง ต้องรับไป รับไปดำเนินการดูแลแล้วก็ตอบข้อซักถามบางประการ ซึ่งขณะนี้ถ้าเราผ่าน กรอบดังกล่าวในวันนี้ การดำเนินการเบื้องต้นและการที่จะพูดคุยเจรจาไปสู่การปฏิบัตินั้น ย่อมเกิดขึ้น ผมก็คงฝากว่าในเรื่องต่าง ๆ ที่เพื่อนสมาชิกเองได้เห็นก็คงฝากทางรัฐบาลไป ส่วนตัวผมเองนั้นเห็นด้วยกับวิธีการเสนอร่างกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทย กับสหภาพยุโรป ขอบคุณครับ