นริศ ขำนุรักษ์ หารือเรื่องการเจรจาเป็นหุ้นส่วนด้วยความสมัครใจ (VPA) ระหว่างประเทศไทยกับสหภาพยุโรป โดยเฉพาะเรื่องการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ ธรรมาภิบาล และการค้า และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาที่ดิน ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องไม้หวงห้าม และเรียกร้องให้รัฐบาลหาทางออกในการนำไม้ยางพาราผลิตออกส่งออกได้
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตได้อภิปรายกรอบการเจรจาการจัดทำข้อตกลง เป็นหุ้นส่วนด้วยความสมัครใจ (Voluntary Partnership Agreement : VPA) ในการบังคับใช้ กฎหมายป่าไม้ ธรรมาภิบาล และการค้า (FLEGT) ระหว่างประเทศไทยกับสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้กรอบในการเจรจาทั้งหมดกระผมเห็นด้วยที่จะให้รัฐบาลไปเจรจา แต่ว่า จะมีปัญหาในรายละเอียดบ้างบางประการที่เป็นความห่วงใยที่กระผมขออนุญาตที่จะอภิปราย เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับรัฐมนตรีและผู้เจรจากับอียู กราบเรียนท่านประธานว่าประเทศเรามันมีปัญหา เรื่องที่ดิน ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับแหล่งที่มาของไม้และผลิตภัณฑ์ เพราะว่าการที่ต้องรับรองกับอียู มันต้องรับรองแหล่งที่มาของไม้และของผลิตภัณฑ์ ประเทศไทยมีรูปแบบที่ดินที่หลากหลายมาก มีทั้งป่าสงวนแห่งชาติ มีทั้งอุทยานแห่งชาติ มีทั้งเขตรักษาพันธุ์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า ที่สาธารณประโยชน์ ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ ส.ป.ก. และที่เอกสารสิทธิ ซึ่งเราอธิบายกับอียู อธิบายกับต่างชาตินี่ยากมากครับว่าไม้ของเรานี่มาจากที่ดินแบบไหน อย่าว่าต้องอธิบาย กับชาวต่างชาติเลย กับอียูเลย เราอธิบายกันในประเทศไทยนี่ก็มีปัญหานะครับ เขาไม่รู้เรื่องที่ดินเรา มันมีหลายประเภทหลายแบบมากเกินไป ในบางประเทศมันมีแค่ ๒ แบบ
๑. ที่หลวงกับที่เอกชน ไม่ใช่ที่หลวงเป็นที่เอกชน รังวัดเฉพาะที่หลวง ที่เหลือเป็นเอกชน หรือรังวัดไว้เฉพาะที่เอกชนที่เหลือเป็นที่หลวง แต่ของเรานี่มันมี ๗-๘ รูปแบบ ซึ่งผู้ไปเจรจาจะต้องใช้ความพยายาม ใช้ความรู้ใช้ความสามารถเป็นอย่างยิ่ง ในการไปเจรจาถึงแหล่งที่มาของไม้และผลิตภัณฑ์ไม้จากประเทศไทย และไม่เพียงเท่านั้นนะครับ ไม้เองประเทศไทยก็มีหลายแบบอีก มีหลายกฎหมายขึ้นมารองรับไม้ อย่างน้อยที่สุดไม้หวงห้าม ประเภท ก มีถึง ๑๕๘ ชนิด การทำไม้ประเภท ก ได้ต้องได้รับสัมปทานจากรัฐ ซึ่งขณะนี้ ประเทศไทยก็ไม่มีสัมปทานจากรัฐ
๒. ไม้หวงห้ามประเภท ข มี ๑๘ ชนิด ซึ่งหากมีการขออนุญาตทำไม้ต้องถือว่า เป็นไม้อนุญาตโดยรัฐมนตรีเป็นกรณีพิเศษเท่านั้นมี ๑๓ ชนิด กับไม้นอกประเภทหวงห้าม ผมคิดว่าการเจรจาของคณะเจรจาเรื่องไม้หวงห้ามประเภท ก ในประเทศไทยไม่มีปัญหา เท่าไรครับ ต่างชาติเขาเข้าใจได้ อียูนี่เข้าใจได้ว่าไม้หวงห้ามประเภท ก นี่เป็นอะไร รวมทั้ง ไม้หวงห้ามประเภท ข ๒ กลุ่มนี้รวมกันเป็นไม้หวงห้ามอียูเข้าใจได้ ตลาดต่างประเทศเข้าใจได้ แต่ว่าไม้นอกประเภทหวงห้ามนี่นะครับ โดยเฉพาะไม้ยางพารา ในประเทศไทยไม้ยางพาราเป็นไม้นอกประเภทหวงห้าม ไม่หวงห้าม ไม่เป็นประเภท ก ไม่เป็นประเภท ข แต่ว่าไม้ยางพาราในประเทศไทย ๖,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ เกือบครึ่งหนึ่งท่านประธานครับ อยู่ในที่ที่ไม่ใช่เอกสารสิทธิ อันนี้มีปัญหาที่จะไปรับรองการเป็นไม้ การไปรับรองแหล่งที่มา การรับรองไม้ยางพาราก็ไม่มีปัญหาเท่าไร ต่างชาติเขารู้จักดี โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอเมริกาใต้รู้จักดีครับเพราะว่าเขาเป็นเจ้าของดั้งเดิม แหล่งที่มามาจากเขา เขาสามารถรับรองชนิดพันธุ์ไม้ยางพาราเป็นสินค้าไปยังตลาดอียูได้ แต่ว่าประเทศไทย ไม้ยางพาราขึ้นในอุทยานแห่งชาติหลายแสนไร่ อันนี้ทำออกไม่ได้แล้วรัฐบาลจะทำอย่างไร จะเจรจาเรื่องนี้อย่างไร ๒. ที่สำคัญที่สุดคือไม้ยางพาราที่อยู่ในป่าสงวนแห่งชาติ อันนี้จำนวนมาก ท่านประธานครับ อยู่ในทุกภาคของประเทศ แล้วเราจะไปเจรจาเพื่อที่จะนำไม้ยางพารา ผลิตภัณฑ์ไม้ยางพาราส่งขายในตลาดอียูหรือตลาดส่งออกนอกประเทศได้อย่างไร นี่เป็นเรื่องใหญ่ สำหรับผู้เจรจา เพราะว่าแม้ตัวไม้ยางพาราไม่เป็นไม้หวงห้ามโดยตัวของไม้เอง แต่ว่าไม้ยางพารา ขึ้นในที่ป่าสงวนแห่งชาติอนุญาตไม่ได้ อียูไม่อาจจะรับรองสิ่งเหล่านี้ได้ เพราะเขาก็รู้ว่า ป่าสงวนแห่งชาติไม้ที่ขึ้นเป็นไม้หวงห้าม ทีนี้การทำไม้ยางพาราซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มาก ขณะนี้ พี่น้องประชาชนชาวสวนยางพาราที่มีอยู่ในป่าสงวนแห่งชาติสงเคราะห์การทำสวนยางยังไม่ได้ อายุ ๓๐ ปีแล้วน้ำยางเริ่มหมดแล้ว ต้องโค่นตัดทำใหม่ ต้นไม้จะมีมูลค่ามหาศาลมากสำหรับ ๖,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ แต่ว่าอยู่ในป่าสงวนแห่งชาติประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ อันนี้มีมูลค่ามาก แต่ถ้าสมมุติว่าเราส่งออกไม่ได้มันก็ไม่มีมูลค่านะครับ ซึ่งทำอย่างไรรัฐบาลต้องหาทางออก เรื่องนี้ให้ได้ ผมเรียนท่านประธานครับ ฝากท่านรัฐมนตรีว่าทางออกสำหรับความเห็นผม ในขณะนี้มี ๒ ทาง ๑. มีระเบียบให้ทำไม้ทั่วไปในป่าสงวนแห่งชาติ ให้เอาระเบียบนั้นมาทำกับ ไม้ยางพารา กับ ๒. ให้คนที่ทำสวนยางอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติได้เช่าที่ไปเสียก่อน แล้วทำไม้ออก หลังจากทำไม้ออกเสร็จนั้นจะให้เช่าต่อหรือไม่อีกเรื่องหนึ่ง นี่พอเป็นทางออก ให้กับพี่น้องเกษตรกรได้อยู่บ้าง แม้เป็นช่องเล็ก ๆ แล้วก็อาจจะมีปัญหาว่าจะทำให้คนมาบุกรุก เพิ่มเติมขึ้นมากกว่าเดิมหรือไม่นี่อีกเรื่องหนึ่ง แต่ว่าทางออก ๒ ทางที่จะทำไม้ยางพาราออกมา เพื่อลดบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาวสวนยางได้มีเพียง ๒ ทาง และ ๒ ทางนี้เท่านั้น ที่จะทำให้อียูเป็นผู้รับรองไม้นี้ และรับรองแหล่งที่มาสำหรับไม้ยางพาราโดยอื่นผมไม่ติดใจ ผมเห็นด้วยให้ความเห็นชอบกับกรอบการเจรจานี้อย่างแน่นอน แต่ฝากผู้เจรจาเท่านั้นว่า กรณีไม้ยางพาราเป็นกรณีละเอียดอ่อน เพราะตัวไม้ยางพาราไม่ใช่เป็นไม้หวงห้ามก็ตาม แต่ว่าไม้ยางพาราส่วนใหญ่ในประเทศไทยอยู่ในป่าสงวนแห่งชาติซึ่งการเจรจาต้องใช้ความรู้ ความละเอียดอ่อน และความสามารถเป็นอย่างมากในการเจรจา กราบขอบคุณท่านประธานครับ