รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๙ มกราคม ๒๕๕๖

สุรเดช จิรัฐิติเจริญ เสนอแนะให้รัฐบาลดำเนินการตามมาตรา 190 แห่งรัฐธรรมนูญ โดยจัดประชุมร่วมกับวุฒิสภาเพื่ออนุมัติร่างความตกลงระหว่างไทยกับสำนักงานเลขาธิการ อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ และเน้นย้ำความสำคัญของการอนุรักษ์และส่งเสริมสิ่งแวดล้อม

นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภา ปราจีนบุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้เองเราพิจารณาในระเบียบวาระซึ่งได้เลื่อน การประชุมเรื่องที่ ๑ เรื่อง ร่างความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับสำนักงานเลขาธิการ อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือเรียกย่อ ๆ ว่าไซเตส เกี่ยวกับการประชุมสมัยสามัญภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๑๖ และการประชุมคณะกรรมาธิการบริหาร ครั้งที่ ๖๓ และครั้งที่ ๖๔ ณ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ ๒-๑๔ มีนาคม ท่านประธานครับ วันนี้เองเรามีเรื่องที่พิจารณาอยู่หลายเรื่องซึ่งในระเบียบวาระมีถึง ๒๕ เรื่อง ซึ่งทางรัฐบาลเอง ก็ขอเลื่อนการประชุมเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก เดิมทีอยู่ในอันดับที่ ๒๓ ถ้าเกิดมาดูเรื่องหลังก่อน ย้อนขึ้นมาก่อนเข้าถึงในเนื้อหา เราเองเราพูดถึงว่าเรื่องนี้การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ต้องประชุมตามมาตรา ๑๙๐ แห่งรัฐธรรมนูญ แล้วบางเรื่องรายละเอียดมันไม่จำเป็น อย่างเรื่องนี้ รัฐสภาแห่งนี้เราเคยพิจารณามาแล้วครั้งหนึ่งเรื่องกรอบการเจรจา ครั้งนี้ เป็นการพิจารณาเพื่อให้ความเห็นชอบเพื่อที่จะให้ท่านทูตประจำกรุงเจนีวาไปลงนาม แล้วก็เป็นการจ่ายกันผูกพันกัน จริง ๆ แล้วเพื่อนสมาชิกหลายคนก็พูดถึงว่าเราเสียโอกาส ในการคล่องตัว ผมเห็นด้วยในการที่เรื่องบางเรื่องที่สำคัญและจำเป็นต้องเข้าสู่การประชุม ร่วมกันของรัฐสภาแห่งนี้ แต่กับบางเรื่องมันไม่มีความจำเป็นหรือต้องให้ความคล่องตัว ให้ฝ่ายบริหารซึ่งกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ วรรคห้า ก็บอกอยู่แล้วว่าให้มีกฎหมายว่า ด้วยการกำหนดประเภทกรอบการเจรจา ขั้นตอน และวิธีการจัดทำหนังสือสัญญาที่มี ผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง ความหมาย คืออะไร เราพูดถึงปัญหาคือมาตรา ๑๙๐ แต่ในมาตรา ๑๙๐ วรรคห้า ก็บอกแล้วว่าให้ทำ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ให้ทำกฎหมายว่าด้วยกำหนดประเภท เนื่องจากอะไรครับ เนื่องจากว่าบางเรื่องที่ไม่มีความจำเป็นคณะรัฐมนตรีก็สามารถดำเนินการได้ แต่ในเมื่อกฎหมาย มาตรา ๑๙๐ วรรคห้า เขียนไว้แล้วแต่สภาแห่งนี้ไม่ทำ ทำให้ผู้ปฏิบัติก็ไม่กล้าที่จะดำเนินการ หรือทำความตกลงโดยพลการจึงเข้าสู่สภาทำให้เรื่องที่ค้างมาอยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนที่ ๑

ส่วนที่ ๒ ก็เสนอท่านประธานก่อนเข้าเนื้อหาว่าเรามีการประชุมถึง ๒๕ เรื่อง วันนี้ไม่ทราบว่าจะได้เรื่องกี่เรื่อง เป็นไปได้ไหมถ้าอยากให้ช่วงสมัยประชุมให้สะสางงานเร็วขึ้น วันจันทร์ วันอังคาร เรามีประชุมวุฒิสภา วันพุธ วันพฤหัสบดี มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถ้าเกิดเรากำหนดเป็นวันศุกร์สักวันหนึ่งเป็นการประชุมร่วมรัฐสภารีบสะสางงานให้เสร็จ เสร็จเมื่อไร หมดเมื่อไร งดประชุมก็ได้เป็นกำหนดการที่แน่นอนทำให้เพื่อนสมาชิกจะได้จัด ผังการดำเนินการเพื่อที่จะให้งานที่คั่งค้าง ผมก็เห็นใจหลายเรื่องที่รอการพิจารณาจะได้สะสางลง อย่างเช่นเรื่องการประชุมไซเตสนี้จะมีประชุมวันที่ ๒-๑๔ มีนาคม เหลือเวลาแค่เดือนกว่า เรายังไม่ได้อนุมัติเลย ก็เป็นความเข้าใจหรือเห็นใจกับฝ่ายบริหาร ซึ่งในความตกลงนั้น เดิมทีต้องเซ็นตกลงก่อนหน้านี้ถึง ๑๘๐ วัน เพื่อที่จะให้สภาเห็นชอบ เพื่อให้คณะรัฐมนตรี เห็นชอบเพื่ออนุมัติให้ตัวแทนท่านทูตประจำกรุงเจนีวาไปลงนามกับตัวแทนที่กรุงเจนีวา แล้วต้องจ่ายเงินเขางวดแรกด้วยซ้ำไป แต่วันนี้เองเหลือเวลาแค่เพียงเดือนกว่าเรายังมา พิจารณาในเรื่องนี้นะครับ แล้วเรื่องที่รอพิจารณาอีกหลายเรื่องก็เสนอท่านประธานว่า ถ้าพิจารณาได้เรื่องแรกคือ ออกกฎหมายประกอบมาตรา ๑๙๐ วรรคห้า หรือเป็นไปได้ ถ้าเกิดยังไม่ออกแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๙๐ หรือกฎหมายประกอบก็กำหนดวันประชุมร่วมกัน เพื่อจะได้สะสางงานให้หมดไป ถ้าหมดเมื่อไรก็งดประชุม ในส่วนเนื้อหาที่ผมฟังเพื่อนสมาชิกพูด ก็มี ๒ เรื่อง

เรื่องแรก คือความวิตกกังวลในเรื่องสัตว์ป่าและพืชหายาก อย่างที่เพื่อนสมาชิก บอกว่าไม้พะยูงตัดกันนับวันจะหมดไป หรือสัตว์ป่าอย่างเช่นพวกช้างก็ดี หรือจระเข้น้ำจืดก็ดี ผมว่าเราเองคงต้องมาอนุรักษ์กันเราคงต้องส่งเสริมหรือผลักดันกันอย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้นแล้ว ต่อไปจะเหมือนอย่างที่เพื่อนสมาชิกว่าสัตว์ป่าต่าง ๆ หรือต้นไม้ที่หายากต่าง ๆ คงจะดู แค่รูปภาพเท่านั้นเนื่องจากว่าสูญพันธุ์ไป การดำรงชีวิต ระบบนิเวศวิทยาเราคงไม่ดูทาง ทุนนิยมอย่างเดียว ระบบสิ่งแวดล้อมก็ดี ระบบนิเวศวิทยาก็ดีที่เหมาะสมก็ควรจะมี อย่างอื่น เราสร้างได้แต่สัตว์ป่าหรือพืชที่หายากนั้นเราสร้างไม่ได้ ถ้าเรารู้จักอนุรักษ์ไว้หรือส่งเสริมให้มีอยู่ ถึงท่านไม่สามารถสร้างได้เพราะเป็นธรรมชาติ แต่ท่านคงอยากให้เรามีมาตรการในการส่งเสริมเพื่อให้อยู่กับลูกหลานต่อไป ท่านประธานครับ ที่เพื่อนสมาชิกพูดก็เป็นข้อสังเกตที่จะให้ทางฝ่ายบริหารเอาประเด็นนี้ไปพูดคุยกัน ในการประชุมไซเตส ครั้งที่ ๑๖ โดยเฉพาะเราเองได้เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุม ถือว่า เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มาจัดประชุมที่ประเทศไทย ทั้ง ๆ ที่สมาชิกมี ๑๐๐ กว่าประเทศ เราจัดที่ประเทศไทยถือว่าเป็นเจ้าภาพในส่วนเนื้อหา แต่ส่วนเรื่องวิธีการจัดประชุม ท่านประธานครับ การจัดประชุมจากรายงานนะครับ เราประชุมครั้งล่าสุดที่ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพ มีการประชุม ๓ ปีต่อครั้ง มีสมาชิก ๑๐๐ กว่าประเทศ เราจัดประชุมครั้งล่าสุด ที่เราเป็นเจ้าภาพคือจัดประชุมครั้งที่ ๑๓ ที่กรุงเทพมหานคร ในปี ๒๕๔๗ แล้วก็ครั้งที่ ๑๓ เป็นเจ้าภาพ ครั้งที่ ๑๔ ประเทศอื่น ครั้งที่ ๑๕ ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ และเราครั้งที่ ๑๖ เว้นเพียง ๒ ครั้งเท่านั้นเราเป็นเจ้าภาพ จึงถามว่าเรามีความจำเป็นขนาดไหน หรือเรามี ศักยภาพขนาดไหน หรือมีจุดเด่นอย่างไร จึงมีการจัดประชุมบ่อยครั้งกว่าประเทศอื่น ทั้ง ๆ ที่มีสมาชิกถึง ๑๐๐ กว่าประเทศ เราจัดแค่เพียง ๓ ปีจัด ๑ ครั้ง เว้นไป ๒ ประเทศ แล้วเราจัดอีกครั้งหนึ่งเรื่องการจัดบ่อยครั้ง

แล้วที่ผมกังวลอีกเรื่องหนึ่งคือสถานที่จัดที่เราเองจะจัด ดูจากกำหนด การจัดระหว่างวันที่ ๒-๑๔ มีนาคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ขนาดเราเอง เราไปรถติด แล้วเราเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับนานาชาติ ซึ่งเราใช้โอกาสนี้ ๓ ปี จัด ๑ ครั้ง แล้วก็เป็นการประชุมที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง มีเพื่อนสมาชิกจากต่างประเทศ ถึง ๑๐๐ กว่าประเทศ ก็เป็นห่วงว่านอกเหนือจากการจัดประชุมแล้ว นอกเหนือจากการที่ เราจะผลักดันความตกลง ข้อตกลงเกี่ยวกับเรื่องสัตว์ป่าและสัตว์สงวนก็ดี หรือแม้กระทั่ง เรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้คนรู้จักประเทศไทยมากยิ่งขึ้นก็ดี แต่ห่วงว่าสถานที่เรา เพียงพอหรือไม่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์นั้นเป็นพื้นที่กว้างขวาง แต่การเดินทางสัญจร ไปมาผมจึงเกรงว่าเราเองเราก็รู้อยู่แล้วว่าเดินทางในกรุงเทพฯ รถติดมาก ดังนั้นเอง ก็อยากจะมีมาตรการหรือป้องกันอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องการประชุมว่าจะทำอย่างไร เราลงทุน ขนาดนี้แล้ว เรายอมทุ่มทุนเป็นเจ้าภาพแล้วอย่าให้เสียชื่อเรื่องการจัดการจราจรในครั้งนี้นะครับ

แล้วอีกเรื่องหนึ่งเรื่องค่าใช้จ่ายเอง ผมคิดว่าเราคงต้องดูให้ดี เรื่องค่าใช้จ่ายนั้น ไม่ทราบว่าค่าใช้จ่ายนั้นเราได้เปรียบเทียบศึกษากับการจัดประชุมครั้งที่ผ่านมา คือครั้งที่ ๑๓ ที่กรุงเทพมหานครหรือไม่ หรือเทียบเคียงกับครั้งที่ ๑๔ ครั้งที่ ๑๕ ที่ผ่านมา ไม่ทราบว่า เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายแล้วมีความเหมาะสมสูงไปหรือต่ำไป ก็อยากจะเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าค่าใช้จ่ายที่จัดแต่ละครั้งเทียบกับครั้งที่ผ่านมาในปี ๒๕๔๗ หรือกับประเทศข้างเคียงเป็นอย่างไร และอีกประเด็นหนึ่ง วิธีการจัด เอกสิทธิ์คุ้มครองต่าง ๆ ที่ทางอนุสัญญาแจ้งมานั้นค่อนข้างจะมาก เรื่องสิทธิการคุ้มครองหรืออะไรต่าง ๆ ก็อยากจะ ขอทราบว่าเราได้มีการศึกษาเปรียบเทียบ เพราะเราเองคงต้องเปรียบเทียบว่าครั้งที่ผ่านมา นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายแล้วสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ แล้วก็อำนาจเหนืออธิปไตยต่าง ๆ นั้น เท่าเทียมกับประเทศต่าง ๆ ที่จัดมาหรือไม่ อย่างไร ซึ่งเป็นข้อวิตกกังวลที่ห่วงเกี่ยวกับ เรื่องวิธีการจัดนะครับ

สุดท้ายนี้ ในส่วนตัวผมเองแล้วก็เห็นด้วยในการจัดถือว่าเป็นเจ้าภาพ เพราะว่าจะได้แสดงถึงความมีศักยภาพของประเทศไทยเรา แล้วก็ขอเป็นกำลังใจกับรัฐบาล ในการจัดนี้ เพราะอีก ๑ เดือนกว่าเท่านั้นคงต้องจัดให้มีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เพราะว่า การประชุมได้รับฉันทามติที่รัฐกาตาร์เมื่อ ๓ ปีที่แล้วจัด ดังนั้นเองเราเตรียมการ ๓ ปี ก็อย่าให้เสียชื่อประเทศไทยนะครับ เพราะจากการที่จะผลักดันมาตรการอนุรักษ์พืชพันธุ์ และสัตว์ป่าแล้ว เราคงจะมีเรื่องภาพลักษณ์ของเรา เพราะประเทศไทยเราบอบช้ำมา หลายครั้งแล้ว ก็อย่าให้ครั้งนี้บอบช้ำหรือมีข้อบกพร่องอีกเลยนะครับ ขอขอบคุณครับ