รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๙ มกราคม ๒๕๕๖

สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ อภิปรายเรื่องร่างความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับสำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์

นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา เพชรบุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดเพชรบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขอร่วมอภิปรายกับร่างความตกลงระหว่าง รัฐบาลไทยกับสำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่า และพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ที่เราเรียกว่าไซเตส เกี่ยวกับการประชุมสมัยสามัญภาคีอนุสัญญา ว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๑๖ และการประชุมคณะกรรมาธิการบริหารครั้งที่ ๖๓ และ ๖๔ ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในวันที่ ๒-๑๔ มีนาคม ๒๕๕๖ นั้น ท่านประธานที่เคารพ วันที่ ๒-๑๔ มีนาคม ที่จะถึงนี้นั้นประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสมัยสามัญภาคีอนุสัญญาว่าด้วย การค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ครั้งที่ ๑๖ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมไซเตส ครั้งที่ ๑๖ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร พูดได้เลยว่าดิฉันเห็นด้วยและยินดีที่ประเทศไทยจะได้เป็นเจ้าภาพ ในการจัดประชุมไซเตสอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นครั้งที่ ๑๖ เราเคยเป็นเจ้าภาพมาแล้วในปี ๒๕๔๗ ซึ่งเป็นการประชุมไซเตส ครั้งที่ ๑๓ การประชุมไซเตสนั้น ๓ ปีมีการประชุม ๑ ครั้ง ฉะนั้น ก็ถือว่าประเทศไทยได้รับเกียรติในการได้เป็นเจ้าภาพในเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่งนั้น แต่สังคม อาจเกิดคำถามว่าการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมไซเตสนั้นประเทศไทยได้หรือเสียมากกว่ากัน สำหรับดิฉันแล้วถือว่าประเทศไทยได้มากกว่าเสีย ถ้าเรามีความพร้อม กล่าวคือ ในด้านบวก หรือที่เรียกว่าผลที่ได้ในทางที่เป็นเชิงบวกนั้นเราจะได้รับการยอมรับในการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ อีกครั้งหนึ่ง ประเทศไทยก็ถือโอกาสในการที่เป็นเจ้าภาพนั้นได้ชี้แจงหรือพูดง่าย ๆ ว่า ฟอกตัวเองให้นานาประเทศที่เป็นประเทศสมาชิกในอนุสัญญาไซเตสนี้ว่าเรื่องที่ประเทศไทย ถูกกล่าวหาว่าเราเป็นประเทศที่มีการค้าสัตว์ป่า มีการส่งออกสัตว์ป่า มีการทารุณสัตว์ป่าสารพัด ที่นานาประเทศจะกล่าวหาเรา เหล่านี้เป็นเรื่องที่ประเทศไทยจะได้พูดสักทีหนึ่ง ชี้แจงให้ นานาประเทศรู้ว่าเราไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย เพื่อที่จะบอกว่าการค้า อย่างเช่น งาช้างที่เพื่อนสมาชิก ได้กล่าวไปแล้วหรือนอแรดก็ตาม เราเป็นเพียงแต่ทางผ่านหาได้เป็นประเทศที่ค้าเองไม่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องชี้แจง มีหลักฐานให้เขาได้เห็นว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นเช่นนั้น แล้วก็ยังได้เห็นว่าเรื่องของการที่เราจะต้องออกกฎหมาย ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมสามารถที่จะประกาศได้เลยว่าเรายกให้ ยกตัวอย่างเช่น ช้างประเทศแอฟริกา เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง เพราะส่วนใหญ่แล้วนอแรดที่ทำการลักลอบค้านั้นก็เป็นนอแรดของ ช้างแอฟริกาทั้งสิ้น ส่วนใหญ่เป็นเช่นนั้นครับ เพื่อไม่ให้นานาชาติกล่าวหาเราเช่นนั้น เราก็ประกาศให้ช้างประเทศแอฟริกาเป็นสัตว์คุ้มครอง ถ้ามีเกิดขึ้นเข้ามาอยู่ในประเทศเรา แล้วก็มีความผิดทันทีทำนองอย่างนั้น ส่วนในด้านลบหรือผลเสีย ดิฉันก็เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ ที่เราจะทำอย่างไรว่าการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้นั้นเราพร้อมหรือไม่ ได้คุ้มไหมกับการที่เราเป็นเจ้าภาพ เพราะแน่นอนว่า ไม่ว่าเรื่องการเงิน ความปลอดภัย เรื่องสถานที่อื่น ๆ ทุกเรื่องเราต้องรับผิดชอบ ในการเป็นเจ้าภาพหมด และสิ่งที่สำคัญก็คือว่า ในฐานะที่เราเป็นเจ้าภาพ การจะลงนามความตกลงก่อนการประชุมที่จะมีขึ้นในวันที่ ๒-๑๔ มีนาคมนั้น ถึงแม้ว่าคณะรัฐมนตรีจะได้ลงมติเห็นชอบในร่างของความตกลงแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีผลผูกพัน ซึ่งจะมีผลผูกพันได้ก็ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาตามมาตรา ๑๙๐ เพราะฉะนั้นวันนี้รัฐบาลได้มาขอความเห็นชอบจากรัฐสภา ดิฉันจึงเห็นว่ารัฐสภาควรเห็นชอบ ให้ผ่านร่างความตกลงอันนี้ไปเพราะเราจะเป็นเจ้าภาพในเดือนกว่า ๆ นี้แล้ว เพราะฉะนั้น วันนี้ดิฉันจึงเห็นด้วยกับร่างความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับสำนักเลขาธิการอนุสัญญา ว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ ที่เรียกว่าไซเตส แต่ดิฉันมีคำถามที่จะเรียนถามท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงในการประชุมครั้งนี้ วันนี้ใกล้ที่จะถึง วันที่เราจะเป็นเจ้าภาพ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เตรียมการ ในเรื่องการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้พร้อมแล้วหรือยัง เพียงไร แค่ไหน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ฉะนั้น ดิฉันอยากได้รับคำตอบมันจะได้ทำให้สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้มีความมั่นใจยิ่งขึ้นในการที่จะเห็นชอบ ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลงนามในร่างความตกลงฉบับนี้อย่างเป็นเอกฉันท์ ขอบคุณค่ะ