รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๙ มกราคม ๒๕๕๖

นริศ ขำนุรักษ์ พูดเรื่องร่างความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับสำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยการค้า ระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ โดยมีข้อห่วงใยหลายประการ เช่น การประชุมสัตว์ป่าระดับโลก การขายไม้พะยูงและจระเข้น้ำจืด นริศ ขำนุรักษ์ หารือเรื่องการเก็บถ้อยคำความเห็นของสมาชิกรัฐสภาไว้ เพื่อป้องกันความผิดพลาดต่อรัฐบาล และยกระดับความสำคัญของไม้พะยูง

นายนริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ ผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต ได้อภิปรายในร่างความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับสำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยการค้า ระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) โดยหลักการความตกลง ที่ทางรัฐบาลเสนอต่อรัฐสภา จำนวน ๖ ข้อ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะและขอบเขตการประชุม วัน เวลาการประชุม ผู้เข้าประชุม การจัดการประชุม การให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกัน รวมถึงความรับผิดชอบต่อความเสียหาย ผมเห็นด้วยและไม่ขัดข้อง แล้วก็สนับสนุน ในข้อตกลงที่รัฐบาลขอมายังรัฐสภาในวันนี้ แต่ว่าจากการจัดการประชุมครั้งนี้ ผมมีข้อห่วงใย อยู่ ๒ ประการ

ประการที่ ๑ การจัดการประชุมครั้งนี้ถือเป็นการจัดการประชุมครั้งสำคัญ อีกครั้งหนึ่งของโลกนะครับไม่เพียงแต่ของประเทศไทย ที่ผมบอกว่ามีความสำคัญระดับโลก ระดับความสำคัญครั้งหนึ่งของประเทศไทยถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ ไม่เพียงแต่จำนวน ผู้มาเข้าประชุมมากมาย ไม่เพียงแต่ประเด็นการเจรจาตกลงจะเป็นเรื่องสำคัญ และนับจะเป็นเรื่องสำคัญของโลกอีกในวันข้างหน้าคือเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะทรัพยากรสัตว์ป่า แต่ว่าครั้งนี้เป็นการประชุมขององค์กร ที่มีบทบาทสำคัญองค์กรหนึ่งคือไซเตส เป็นองค์กรที่มีบทบาทในระยะเวลาที่ผ่านมา มีบทบาทสูงยิ่ง มีผลกระทบในหลายด้านโดยเฉพาะเรื่องการปกป้องคุ้มครองสัตว์ป่า ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าสำหรับโลกแล้วก็กระจายกันอยู่ทั่วโลก และหากประเทศใด ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงหรือว่ามีปัญหาในเรื่องการค้า การทำลายสัตว์ป่าประเทศนั้น ก็จะมีปัญหา องค์กรนี้จึงเป็นองค์กรที่ยิ่งใหญ่และการที่จะให้ประเทศไทยได้จัดการประชุม ในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ แต่ว่าข้อห่วงใยของผมนั้นหากผมไปดูการประชุมครั้งที่ผ่านมา ประกอบการพิจารณาและหากไปดูการประชุมไซเตสในประเทศอื่น ๆ ระยะเวลา ห้วงเวลาที่เหลืออีก ๑ เดือนการจัดการประชุมครั้งก่อนของประเทศไทย การจัดการประชุม ไซเตสของประเทศอื่นเขาคึกคักกว่านี้เยอะ ท่านประธานครับ เขามีป้าย มีการรณรงค์ ขณะนี้ การประชุมไซเตสในประเทศไทยผมคิดว่าคนไทยรู้น้อยมาก อย่าว่าคนไทยเลยนะครับ นักวิชาการผู้สนใจเรื่องนี้ก็รู้น้อยนะครับ นักวิชาการต่างประเทศอาจจะรู้มากกว่านักวิชาการ ผู้ทำงานด้านสัตว์ป่าในประเทศไทยเสียด้วยซ้ำ ที่จริงการทำงานด้านไซเตสก่อนการประชุม เป็นปีเขาจะปูพรมเรื่องประชาสัมพันธ์ เรื่องภาพลักษณ์ของประเทศ และผมคิดว่า การที่รัฐบาลอาสาจะเป็นเจ้าภาพในการประชุมไซเตสครั้งนี้ ผมคิดลึก ๆ อยู่ว่ารัฐบาล จะใช้โอกาสนี้แก้ไขภาพพจน์ของประเทศที่เรามีปัญหาเรื่องการค้าสัตว์ป่า การส่งสัตว์ป่า ผ่านทางประเทศไทย เราเป็นประเทศที่มีปัญหาเรื่องสัตว์ป่าในเชิงลบแบบนี้ ทั้งค้าสัตว์ป่า ทั้งนำสัตว์ป่าผ่านทาง ประมาณอันดับไม่ ๑ ก็ ๒ ไม่ ๒ ก็ ๓ ไม่เคยตกอันดับ ๓ ไปเลยนะครับ เราอยู่ประมาณนี้ครับ ชนะประเทศเคนยาบ้าง แพ้ประเทศเคนยาบ้าง อยู่ใกล้เคียงกับ ประเทศจีนบ้าง ๑ ใน ๓ ภาพพจน์ติดลบด้านนี้เรายืนอยู่เสมอ ผมคิดว่าโอกาสเดียว โอกาสสำคัญที่เราจะทำเรื่องนี้ก็คือการประชุมไซเตสครั้งนี้ แต่ว่าเสียดายครับระยะเวลา ที่เหลือผมไม่แน่ใจว่าจะทำทันหรือไม่ แล้วก็ขณะนี้ ๑ เดือนที่ผ่านมา ๒ เดือนที่ผ่านมา กระแสโหมเกี่ยวกับประเทศไทยมีปัญหาเรื่องการค้า การทำลายสัตว์ป่ายังมีอยู่ในระดับ ที่น่าวิตกเป็นอย่างยิ่งนะครับ นี่คือข้อห่วงใยสำหรับผม แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมขอให้รัฐบาล ขอให้รัฐมนตรีได้เร่งทำงานในระยะเวลา ๑ เดือนที่เหลืออยู่ ประชาสัมพันธ์ ติดป้ายสนามบิน สุวรรณภูมิ ติดป้ายทุกสนามบิน ติดป้ายทุกทางเข้ามาในประเทศไทย และทำประชาสัมพันธ์ ทุกสื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ เกิดความหวงแหน เกิดความตระหนักต่อปัญหาสัตว์ป่า ของประเทศ ต่อชีวิตของสัตว์ป่าของประเทศ นี่คือสิ่งแรกที่ผมห่วงใยก็คือการเตรียมความพร้อม สำหรับการประชุมครั้งนี้ ผมไม่ห่วงเรื่องห้องประชุม ไม่ห่วงเวลาประชุม ไม่ห่วงโรงแรม ไม่ห่วงอะไรทั้งสิ้น แต่ห่วงภาพลักษณ์ของประเทศที่ควรจะใช้การประชุมครั้งนี้ได้แก้ไข และขณะนี้เรายังไม่มีการแก้ไขที่เป็นรูปธรรมและระยะเวลาที่เหลืออยู่ ผมห่วงใยว่าทำไม่ได้ดี เท่าที่ควร

เรื่องที่ ๒ ที่จริงพวกเราก็ได้อภิปรายกันไปแล้วในเรื่องของข้อตกลงกรอบการเจรจา ผมอยากให้ทางรัฐมนตรีหรือผู้เจรจาได้เก็บถ้อยคำความเห็นของเพื่อนสมาชิกรัฐสภา ในการอภิปรายไว้ ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๕ เก็บทุกถ้อยคำนะครับ ผมนี่มีความเห็นแย้งกับเพื่อนสมาชิก บางท่านว่า ข้อตกลงระหว่างประเทศหากผ่านมาตรา ๑๙๐ แล้วจะเกิดความเสียหาย ต่อประเทศชาติน้อยกว่าไม่ผ่านมาตรา ๑๙๐ ไม่ผ่านสมาชิกแห่งรัฐสภานี้ เราเคยมีปัญหา เรื่องเอฟทีเอ (FTA) ไทยกับหลายประเทศ เพราะว่าเราไม่ผ่านรัฐสภาแห่งนี้ ในขณะที่ เราไม่มีมาตรา ๑๙๐ พอมีมาตรา ๑๙๐ ข้อคิดความเห็นของเพื่อนสมาชิกรัฐสภาเป็นประโยชน์ ต่อรัฐบาล การอภิปรายผมจึงขออนุญาตเรียนท่านประธานว่ามาตรา ๑๙๐ เป็นมาตรา ที่สามารถป้องกันความผิดพลาดให้กับทางรัฐบาลได้เป็นอย่างดียิ่งนะครับ เพื่อนสมาชิก ในวันนั้นได้อภิปรายเรื่องไซเตสในกรอบการเจรจาแนะนำรัฐบาลกันไปอย่างกว้างขวาง แต่ว่าผมก็ยังห่วงใยในบางประการ สั้น ๆ เรื่องไม้พะยูงรัฐบาลตั้งธงว่าจะเจรจาให้เปลี่ยนจาก บัญชี ๑ ไปเป็นบัญชี ๒ คือให้ทำมาค้าขายยากขึ้น ห้ามส่งออกภายในประเทศ ในขณะที่ ปัญหาภายในเรายังไม่ได้รับการแก้ไขไม้พะยูงเท่าที่ควรก็คือที่จริงเราควรเสนอไปพร้อมกัน ให้ไม้พะยูงเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก คือห้ามทำมาค้าขาย หรือเป็นไม้หวงห้ามในประเภทเดียวกับ ไม้สักหรือไม้ยาง ขึ้นตรงไหนแม้เป็นที่เอกสารสิทธิก็ต้องขออนุญาต ต้องยกระดับความสำคัญ ของไม้พะยูงขึ้นมาก่อน ไม่ใช่เราไปประกาศบัญชีไซเตสในขณะที่กฎหมายเราไม่ได้รับ การแก้ไข เขาก็ย้อนถามเราได้ว่าคุณจะยกระดับไม้พะยูงเป็นบัญชี ๒ ให้ค้าขายยากขึ้น แล้วทำไมคุณไม่แก้กฎหมายภายในของคุณ นี่เป็นเรื่องที่ ๑ ครับ

เรื่องที่ ๒ มีการพูดกันในวันสองวันนี้ ในอาทิตย์สองอาทิตย์นี้เรื่องการจะขาย ไม้ของกลางโดยเฉพาะไม้พะยูง ผมกราบเรียนท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าพวกเราไม่เห็น ด้วยครับ เพราะว่าการจับไม้พะยูงไว้เป็นไม้ของกลางจำนวนมากมายมหาศาล หากมีการขาย ไม้ของกลางมาวันไหน จะมีการตัดไม้จากป่าธรรมชาติเข้ามาสวมทันที อย่าขายนะครับ ให้ส่วนราชการไป ให้ศาสนสถานไป รัฐบาลเคยอนุมัติให้ทำตาลปัตรครั้งหนึ่งแล้ว ไม้พะยูง ถือเป็นไม้มงคล ทำตาลปัตรแจกทุกวัด ทำมิมบัรแจกทุกมัสยิด ใช้เป็นศาสนสถานเสีย ให้ส่วนราชการไปใช้ทำตกแต่งรัฐสภาก็ได้ อย่าขายไม้ของกลางเลยครับ ถ้าขายก็มีการฟอก มีการทำไม้เข้ามาสวมสิทธิทันที

เรื่องสุดท้ายที่เป็นความห่วงใยก็คือเรื่องจระเข้น้ำจืดที่กำลังจะเปลี่ยนบัญชี เหมือนกัน โดยอ้างว่าจระเข้น้ำจืดมากพอที่จะค้าขายได้แล้ว อย่ากลับไปกลับมาเลยนะครับ การประกาศไว้ว่าเป็นบัญชีที่ค้ายากแล้ว คงบัญชีนี้ไว้เถอะครับ การเปลี่ยนแปลงเอาใจใคร บางคนหรือเปล่า เอาใจพ่อค้าบางคนที่ไม่สามารถค้าจระเข้น้ำจืดนี้ได้หรือเปล่า หรือเอาใจ บางประเทศที่ไม่สามารถสั่งจระเข้น้ำจืดเข้าประเทศได้หรือไม่ เพราะว่ากราบเรียนท่านประธาน ขณะนี้จระเข้น้ำจืดไม่สามารถส่งเข้าไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาและบางประเทศได้ การที่รัฐบาลไทย เริ่มต้นที่จะแก้บัญชีจระเข้น้ำจืดเพื่อที่จะให้พ่อค้าบางคนสามารถส่งหนังจระเข้ ตัวจระเข้ ไปให้ประเทศสหรัฐอเมริกาหรือเปล่า นี่คือข้อกังวล คิดให้รอบคอบนะครับ เพราะว่า วันข้างหน้าหากส่งไปมากเราก็มากลับบัญชีอีกให้เป็นบัญชีที่ค้าขายยากอีก ประเทศไทย ไม่ควรกลับไปกลับมาอีกแล้ว เรากลับไปกลับมาหลายเรื่องมากพอแล้ว เรื่องอย่างนี้ อย่ากลับไปกลับมาเพราะเราเห็นคำตอบอยู่แล้วว่ามันคืออะไร และผมแน่ใจครับว่า การเปลี่ยนบัญชีจระเข้ให้สามารถส่งขายต่างประเทศได้มีผลประโยชน์มหาศาลอยู่ข้างหลัง เพียงเพราะพ่อค้าบางคนส่งจระเข้น้ำจืดไปประเทศสหรัฐอเมริกาไม่ได้ นี่คือข้อกังวล ข้อห่วงใยที่อยากให้รัฐบาลได้ทบทวนกรอบเจรจา ๒-๓ ประการที่กระผมห่วงใย ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ