ไพบูลย์ นิติตะวัน หารือเรื่องการยกเลิกมาตรา 9 ที่กำหนดให้ยกเลิกมาตรา 241 ของรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองคณะกรรมการการเลือกตั้ง และให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งที่มีความเท่าเทียมและความเป็นประชาธิปไตย
กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกวุฒิสภาสรรหา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ในเรื่องของการพิจารณา มาตรา ๙ ซึ่งกําหนดให้ยกเลิกข้อความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๒๔๑ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักร แล้วก็ในการที่ยกเลิกดังกล่าวนั้นก็เป็นเพื่อที่จะตัดคําว่า ประกาศให้มี การสรรหาสมาชิกวุฒิสภา แต่ประเด็นที่เมื่อสักครู่ดูแล้วผมเลยได้แปรญัตติไว้โดยขอยกเลิก มาตรานี้ทั้งมาตรา เนื่องจากตอนแรกผมเป็นห่วง แต่เอาในวรรคสองของมาตรา ๒๔๑ ซึ่งเป็นมาตราที่ให้การคุ้มครองคณะกรรมการการเลือกตั้ง แต่เมื่อมาดูแล้วการแก้ไข ในบทบัญญัติมาตรา ๙ นั้นเป็นการแก้ไขเพื่อยกเลิกข้อความเฉพาะในวรรคหนึ่ง ส่วนวรรคสอง ท่านยังคงไว้ พอเห็นประเด็นนี้ก็เข้าใจครับ แต่อย่างไรก็ตามในประเด็นที่ผมยังเป็นห่วง ที่อยากจะกราบเรียนไว้ก็คือว่า ในมาตรานี้เกี่ยวกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งคณะกรรมการเลือกตั้งนั้น เป็นภาระหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับวุฒิสภาโดยตรงในการที่ ทั้งแต่งตั้งและถอดถอน และโดยเฉพาะในสิ่งที่สําคัญในหลักการและเจตนารมณ์ แห่งรัฐธรรมนูญนั้น วุฒิสภาจริง ๆ ถูกออกแบบไว้ให้ดูแลสถาบันศาลและองค์กรอิสระอื่น ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้โดยสุจริตและเที่ยงธรรม แต่โดยในหลักการแล้วครับ เรื่อง กกต. นั้น เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าในการเลือกตั้งในประเทศไทยข้อเท็จจริงผู้ที่ออกเสียง เป็นจํานวนมาก สําหรับผู้ที่ออกเสียงนะครับ มีความต้องการให้ผู้ที่สมัครลงเลือกตั้งนั้น ให้ค่าตอบแทนในการออกเสียงทั้งก่อนและหลังการออกเสียงทําให้เสียงที่ออกมานั้น เป็นเสียงซึ่งได้รับผลตอบแทน เสียงดังกล่าวจึงไม่ใช่เสียงที่เป็นประชาธิปไตย ดังนั้น ผู้ที่ไปสมัครรับเลือกตั้ง แล้วไปจํายอมที่ไปให้ค่าตอบแทนกับผู้ที่ออกเสียงนั้น ซึ่งมีบางส่วน นะครับ ก็ถือว่าเป็นผู้ที่ได้รับเลือกมาจากผู้ออกเสียงที่ไม่เป็นประชาธิปไตยย่อมไม่ใช่ผู้ที่อยู่ใน ระบบของประชาธิปไตย ท่านประธานครับ ผู้สมัครในระบบเลือกตั้งเมื่อในบางพื้นที่ และในบางคนนะครับ ที่มีอุปนิสัยที่ไม่ค่อยดี แต่ไม่ใช่ทั้งหมดนะครับ ผมทราบว่า ท่านประธานไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทําให้เมื่อได้มามีค่าใช้จ่าย ซึ่งสมาชิกหลายท่านอภิปราย ไปแล้วก็ทําให้เวลามาทําหน้าที่ก็จะเน้นเรื่องผลประโยชน์ในการทําหน้าที่ แล้วก็นอกจากนั้น ครับ ยังทําให้การเลือกตั้งนั้นได้แต่เสียงป๊อบปูล่าโหวต (Popular Vote) ไม่ได้สามารถที่จะ ทําให้ได้คุณสมบัติในการที่จะกระจายไปยังกลุ่มเฉพาะเจาะจงที่เป็นประโยชน์ต่อการทํา หน้าที่ของวุฒิสภา กกต. เกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ เพราะว่า กกต. นั้นมีส่วนในมาตราที่บัญญัติไว้ ก็คือเป็นผู้ที่ดําเนินการสรรหา ซึ่งได้ถูกในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ สภาแห่งนี้ ได้ตัดออกไปแล้วนั้น ในมาตรา ๑๑๔ วรรคสอง ซึ่งถูกพิจารณายกเลิกไปในมาตรา ๔ ซึ่งเขียนว่าการซึ่งได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาให้คํานึงถึงความรู้ ความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ ที่เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานของวุฒิสภาเป็นสําคัญ และให้คํานึงถึงองค์ประกอบ จากบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในด้านต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน โอกาสและความเท่าเทียมกัน ทางเพศ สัดส่วนของบุคคลแต่ละภาคสาขาอาชีพ รวมทั้งให้โอกาสกับผู้ที่ด้อยโอกาส ทางสังด้วย คือผู้พิการต่าง ๆ นั้น ก็ถูกตัดไปในเมื่อเราพิจารณามาตรา ๔ ผมทราบครับ เพราะว่าระบบที่มาของ ส.ว. ที่มีการเลือกตั้งแบบ ส.ส. นั้น ท่านคุมเรื่องนี้ไม่ได้ ดังนั้น เมื่อกําหนดไม่ได้จึงมีปัญหาในส่วนที่ ๒ ซึ่ง กกต. ในการทําหน้าที่ตรวจสอบนั้น ในการเลือกตั้งนั้นเป็นองค์กรที่สําคัญที่สุด แต่ก็ทําหน้าที่นั้นในการดูแลเรื่องการสรรหา ได้ด้วยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านประธานกรรมาธิการนะครับ หลาย ๆ ครั้ง ท่านประธานกรรมาธิการเป็นห่วง ในเรื่องประชาธิปไตยต้องการให้มีการเลือกตั้งใน ส.ว. เลือกตั้ง มี ส.ว. มาจากการเลือกตั้ง ทั้งหมด ทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ปัจจุบันมีอยู่ ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ให้เป็นทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วเพิ่มจํานวนเป็น ๒๐๐ คนเพื่อให้เป็นประชาธิปไตย ผมอยากจะเรียนว่า ประชาธิปไตยคือพหุภาคีไม่ใช่ให้อํานาจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่เป็นกลุ่มใหญ่นะครับ แต่เป็น การให้พื้นที่แบ่งปันทํางานร่วมกัน แบ่งปันร่วมกันในรัฐสภาแห่งนี้