รัฐสภา · ครั้งที่ ๙ · ๑๐ กันยายน ๒๕๕๖

ธนิตพล ไชยนันทน์ หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา และเรียกร้องการความพร้อมของคณะกรรมการการเลือกตั้งในการจัดการเลือกตั้ง

นายธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตาก

ผมพยายาม จะบอกท่านประธานว่าผมกลัวครับ สิ่งที่ผมกลัวนี่ก็เพราะว่านอกเหนือจากการที่มอบอํานาจ ของฝ่ายนิติบัญญัติให้กับตัวเองแล้ว เราอาจจะบอกว่าในประเทศไทยไม่มีหรอก แต่ว่าแม้แต่ ๑ เปอร์เซ็นต์ ผมก็คิดว่าเราไม่ควรจะได้นําไปสู่กระบวนการนั้น การคานอํานาจกันในระหว่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา เป็นเจตนารมณ์ที่ได้กําหนดไว้ตั้งแต่ปี ๒๔๘๙ ท่านประธานเองก็คงทราบ ท่านประธานกรรมาธิการเองก็คงทราบครับ เมื่อก่อนนี้เขาแค่ให้ ส.ว. เป็นพี่เลี้ยง ส.ส. แต่หลังจากปี ๒๔๘๙ เมื่อ ส.ว. มาดํารงตําแหน่งได้ ๒-๓ ปี เขาก็ บอกว่าหลังจากที่เป็นพี่เลี้ยง ส.ส. แล้ว ก็น่าจะเป็นการคานอํานาจ เขาเรียกว่า ระบบสภา แบบ ๒ สภา วันนี้สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็เพราะว่า ระบบคานอํานาจอย่างนี้มันสร้างความมั่นใจ ให้กับประชาชนทั้งประเทศว่ามันจะไม่เกิดเหตุการณ์เขาเรียกว่าเผด็จการรัฐสภา อย่างที่เคย เกิดขึ้นในอดีตในหลาย ๆ ประเทศ และผมก็ได้กราบเรียนต่อว่า ครั้งหนึ่งมันเคยเกิดขึ้นที่ ประเทศเยอรมนี ที่ทางสภานิติบัญญัติมอบอํานาจให้คณะรัฐมนตรี หลังจากมอบให้ คณะรัฐมนตรีเสร็จ ปรากฏว่าหลังจากนั้นประธานาธิบดีก็ขออํานาจจากศาลในการที่ตัวเอง จะได้เป็นประธานศาลยุติธรรมสูงสุด ซึ่งประธานาธิบดีในขณะนั้นหรือผู้นําในขณะนั้นก็คือ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เมื่อเขาได้อํานาจจากนิติบัญญัติ อํานาจบริหาร ซึ่งตัวเองเป็นอยู่แล้ว และอํานาจของศาลแล้ว สุดท้ายเขาก็ออกกฎหมายปลดล็อกสุดท้ายของตัวเองคือไม่ให้ใคร ปลดตัวเองออก ผมก็เรียนว่า ถ้าเหตุการณ์อย่างนี้มันเกิดขึ้นในเมืองไทย ถ้าหากเกิดขึ้นได้ ทําไมเราไม่สร้างดุลอํานาจที่มันถูกต้องละครับ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปถึงทางท่านประธานกรรมาธิการก็คือว่า ผมเองนี่ครับ ในส่วนของมาตรานี้ ผมได้เห็น เจตนารมณ์ของมาตรา ๑๒๐ ชัดเจน ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านครับ เจตนารมณ์ของ มาตรา ๑๒๐ ที่กําหนดไว้ว่า โทษนะครับ เป็นเจตนารมณ์ที่ต้องการกําหนดวาระการสิ้นสุด วาระของ ส.ว. ในทุก ๆ รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการหมดสมาชิกภาพ หรือแม้แต่ ในเรื่องของการกระทําผิดตามคุณสมบัติ ผมได้ตัดข้อความในส่วนที่ ๒ ออกก็คือหลังจากที่ ตามมาตรา ๑๑๙ ให้นําบทบัญญัติในมาตรา ๑๑๑ มาตรา ๑๑๓ มาตรา ๑๑๔ และ มาตรา ๑๑๘ มาบังคับใช้ในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาดังกล่าว ในส่วนนี้เพื่อจะปิดช่องว่าง ที่จะเกิดขึ้นเกี่ยวกับเรื่องของการหมดวาระของสมาชิกวุฒิสภา และผมได้ตัดเรื่องของการให้ มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาขึ้นแทน ภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ตําแหน่งนั้นว่างลง ท่านประธานครับ ผมก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านประธานคณะกรรมาธิการ สอบถามท่านเลยครับ ส.ว. เมื่อปี ๒๕๕๐ ที่เลือกตั้งไป รวมถึงสรรหา ปีนี้ครับที่นั่งอยู่ในสภา จํานวนทั้งหมด ๑๕๐ คน ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ในจํานวน ๑๕๐ คน บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ กําหนดไว้ชัดเจนว่าให้กําหนดเลือกตั้งภายในหกสิบวัน ทางคณะกรรมาธิการเคยเชิญทาง กกต. มาปรึกษาไหมครับว่าการเลือกตั้งจํานวน ส.ว. ๒๐๐ คนในระยะเวลาสี่สิบห้าวันเป็นสิ่งที่เหมาะสมหรือไม่ เพราะในจํานวนสี่สิบห้าวัน ผมเรียนว่าถ้า ส.ว. มีจํานวนไม่มาก คณะกรรมการการเลือกตั้งจําเป็นจะต้องจัดการเลือกตั้ง ทั้งหมด ๒๐๐ เขต อย่างที่ท่านและเพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทยได้ลงมติกันไว้ หรือแม้แต่ ท่าน ส.ว. บางท่านลงมติกันไว้ ๒๐๐ คน จํานวนสี่สิบห้าวันเท่ากับเดือนครึ่ง ท่านเคยมี ไทม์ไลน์ (Timeline) ไหมครับที่จะกําหนดว่าลงสมัครเขาใช้เวลากันเท่าไร เตรียมตัวเท่าไร การออกกฎ ระเบียบต่าง ๆ ซึ่งมันไม่เหมือนกับการเลือกตั้ง ส.ส. แน่นอนครับ และท่านประธาน อย่าลืมนะครับว่ารัฐธรรมนูญในการเลือกตั้ง ส.ว. มีการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่รู้จักกี่ครั้งแล้ว มาตั้งแต่เรื่องการเลือกตั้งทางตรง มาทางอ้อม ทางอ้อมมา ทั้งทางอ้อมสรรหา สรรหาเสร็จปุ๊บ มาผสมกันระหว่างเลือกตั้งทางตรงกับสรรหา จนมาถึงสุดท้ายครั้งนี้คือการเลือกตั้งทางตรง ทั้ง ๒๐๐ เขต ผมก็อยากจะทราบเช่นเดียวกันครับว่าการเลือกตั้งทางตรง ๒๐๐ เขต กรรมาธิการสอบถาม กกต. เขาหรือยังว่า กกต. เขามีความพร้อมจริง ๆ หรือไม่ และถ้า กกต. บอกว่ามีความพร้อม ผมก็อยากดูว่าความพร้อมที่ว่านี้หมายถึงอะไรบ้าง เผื่อเวลาให้ ส.ว. เขาทําอะไรบ้าง อย่างเช่นให้เขาเตรียมตัวในการที่จะลงสมัคร การตรวจสอบคุณสมบัติ ต่าง ๆ ใช้เวลาเท่าไร รวมไปถึงเรื่องของวิธีการหาเสียงที่กําหนดให้ชัดเจน เพราะผมกลัวครับ อย่างที่บอกว่าการเลือกตั้งถ้าเราบอกว่าเราเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง คืนอํานาจให้ประชาชน การจะให้คน ๖๐ กว่าล้านคนออกมาเลือกตั้ง ส.ว. ตามที่พวกเรา หวังไว้ ผมคิดว่าทางคณะกรรมาธิการต้องคํานวณเรื่องนี้อย่างจริงจังครับ เพราะหาก ไม่คํานวณเรื่องนี้อย่างจริงจัง สุดท้ายแล้วจะเป็นอย่างที่พวกเราไม่อยากให้มันเกิดก็คือว่า คนลงเลือกตั้งทุกคนต้องใช้เงินในการลงทุนหาเสียงเลือกตั้ง เมื่อลงทุนหาเสียงเลือกตั้งก็ไม่ อยากมีใครที่จะไม่ประสบผลสําเร็จจากการลงทุน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าจํานวนสี่สิบห้าวัน เป็นการบีบบังคับให้กับ ส.ว. ที่บางครั้งเขาอาจจะไม่อยากเข้าไปอิงพรรคการเมือง แต่เมื่อ ลงทุนไปแล้วเขาอาจจะต้องเข้าไปอิงพรรคการเมืองในการช่วยหาเสียงเลือกตั้ง ท่านประธาน คณะกรรมาธิการท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านคงรู้ดี ในคณะกรรมาธิการวิสามัญ ของท่านก็มีสมาชิกวุฒิสภา ท่านได้พูดไหมครับว่ากระบวนการในการเลือกตั้ง ส.ว. ที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมา กรณีมีปัญหาผมเชื่อว่าหกสิบวันยังไม่พอเลย และวันนี้ท่านยังลดลงอีก ผมยิ่งเห็น ความชัดเจนเกิดขึ้นว่า เหมือนกลาย ๆ ว่าจะบีบให้ ส.ว. ทุกคนจะต้องไปมีผลประโยชน์ ต่างตอบแทนกับพรรคการเมืองซึ่งผิดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญชัดเจนในการที่จะคาน อํานาจกันระหว่างสภานิติบัญญัติทั้ง ๒ สภา ผมเรียนท่านประธานครับว่า ในส่วนนี้ผมจึงได้ตัดออก และผมเพิ่มเติมเข้าไปในส่วนที่ว่า และให้สมาชิกวุฒิสภาเข้ามาดํารงตําแหน่ง ผมคงไว้ตามมาตรา ๑๑๘ นะครับก็คือ ๖๐ วัน และให้สมาชิกวุฒิสภาเข้ามาดํารงตําแหน่งแทนตําแหน่งที่ว่างนั้นอยู่ในตําแหน่งได้เพียง วาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน นี่หมายความว่าผมต้องการที่จะให้มีการคานอํานาจกัน อย่างเต็มที่ แต่ว่าท่านประธานกรรมาธิการพยายามจะบอกกับผมว่าวันนี้ประชาชนเลือก ไปแล้วคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด ผมคิดว่าท่านประธานครับ สภานิติบัญญัติแห่งนี้คือที่ที่เราควรจะ กําหนดหลักของประเทศให้ถูกต้อง เพื่อให้ประชาชนได้เดินตามอย่างถูกต้องครรลองครับ ที่ท่านพูดไม่ผิดครับ ที่ประชาชนควรจะได้รับสิทธิในการเลือกตั้ง ส.ว. ทุกคน ไม่ผิดหรอกครับ แต่เราจะกําหนดอย่างไรละครับที่จะป้องกันไม่ให้ ส.ว. นี้ กลายเป็นส่วนเดียว หรือส่วนใด ส่วนหนึ่งของพรรคการเมือง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานนี้ครับ คือสิ่งที่ ผมแปรญัตติไว้ ดังนั้นนะครับสุดท้ายผมก็เรียนกับท่านประธานครับว่า ถึงมาตรานี้ ท่านประธานกรรมาธิการบอกจะไม่มีอะไรพูดมาก จริงครับ เพราะว่าที่มีอะไรให้พูด เพื่อนสมาชิกปิดการอภิปรายไปเรียบร้อยแล้ว แต่ผมก็ต้องชี้ให้เห็นในมาตรานี้เช่นเดียวกันว่า ความจําเป็นในเรื่องของการคานอํานาจเป็นสิ่งจําเป็น ท่านประธานกรรมาธิการขอความกรุณา ส่วนที่เหลืออยู่ตรงไหนแก้ไขได้ สร้างดุลอํานาจให้มันถูกต้องเถอะครับ ผมไม่สามารถที่จะ เห็นตามกรรมาธิการได้ และจะกราบเรียนท่านประธานก็ขอเป็นผู้หนึ่งที่คัดค้านการแก้ รัฐธรรมนูญด้วยวิธีการอย่างนี้ อย่างเต็มที่ครับ กราบขอบพระคุณครับ