ธนา ชีรวินิจ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 8 ที่เขียนให้มีเฉพาะการดำเนินการเลือกตั้งอย่างเดียว และไม่สามารถทําให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลสมบูรณ์ได้ เนื่องจากยังมีสมาชิกที่มาจากการสรรหาเหลืออยู่
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกรัฐสภา ผมเชื่อว่าถ้าท่านประธานได้ฟัง คําอภิปรายของผมแล้ว ท่านประธานจะได้เห็นว่าผมอภิปรายอยู่ในประเด็นที่ผมแปรญัตติ เพราะสิ่งที่ผมแปรญัตตินั้นผมได้ชี้ให้เห็นว่าถ้ามีการดําเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ เสนอมาอย่างนี้จะเป็นการบัญญัติกฎหมายที่ขัดกัน แล้วทําให้กฎหมายมีปัญหา สิ่งที่ผม อภิปราย ท่านประธานครับ ผมถึงต้องโยงให้เห็นครับว่ามาตรา ๘ ที่ผมขอตัดเพราะมันมี เหตุผลความจําเป็นจริง ๆ เมื่อท่านไปใส่มาตรา ๘ ไว้ แต่ท่านยังคงมาตรา ๒๔๐ ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านไม่ได้แตะ แล้วท่านก็ยังมีมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๒ ซึ่งระบุว่าสมาชิกวุฒิสภาที่ยังมี สมาชิกภาพในวันที่รัฐธรรมนูญใช้บังคับก็คือ สมาชิกวุฒิสภาสรรหา ซึ่งระบุว่าให้มีหน้าที่ ในการดําเนินการตามกฎหมายต่อไป แต่ท่านก็ไปเขียนอีกว่าไปตัดสิทธิไม่ให้ดําเนินการ ตามกฎหมาย ซึ่งเป็นการบัญญัติกฎหมายในลักษณะขัดกันอย่างเห็นได้ชัด นี่คือสาระสําคัญ นะครับท่านประธาน ผมยังไม่ได้เข้าไปในประเด็นของข้อเท็จจริงเลย เพราะนี่คือประเด็น ข้อกฎหมายที่สําคัญ และรัฐบาล และรัฐสภานี้ต้องพิจารณาประเด็นนี้ครับท่านประธาน ไม่อย่างนั้นท้ายที่สุดเมื่อส่งถึงศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญก็จะวินิจฉัยว่าเป็นการบัญญัติ กฎหมายหรือรัฐธรรมนูญที่ขัดกันเอง และท้ายที่สุดก็อาจจะไม่มีผลในทางปฏิบัติ เป็นเรื่อง สําคัญอย่างยิ่งครับท่านประธาน และการที่จะอภิปรายเชื่อมโยงระหว่างมาตราแต่ละมาตรา ไม่ใช่ง่าย ๆ นะครับท่านประธาน ผมก็ต้องลําดับเรียงความเข้าใจเพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้มี ความรับรู้และเข้าใจไปด้วยว่าถ้าการที่จะคงมาตรา ๘ ไว้นั้นจะเกิดความเสียหายอย่างไร ผมจะอภิปรายอยู่ในประเด็นครับท่านประธาน เพราะว่าผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนเขาก็ติดตาม อยากจะทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้นในการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มันผ่านกันมา ๑๐ วัน ใครที่อภิปรายไม่อยู่ในประเด็น ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนเขาก็จับตาดูอยู่ การลุกขึ้นทําหน้าที่ ของผมในทุกมาตรา แม้ว่าผมจะถูกตัดสิทธิไป ผมก็จะใช้สิทธิทางอื่นในการที่จะเรียกร้องสิทธิ นั้นคืนมา แต่เมื่อในมาตรา ๘ นี้ผมมีโอกาสลุกขึ้นมาอภิปราย และคําอภิปรายผมนั้น อยู่ในกฎ อยู่ในกติกา และอยู่ในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียน ท่านประธานว่าขอให้ท่านประธานได้กรุณารับฟังด้วย เพราะว่าการอภิปรายของผมเนื่องจาก มีการโยงกันหลายมาตรา ถ้าท่านประธานลุกขึ้นมาหยุดจังหวะผมในการอภิปราย ผมก็ต้อง ใช้สมาธิในการที่จะรวบรวมประเด็นเพื่อนําเสนอ เพื่อให้พี่น้องประชาชนและท่านสมาชิก รัฐสภามีความเข้าใจไปกับผม เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า เวลาผมจะ ใช้เท่าที่จําเป็นจริง ๆ จะอยู่ในประเด็นทั้งหมด ขอให้ท่านสมาชิกได้โปรดกรุณารับฟังด้วย นะครับ ท่านประธานที่เคารพเมื่อในมาตรา ๑๒๐ ท่านเขียนมาว่า เมื่อวาระของวุฒิสมาชิก ไม่ถึง ๑๘๐ วันจะไม่ดําเนินการเลือกตั้งก็ได้ แต่ท่านไม่ได้เขียนเรื่องการสรรหาอีกแล้ว และเมื่อท่านไม่ได้เขียนเรื่องการสรรหา จึงต้องหยิบเอามาตรา ๒๔๐ มาใช้บังคับ เพราะ มาตรา ๒๔๐ นี้เขียนไว้เลยครับว่า สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหาเมื่อถูกเพิกถอนสิทธิให้ ดําเนินการสรรหาใหม่ แล้วจะสรรหาได้อย่างไรล่ะครับ ในเมื่อท่านไปตัดมาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ ออกไปแล้ว กระบวนการสรรหาของวุฒิสมาชิกไม่มีแล้ว แล้วจะทําอย่างไรล่ะครับ นี่คือการขัดกันของการร่างกฎหมายโดยชัดเจน เพราะฉะนั้นผมถึงกราบเรียนครับว่า ถ้าคนที่ ดําเนินการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องของที่มา ส.ว. จะได้นําประเด็นต่าง ๆ แล้วไปแยกแยะให้เห็นว่ามันมีประเด็นไหนบ้างที่ต้องดําเนินการแก้ไขให้สอดคล้องกัน ในคราวเดียวกันก็จะไม่เกิดปัญหาในลักษณะนี้ แต่พอเร่งรีบที่จะเสนอมา แล้วก็ดําเนินการ ในเวลาอันจํากัดทั้งในชั้นรับหลักการก็ดี ในชั้นวิสามัญก็ดี ท่านสมาชิกจะลุกขึ้นอภิปราย ก็ไม่สามารถที่จะทักท้วง ท้วงติงในเรื่องเหล่านี้ได้ ท้ายที่สุดก็เกิดนี่ละครับ ท่านประธานครับ เกิดปัญหาขึ้นมาว่ามันมีกฎหมายบัญญัติที่ขัดกันเองอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นผมกราบเรียน ท่านประธานว่ามาตรา ๘ การที่ท่านไปเขียนไว้ให้มีเฉพาะการดําเนินการเลือกตั้งอย่างเดียว จะไม่สามารถทําให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลสมบูรณ์ได้ เนื่องจากยังมีสมาชิกที่มาจากการ สรรหาเหลืออยู่ แล้วท่านประธานที่เคารพครับ วันที่ท่านได้ดําเนินการให้มีสมาชิกวุฒิสภา ที่มาจากการสรรหาและให้ดํารงตําแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระนั้น ๆ นั่นหมายถึงว่า ท่านได้คงสถานะของ ส.ว. สรรหาอีก ๗๐ กว่าท่านไว้ เมื่อ ส.ว. สรรหาอีก ๗๐ กว่าท่าน ถูกนับเป็นองค์ประชุมกับวุฒิสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้ง เมื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่มาจาก การสรรหาต้องหมดสมาชิกภาพลง อันนี้เป็นประเด็นว่ากระบวนการตามมาตรา ๔๐ ที่เขายังดําเนินการอยู่นั้นและท่านไม่ได้ไปตัด ก็ต้องไปดําเนินการสรรหาเพื่อให้ทดแทน ตําแหน่งที่ว่างลงจนกว่าจะถึงวาระอีก ๓ ปีที่วุฒิสมาชิกสรรหาครบวาระ ตอนนี้ก็จะเกิด ปัญหาขึ้นแล้วครับท่านประธาน เมื่อวุฒิสมาชิกที่มาจากการสรรหาหมดสมาชิกภาพลง แต่ไม่มีบทบัญญัติว่าด้วยการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาแล้วจะทําอย่างไร นอกจากประเด็น ความไม่ชอบในการเสนอรัฐธรรมนูญ การพิจารณาขัดกันแห่งผลประโยชน์ของผู้เสนอ และผู้ลงมติ การตัดสิทธิสมาชิกในการที่จะใช้สิทธิในการแปรญัตติก็ดีสงวน ความเห็นก็ดี ในตลอดการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นประเด็นอย่างยิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะได้วินิจฉัย แต่สิ่งหนึ่งที่จะเป็นเหตุผลสําคัญอย่างยิ่งก็คือท่านไปบัญญัติกฎหมาย ในลักษณะที่มีการขัดกันเอง ซึ่งประเด็นนี้ละครับจะเป็นประเด็นสําคัญที่จะทําให้เห็นได้ว่า การบัญญัติกฎหมายนั้นไม่ได้บัญญัติด้วยความละเอียดรอบคอบ และท้ายที่สุด จะไม่สามารถทําให้กฎหมายฉบับนี้เดินหน้าได้ ผมจึงต้องลุกขึ้นมาใช้สิทธิในการอภิปราย เพื่อให้กรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาว่าการที่ท่านไปคิดอยู่ในมุมเดียว ท่านเขียนว่า นับตั้งแต่วันรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้บังคับ ให้มีวุฒิสมาชิกจํานวน ๒๐๐ คนมาจากการเลือกตั้ง แต่ท้ายที่สุดท่านก็ไปยอมรับให้มีสมาชิกวุฒิสภาอีก ๗๐ กว่าท่านมาจากการสรรหา ทําหน้าที่วุฒิสมาชิกหลังจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้บังคับด้วย เมื่อท่านตั้งใจให้เป็น วุฒิสมาชิกมาจากการเลือกตั้ง ท่านถึงไปตัดกระบวนการสรรหาออกทั้งหมด แต่ในขณะที่ ส.ว. ที่เขามาจากการสรรหานั้นเขาก็มีกระบวนการของเขา เมื่อท่านตัดกระบวนการสรรหาทั้งหมด การพิจารณาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ท่านอย่าลืมนะครับ เวลานี้ผมไม่ทราบว่ามี ส.ว. สรรหา ที่อาจจะมีการดําเนินการสู่กระบวนการการถอดถอนหรือไม่ อย่างไร แต่เมื่อมีการถอดถอน ขึ้นมาจะทําอย่างไร