ปรีชาพล ชี้แจงเวลาอภิปรายทุกฝ่าย เรียกร้องประธานสภาใช้ข้อบังคับอย่างเคร่งครัด

รัฐสภา · ครั้งที่ ๙ · ๑๐ กันยายน ๒๕๕๖

ปรีชาพล พงษ์พานิช หารือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยชี้แจงเวลาอภิปรายของทุกฝ่ายและเรียกร้องให้ประธานสภาเดินหน้าใช้ข้อบังคับอย่างเคร่งครัดโดยไม่กล่าวหาผู้อื่น

ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เมื่อสักครู่มีการกล่าวพาดพิงการทํางานของวิป ๓ ฝ่าย ซึ่งหากไม่มีการแก้ไขก็จะทําให้พี่น้อง ประชาชนที่ฟังการถ่ายทอดสดนั้นเข้าใจผิด ท่านประธานเองก็เป็นกรรมการในวิป ๓ ฝ่าย ท่านประธานครับ ฉะนั้นท่านประธานจะเป็นผู้ที่ยืนยันในข้อเท็จจริงได้ดีที่สุด ผมต้องขอ อนุญาตท่านประธานวิปฝ่ายค้านในฐานะผู้อาวุโสในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้นะครับ ถึงแม้ว่า กระผมจะเป็น ส.ส. มาไม่นานครับ ๕-๖ ปีเท่านั้น แต่การอภิปรายของผมนั้นอาจจะพาดพิง ถึงคําพูดของท่านเมื่อสักครู่ซึ่งมีการกล่าว แล้วผมก็เชื่อว่าไม่เป็นความจริง ท่านประธานครับ ท่านบอกว่ามีการเบี้ยวข้อตกลง ทําให้การทํางานของวิป ๓ ฝ่ายนั้นไม่สามารถดําเนินการได้ ตั้งแต่การอภิปรายรัฐธรรมนูญในวาระที่หนึ่ง ซึ่งมีการประชุมกันตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๑ ถึง วันพุธที่ ๓ เมษายน ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา ท่านประธานทราบครับ การประชุมวิป ๓ ฝ่ายนั้น มีการหารือกันเพื่อที่จะตกลงเรื่องเวลาในการอภิปราย เพื่อที่จะให้เพื่อนสมาชิก ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และเพื่อนสมาชิก ส.ว. ได้ทําหน้าที่ อย่างเต็มที่ในฐานะตัวแทนของปวงชนชาวไทย ซึ่งการคิดนั้นก็เป็นตรรกะทางวิทยาศาสตร์ ทางคณิตศาสตร์ครับท่านประธานครับ ไม่ได้มีอะไรสลับซับซ้อนเลย เวลาที่ได้ในการอภิปรายในนั้นก็หารตามจํานวนสมาชิกพวกผมมีอยู่ ๒๙๙ ท่าน พวกท่าน มีเท่าไรครับก็ลบไป น้อยกว่าพวกกระผม ท่าน ส.ว. มี ๑๕๐ ท่าน จํานวนเวลาที่ได้รัฐบาลได้ ๑๕ ชั่วโมง ฝ่ายค้านได้ ๑๑ ชั่วโมง ส.ว. ได้ ๘ ชั่วโมง นี่คือข้อเท็จจริงซึ่งปฏิเสธไม่ได้ครับ ท่านประธาน ฉะนั้นวันนี้มีการพูดว่ามีการเบี้ยวข้อตกลงท่านประธานครับ ย้ําอีกครั้งหนึ่ง นะครับ ผมเคารพท่านประธานวิปฝ่ายค้าน แต่สิ่งที่ท่านพูดนั้นไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริงครับ เราบอกเราประชุมกัน ๓ วันนะครับ วันพุธคือวันสุดท้ายนั้นให้เสร็จสิ้นตอน ๒๒.๐๐ นาฬิกา เพื่อให้มีเวลาในการลงมติซึ่งจะลงมติโดยเปิดเผยเวลาประมาณ ๒ ชั่วโมง สมาชิก ๖๕๐ ท่าน ประชุมถึงทุ่มครับ ท่านประธานครับ ถึง ๕ ทุ่มก็แล้ว ไม่มีวี่แววในการที่จะสิ้นสุด และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสักครู่ที่ท่านบอกว่าฝ่ายค้านได้ ๑๕ ชั่วโมง ผมกราบเรียน ท่านประธานครับ มีการมาเจรจาโดยท่านประธานวิปฝ่ายค้านนี่ละครับ มาเจรจากับ ท่านอํานวย คลังผา ประธานวิปรัฐบาล ท่านประธานผมเป็นผู้ใหญ่ใจดีครับ เปิดใจกว้างที่ให้ เพื่อนสมาชิกได้ทําหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่ในข้อตกลงถ้าท่านจะอภิปรายฝ่ายรัฐบาลก็จะถอย เวลาให้ให้เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายฝ่ายค้านได้อภิปรายมากขึ้น แต่ในข้อตกลงคือเสร็จสิ้น ตอน ๔ ทุ่มตรงครับ ท่านประธานครับ ๕ ทุ่มผ่านไป เพื่อนสมาชิกวุฒิสภาใช้สิทธิครบแล้ว แต่ทางเพื่อนสมาชิกพรรคฝ่ายค้านก็ยืนยันที่จะใช้สิทธิ ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อตกลง ฉะนั้น ท่านประธานครับ ใครเบี้ยวข้อตกลง ท่านประธานทราบอยู่แก่ใจและท่านประธานจะตัดสิน ได้ดีที่สุด นั่นคือข้อที่ ๑

ข้อที่ ๒ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่พูดในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเป็นการแก้ไข มาตรา ๙๓ ถึง มาตรา ๙๘ นั่นก็คือจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและระบบเขต และมาตรา ๑๙๐ ท่านประธานครับ ในครั้งนั้นมีการอภิปรายกัน ๓ วันครับ วันอังคารที่ ๒๓ พฤศจิกายน ถึงวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ พฤศจิกายน ท่านประธานครับ แก้ ส.ส. เขตเลือกตั้งจาก ๔๐๐ คน เป็น ๓๗๕ คน จากบัญชีรายชื่อจาก ๘๐ คน เป็น ๑๒๕ คน มีการพูดว่าการแก้รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้มีคนได้เปรียบ มีคนเสียเปรียบ ท่านประธานครับ พวกผมทําหน้าที่อย่างเต็มที่ในฐานะ ฝ่ายค้านเช่นกัน ผมจะนําเรียนท่านประธานให้เห็นถึงข้อเท็จจริงครับ ๓ วัน ที่เรามีการอภิปราย ใครจะเห็นด้วยจะเห็นต่างก็ตาม ๓ วันที่เราพูดถึงกันนี้ในการแก้ไขสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลขณะนั้นคือพรรคประชาธิปัตย์ใช้เวลาไป ๙ ชั่วโมง ๒๕ นาที ฝ่ายค้าน คือพวกกระผมครับ ขอโทษนะครับ ของท่านใช้เวลา ๙ ชั่วโมง ๕๐ นาที ส่วนพวกกระผม ฝ่ายค้านในขณะนั้นใช้เวลาไป ๙ ชั่วโมง ๒๕ นาที ส.ว. ใช้ ๗ ชั่วโมง ๒๔ นาที มีการประท้วง พาดพิงเพียงแค่ ๔ ชั่วโมงเท่านั้นเอง ครึ่ง ๆ ด้วยซ้ําครับท่านประธานครับ ทั้งที่พวกกระผม มีเสียงใกล้เคียงกับของท่าน มาครั้งนี้ครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญใช้เวลามาวันนี้ ๑๑ วัน แล้วครับ ท่านประธานครับ ผมไม่ได้กล่าวหาว่าท่านเตะถ่วงนะครับ แต่มาลองข้อเท็จจริงกัน ว่าเป็นอย่างไร ฝ่ายค้านซึ่งมีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนํา ใช้เวลาไปแล้วทั้งสิ้น ๒๘ ชั่วโมง ๒๔ นาที ๓๑ วินาที ไม่รวมวันนี้ครับท่านประธานครับ พวกกระผมใช้เวลาไป ๑ ชั่วโมง ๒๕ นาที สมาชิกวุฒิสภาใช้เวลาไป ๑๕ ชั่วโมง ๑๕ นาที และมีการประท้วงถึง ๔๗ ชั่วโมง ๘ นาทีครับท่านประธานครับ ฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ท่านอย่าได้มากล่าวหาคนอื่นว่าเป็นการแก้รัฐธรรมนูญที่ไม่ชอบ เป็นสภาผัวเมีย มองคนอื่นผิด ท่านมองได้แต่อย่ากล่าวหาคนอื่นครับ เพราะนี่คือการแก้ไขเพื่อคืนอํานาจให้กับประชาชน นี่คือชุดความคิด ขออนุญาตที่ใช้คําพูดท่านชํานิ ศักดิเศรษฐ์ นี่คือชุดความคิดของ พวกกระผม ท่านมีชุดความคิดของท่านแต่อย่าก้าวล่วงความคิดของคนอื่นเขา สุดท้ายครับ ท่านประธานครับ มีการพูดถึงเรื่องคําวินิจฉัยของท่านประธาน ผมบอกท่านประธานเลยครับ ท่านประธานวินิจฉัยไปอย่างไร ถ้าถูกใจถ้าได้ประโยชน์ เขาก็บอกว่าท่านประธานวินิจฉัยถูก ถ้าไม่ได้ประโยชน์ไม่ถูกใจ เขาก็บอกท่านประธานวินิจฉัยผิด เดี๋ยววันหนึ่งท่านประธานนิคม ก็หล่อ วันหนึ่งท่านประธานสมศักดิ์ก็หล่อ พวกกระผมครับ ทําหน้าที่ในสภาแห่งนี้ ผมเห็นท่านประธานทั้ง ๒ ท่านหล่อครับ ถึงแม้ว่าคําวินิจฉัยของท่านอาจจะขัดต่อความรู้สึก และข้อบังคับซึ่งพวกกระผมมีความคิดที่อาจจะคิดต่างได้ แต่พวกกระผมให้ความเคารพ ท่านประธานครับ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ในฐานะที่เรามีข้อบังคับข้อเดียวกัน ฉบับเดียวกัน เราให้ความเคารพท่านประธานครับ ฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ อย่าให้ เสียเวลาไปมากกว่านี้เลยครับ นี่มันเที่ยงกับ ๑๐ นาทีแล้วมีการถ่ายทอดสดพี่น้องประชาชน ฟังอยู่ ขอให้ประธานเดินหน้าใช้ข้อบังคับ ข้อ ๕ อย่างเคร่งครัดครับ กราบขอบพระคุณครับ