อานิก อัมระนันทน์ พูดถึงผลที่ตามมาของการครอบงำวุฒิสภาโดยพรรคการเมือง และผลกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน นิติรัฐ นิติธรรม และการตรวจสอบถ่วงดุล
ขอบพระคุณค่ะ ถ้าท่านสมาชิกได้ฟังนะคะก็จะเห็นความเกี่ยวโยงค่ะ เพราะดิฉันได้เปิด ประเด็นแล้วว่ามาตรา ๑๑๗ เป็นภาพตัดต่อชิ้นสุดท้ายที่เราจะเห็นภาพรวม เพราะฉะนั้น ดิฉันก็กําลังอธิบายว่าภาพตัดต่อกับภาพรวมนี้คืออะไรนะคะ ลักษณะของบุคคลที่จะมาเป็น สมาชิกวุฒิสภาจะเปลี่ยนจากผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ทรงคุณธรรมที่มีความหนักแน่น เป็นกลาง เป็นอิสระ กลายพันธุ์เป็นนักการเมือง นักเลือกตั้งที่รังแต่จะต้องพึ่งพาและตกอยู่ในอาณัติ ของพรรคการเมือง ดิฉันจึงเห็นว่าเงื่อนไขเหล่านี้เป็นเสมือนฝาทึบที่ปิดทับไปบนกล่อง กล่องที่ท่านเอาประชาธิปไตยของคนไทยไปยัดใส่ไว้ ในกล่องนี้มีการบริหารบ้านเมือง แบบธุรกิจที่เอาแต่ได้ ให้ก็แต่ประชานิยม ให้ก็แต่พวกพ้อง ฐานเสียงของพวกตน มีการ เลือกปฏิบัติ มี ๒ มาตรฐาน จํากัดสิทธิเสรีภาพ มีการสร้างความแตกแยก ความเกลียดชังและความกลัว ทําให้เป็นกล่องมืดที่คับแคบ อึดอัด แคบจนจะไม่มีพื้นที่เหลือสําหรับนิติรัฐ นิติธรรม ความถูกต้อง กล่องนี้จึงเป็นเสมือนโลงศพ ของประชาธิปไตย และเป็นโลงศพของประชาชนคนไทยด้วย ที่ดิฉันกล้าเปรียบเปรยถึงขนาดนี้ เพราะอะไรคะท่านประธาน อย่างที่ได้เรียนแล้วว่าพรรคการเมืองจะเข้ามาครอบงําวุฒิสภา จากการกําหนดจังหวัดให้เป็นเขตเลือกตั้ง และด้วยการกําหนดคุณสมบัติในมาตรา ๑๑๕ ที่ผู้สมัครที่มีโอกาสชนะเลือกตั้งมากที่สุดจะสามารถเป็นคนในสังกัดพรรคการเมือง โดยเฉพาะคนใกล้ชิดพ่อแม่ลูกเมียของ ส.ส. หรืออดีต ส.ส. หรือแม้กระทั่งตัวอดีต ส.ส. เอง ส.ว. ก็จะกลายเป็นคนแบบเดียวกับ ส.ส. สภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภา จะกลายเป็น เนื้อเดียวกัน การเมืองและพรรคการเมืองจะมาครอบงําทั้งรัฐสภาเสียงข้างมากของพรรค ที่เป็นรัฐบาล ซึ่งมีน้ําหนักมากที่สุดอยู่แล้วก็จะมีน้ําหนักมากยิ่งขึ้นไปอีก จะมีการเล่นพวก เล่นพรรค ไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุลพวกเดียวกัน ฝ่ายบริหารจะมีอํานาจเบ็ดเสร็จทั้งในรัฐสภา และในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยผ่านการครอบงําวุฒิสภาที่มีอํานาจในการแต่งตั้ง ถอดถอนตําแหน่งสําคัญ สําคัญในบ้านเมือง ท่านประธานคะ หากวุฒิสภาไม่เป็นอิสระก็จะมี ผลต่อตัวบุคคลหรือการปฏิบัติงานขององค์กรอิสระ ยกตัวอย่าง เช่น กกต. อาจจะไม่จัด การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม เพราะกรรมการอยู่ใต้อาณัติอิทธิพลของนักการเมืองผู้มี อํานาจ เหมือนอย่างเกิดขึ้นแล้วในอดีตที่ กกต. ๓ คน เคยถูกศาลตัดสินว่าทุจริตเลือกตั้ง ต้องติดคุก ถึงแม้ล่าสุดจะหลุดแล้ว แต่ก็เพียงเพราะเหตุผลทางเทคนิคว่าผู้ฟ้องร้องนั้น ไม่ใช่ เจ้าทุกข์โดยตรง ไม่ได้มีการเปลี่ยนคําตัดสินว่า การกระทําผิดต่าง ๆ นั้น ไม่ผิดแล้ว หากวุฒิสภา ไม่เป็นอิสระก็จะมีผลต่อตัวบุคคล หรือการปฏิบัติงานของศาลรัฐธรรมนูญ การชี้ขาดว่าอะไรชอบ อะไรขัดต่อรัฐธรรมนูญก็อาจจะผิดเพี้ยน ไม่จําเป็นต้องส่งคนเสื้อแดง หรือม็อบอะไรไปกดดัน ก็ได้ เพียงอํานาจการแต่งตั้ง ถอดถอนตุลาการของวุฒิสภาที่ไม่เป็นกลางก็สามารถทํา ทําลายนิติรัฐ นิติธรรมของประเทศไทยได้ หากวุฒิสภาไม่เป็นอิสระจะมีผลต่อตัวบุคคลและ การปฏิบัติงานของ ป.ป.ช. เพราะมาจากการแต่งตั้งของ ส.ว. ที่อยู่ในสังกัดพรรคการเมืองที่มี อํานาจ การทุจริตคอร์รัปชั่นจะเฟื่องฟู เพราะ ป.ป.ช. อาจจะไม่เป็นอิสระไม่เป็นธรรม อีกต่อไป เหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนของความเลวร้ายที่จะเกิดขึ้น ที่การบริหาร ราชการแผ่นดินจะขาดซึ่งการตรวจสอบถ่วงดุล การใช้อํานาจจะไม่มีขอบเขต ธุรกิจการเมือง จะแพร่ระบาดมากกว่าเดิม ผลประโยชน์ส่วนตัว ผลประโยชน์พวกพ้องจะเป็นใหญ่ โอกาส การทุจริตคอร์รัปชั่นจะสูงยิ่งกว่าทุกวันนี้ คอร์รัปชั่นทางนโยบายก็จะมีมากขึ้นไปอีก โอกาส ของการมีนโยบายสาธารณะที่ยั่งยืน และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมก็จะน้อยเต็มที นโยบายเศรษฐกิจดี ๆ ที่จะสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศ สร้างงานที่ยั่งยืนให้ผลตอบแทน ดี ๆ กับประชาชนก็จะไม่เกิด ประเทศชาติจะล้มละลายด้วยนโยบายประชานิยมกับ การลงทุนทําอภิมหาโครงการ หรือเมกะโปรเจค (Mega project) ที่ให้ประโยชน์เพียงแค่คน กลุ่มเล็ก ๆ แล้วก็จะมีการกู้เงินอย่างอีลุ่ยฉุยแฉก เงินภาษีอากรที่จะต้องใช้สําหรับดูแล สวัสดิการพื้นฐานของประชาชนก็จะไม่มีเหลือพอ ขนาดเงินทําศพที่ควรจะให้กับคนยากคนจน ครอบครัวละ ๒,๐๐๐ บาท ในวันนี้ท่านก็ยังไม่ได้จัดสรรให้ เพราะว่างบประมาณไม่พอ ยังค้างถึง ๓๐๐,๐๐๐ ครอบครัว ได้มีนักวิชาการออกมาเสนอให้เก็บภาษีคนโสดเพื่อช่วย รัฐบาลที่จะรีบหาเงินเข้าระบบมาจุนเจือการรั่วไหล และการไหลออกอย่างรวดเร็วของ เงินแผ่นดินที่เป็นไปอย่างไม่คุ้มค่าไม่เป็นธรรม ถึงแม้วันนี้จะยังไม่มีมาตรการที่พิลึกพิลั่น แบบนั้น แต่เมื่อประเทศของเรากู้เงินจนหมดเครดิต (Credit) หรือเมื่อกู้ ๒ ล้านล้านบาท สําเร็จไปแล้ว ของแบบนี้ย่อมจะเกิดขึ้นได้ ไม่เช่นนั้นแล้วก็จะไม่มีเงินมาใช้ในการดูแลพี่น้อง ประชาชน