รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๔ กันยายน ๒๕๕๖

จิรายุ ห่วงทรัพย์ เสนอแปรญัตติเพื่อเปลี่ยนอายุสมาชิกวุฒิสภาจาก 40 ปี เป็น 45 ปี โดยอ้างว่าเป็นการป้องกันการลาออกก่อนครบวาระ และเพื่อให้สมาชิกมีคุณวุฒิและอายุเหมาะสมในการเป็นแบบอย่าง อย่างไรก็ตาม จิรายุ ยังวิพากษ์วิจารณ์การสรรหาผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ โดยมีข้อความที่ไม่เหมาะสมและถือว่าละเมิดการปฏิบัติตนของสมาชิกสภา

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพนมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันนี้ ที่มาที่ไปหลายท่านก็ทราบดีอยู่แล้วว่ามันทําท่าจะไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ก็ ขอบคุณฝ่ายค้านที่ได้กรุณาจะโหวตหรือไม่ผมไม่แน่ใจเลยครับแต่ว่าให้มีการเลือกตั้ง อันนี้เป็นกระบวนการที่น่าสนใจในระบอบประชาธิปไตย สาระสําคัญที่ผมมีการแปรญัตติไว้ ก็คือ เรื่องของอายุ ท่านประธานครับ เวลาใครบอกว่าเป็น ส.ส. นี่เขาบอกโอเคยังหนุ่มอยู่ แต่พอบอกเป็น ส.ว. ขออภัยนะครับท่าน ส.ว. ครับสังคมไทยมักจะเรียกผู้สูงอายุว่า ส.ว. สูงวัย เพราะอะไรท่านประธานครับ ก็เพราะว่าอายุเป็นตัวกําหนดทุกสิ่งทุกอย่างในโลก ใบนี้ครับ อายุมากทําประกันก็แพงหน่อย ถ้าเป็นประกันอุบัติเหตุก็แพงหน่อย เพราะฉะนั้น มันมีฐานของอายุเป็นตัวตั้งท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมแปรญัตติแก้ไขจากอายุ ๔๐ ปี เป็น ๔๕ ปีนี่นะครับ ก็ด้วยเหตุผลสําคัญ ๑ เรื่องก็คือว่าเมื่อปี ๒๕๕๔ ท่านประธานคงจะ จําได้นะครับ ผมจําไม่ได้ว่าท่านประธานอยู่ในสภานั้นหรือเปล่า แต่คิดว่าไม่น่าอยู่ครับ สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหา ซึ่งมาจากไหน หลายท่านก็พอทราบดีนะครับ ครึ่งหนึ่งมาจากการเลือกตั้ง ครึ่งหนึ่งมาจากการสรรหา ท่านชิงลาออกก่อนถึง วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ลาออกวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ถามมาแบบนี้มีเจตจํานง อะไร แล้วมันโยงอะไรเกี่ยวกับอายุที่ผมได้แปรญัตติไว้ ท่านประธานครับ หมายความว่า ลาออกก่อนที่จะครบวาระ วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ก็เพื่อเตรียมจะเข้าสู่กระบวนการ สรรหาอีกใช่ไหม ตอนแรกสื่อมวลชนก็เขียนกันเยอะท่านประธานครับ บอกว่าไม่น่าจะใช่ กระมัง เขาอาจจะลาออกก่อนด้วยเหตุผลอะไรก็สุดแท้แล้วแต่ แต่ ๖๐ กว่าท่านลาออกก่อน ผมจึงแปรญัตติเรื่องอายุอย่างไรท่านประธานว่า ถ้าต่อไปนี้ ส.ว. ลงต้องอายุ ๔๕ ปี มีคุณวุฒิ มีวัยวุฒิ ไม่ใช่ศรีธนญชัย ไม่ใช่ใช้กฎหมายแล้วไปเล่นแร่วิธีการอะไรแปลก ๆ แบบนั้น ด้วยเหตุผลต่อมา ท่านประธานครับ หลังจากวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ครับ ส.ว. สรรหาที่ลาออกก่อนครบวาระ ๑ วัน มันก็เหมือนเด็กเรียนมหาวิทยาลัย ท่านประธานครับ อาจารย์เขากําหนดไว้มหาวิทยาลัยเขาเขียนกฎระเบียบไว้บอกว่า ถ้าเกิดใครจะเรียนจบปริญญาตรีไปแล้วคุณจะกลับมาเรียนปริญญาตรีอีกไม่ได้ ปี ๓ ครึ่ง เรียนได้ ปี ๑ ปี ๒ สนุกครับ ปี ๓ ครึ่งชิงลาออกเพื่อจะมาเข้าปี ๑ ใหม่ อย่างนี้แปลกไหม ท่านประธานครับ ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในสังคมครับ และเหตุผลที่ผมแปรญัตติ เพียงแค่เรื่องนี้ก็เพราะว่าวัยวุฒิ คุณวุฒิของผู้มีทรงคุณวุฒิที่เรามีกันว่าสมาชิกวุฒิสภา มันต้องเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่ใช่อะไรทําแล้วได้กับตัวเองอะไรมีช่องโหว่ของกฎหมายตัวเอง ก็ทําอย่างนี้ไม่ได้ สาระสําคัญต่อมาครับ แม้ว่าร่างของคณะกรรมาธิการคณะใหญ่ จะเปิดโอกาสให้คนที่เป็นบุพการีเป็นบุตรของ ส.ส. ลงนี่นะครับ ผมเฉย ๆ ท่านประธานครับ เป็นก็ได้ ไม่เป็นก็ได้ แต่ผมก็ไม่แน่ใจครับว่าประเทศนี้ทําไมไม่ชอบพูดความจริงกัน จึงเป็นที่มาของการแปรญัตติว่า ทําไมจึงต้อง ๔๕ ปี มันไปโยงกัน ๒ เรื่องท่านประธานครับ ถ้าไปเขียน ๔๕ ปี แล้วเราบอกว่าสภาผัว สภาเมีย ท่านประธานเคยเห็นนักธุรกิจไหมครับ วันดีคืนดีเขาก็หย่ากันนะครับ หย่ากันทําไมครับ เพื่อที่จะไปทําธุรกิจเวลาถูกฟ้องร้อง จะได้คนละครึ่ง แต่ถ้าเป็นสามีภรรยาเดี๋ยวจะมีปัญหา สังคมไทยเป็นอย่างนี้ครับ ไม่ค่อยยอมรับความจริง ผมถามว่าถ้าเกิดป้าผมละครับ หรือแม่ยายผมละครับ พ่อตาผมละครับ ถ้าคนมันจะคิดอกุศลคิดว่ามันไม่ดีอย่างไร มันก็ไม่ดีครับ พ่อตาผม ผมอาจจะเกรงใจก็ได้มากกว่าพ่อตัวเสียด้วยนะครับ ท่านประธานครับ แม่ยายผม ผมอาจจะเกรงใจมากกว่าแม่ตัวเสียด้วยซ้ํานะครับ ถ้าเกิดผมจะต้องไปถูกถอดถอน หรือว่าต้องไปถอดถอนเขา ประเทศไทยไม่ค่อยยอมรับความจริงกันท่านประธานครับ สุดท้ายก็เกิดวิธีการอะไรครับ ใช้วิธีการหลบเลี่ยงเมื่อเขาไม่ให้สภาผัว สภาเมีย สามีภรรยา ลงไม่ได้ก็ไปให้คนอื่นลงเป็นกิ๊กทางใจครับ ถ้าเป็นกิ๊กทางใจแล้วนี่มันแตกต่างอะไรครับ กับคนที่ทํางานต่อหน้าต่อตานี้นะครับ ส.ส. หลายคนอย่างคุณวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ส.ส. เชียงราย แต่งงานกับ ส.ส. จังหวัดเชียงใหม่ ก็ไม่เห็นเป็นอะไรครับ ทั้งคู่ก็มีความรู้ ความสามารถอนาคตอาจจะเป็น ส.ว. ก็ได้ ภรรยาอยู่ ส.ส. ก็ได้ ถ้าท่านคิดอย่างนี้ มันก็กลับตาลปัตรกันไปหมดเลยครับ

เรื่องต่อมาครับ ความรู้นี่นะครับจริง ๆ ผมอยากจะแปรญัตติในเรื่องความรู้ เสียด้วยซ้ํา แต่ว่าไม่ได้แปรญัตติไว้เพราะว่าอายุน่าจะเป็นเกณฑ์ครับ ๔๐ ปี ผมว่า ยังน้อยไปหลายคนยังคุมอารมณ์ไม่ค่อยอยู่ครับ ยังเป็นทาร์ซาน (Tarzan) กันในสภากันเยอะ หลายคนยังไม่มีวุฒิภาวะท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นถ้าอายุ ๔๕ ปี ก็หวังว่าสมาชิก วุฒิสภาน่าจะพอมีภาวะได้ไม่ใช่อะไรพวกตัวเองก็ทํา ๑๘ ครบวาระ ๑๗ ลาออก มีที่ไหนครับ มีประเทศไทยท่านประธานครับ ผมถึงบอกว่ามันแปลก ๆ อย่างไรครับ

แล้วเรื่องต่อมาครับ ทําไมต้อง ๔๕ ปี แล้วทําไมต้องไปกีดกันสมาชิกวุฒิสภา ที่มาจากการเลือกตั้ง ถ้าสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งอายุ ๔๕ ปีนะครับ ผมถือว่า ฝีมือดีอายุเหมาะสมเป็นหนุ่มก็ประมาณอย่างผมนี้ท่านประธานครับ ทํางานได้ช่วยเหลือ สังคมได้ แต่ทําไมต้องไปกีดกันเขาละครับ เขาเป็นต่อทําไมต้องไม่ให้สมาชิกวุฒิสภาเลือกตั้ง ถ้าทําดีก็ใช้ต่อ ท่านประธานใช้ยาสีฟันยี่ห้ออะไรครับ ถ้าท่านประธานใช้ยี่ห้อเดิม ๆ มานี่ อยู่ดี ๆ ถูกบังคับบอกว่า ๔ ปี ต้องเปลี่ยนยี่ห้อใหม่ เอาก็ใช้มาดีทําไมใช้ต่อไม่ได้ ก็ ส.ว. นั่งกันอยู่นี่เยอะแยะทํางานดีกว่า ส.ว. สรรหาอีกท่านประธานครับ มาบังคับผมให้ผมเปลี่ยน ยาสีฟันทําไม นี่คือสาระสําคัญที่ผมว่าประเทศนี้มันแปลก ๆ นะท่านประธานครับ กฎหมาย เขียนล็อกโน่นล็อกนี่ ไม่รู้จะล็อกเพื่อใคร อะไรอย่างไร และที่สําคัญท่านประธานครับ อายุเป็นตัวแปรครับ ๔๕ ปีนี่นะครับ เพราะอะไรรู้ไหมครับ ท่านมั่นใจได้อย่างไรละครับว่า สภาที่เป็นภรรยาและสามี หรือจะเป็นลูกไปลงเลือกตั้งแล้วจะไม่แพ้ แถวบ้านผมบางทีเขารู้ แล้วนี่จิรายุเอาเมียลง ขออภัยครับเอาภรรยาลง เอาพ่อลง เอาลูกลง ชาวบ้านบอกอย่างนี้ เลือกไปก็สภาผัวสภาเมียลงแล้วก็สอบตก เอาแล้วอย่างไรครับ ยังไม่ทันนอนหลับเลยฝัน ซะแล้ว แล้วก็ทําท่าเหมือนบอกคุยบอกคืนนี้น่าจะฝันร้าย มันยังไม่ได้ทันนอนเลยนะ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นกฎหมายบางอย่างเราคิดจินตนาการในอนาคตได้ครับ แต่เอา หลักการมาเทียบความดูครับว่าถ้ามันไม่เป็นจริงแล้ว นี่เหตุใดละครับ เราต้องไปขีดเส้นใต้ นี่ผมยังไม่อยากยกเอกสารนะครับ เพราะว่าไม่ได้ขออนุญาตท่านประธานครับ นี่พูดไว ๆ ท่านประธานมองไม่เห็นหรอกครับ นี่ในเฟสบุ๊ก ในเว็บไซต์ (Website) เยอะแยะไปหมด ท่านประธานครับ บอกว่าจะเรียก สภาแบบนี้ว่าอะไรดี ซีกฝ่ายค้านทั้งนั้นละครับ พรรคผมก็มีครับ ท่อรั่วมีบ้างแต่เล็กน้อย เราไม่ว่ากันครับมีความรู้ความสามารถ หลายท่านอาจจะเป็นพ่อ หลายท่านอาจจะเป็นลูก หลาน ๆ ท่านประธานครับ รุ่นพ่อผมนี้การศึกษาน้อย ท่านประธานครับ รุ่นลูกผมเรียน ปริญญาตรี ปริญญาโท เป็นดอกเตอร์ เขาเรียนจบต่างประเทศ เพราะรุ่นพ่อมัวแต่ทํางาน แล้วผมถามว่าถ้าลูกมีปัญญา มันฉลาดมากกว่ามันนําพาธุรกิจได้ถ้ามันทําธุรกิจ แต่ถ้ามันเป็น ผู้บริหารประเทศหรือว่ามันเข้ามาทํางานในสภา ทําไมล่ะครับ เราไม่เอาความรู้เอาปัญญา เป็นที่ตั้งแล้วจะเอาอะไรเป็นที่ตั้งครับ ใช้ศรีธนญชัยหรือท่านประธานครับ ยังไม่ครบวาระ ลาออกก่อนจะได้ลงสมัครต่อ นี่ถ้าเกิด ส.ว. ที่นั่งอยู่นี้รู้นะครับว่าท่านเขียนไว้ ๒ ปีถึงจะ กลับมาลงสมัครเลือกตั้งได้ ผมว่าเขาก็ชิงลาออก แต่ผมเชื่อว่าท่านไม่ทําหรอก เพราะท่าน มาจากการเลือกตั้งท่านเคารพประชาชน นี่นะครับ ท่านประธานครับ ผมถามสังคมไทย ตกลงอย่างไรกันแน่ แล้วก็กลัวอะไรกันนักกันหนากับลงสมัครรับเลือกตั้ง ถ้ายิ่งเขียน กฎหมาย บอกห้ามบุพการี คือห้ามพ่อ ห้ามแม่ ห้ามลูก ห้ามเมีย นี่กฎหมายเขียนเช่นนี้ คนมันจะไปซ้าย คนมันก็ไปขวาครับ ไม่จําเป็นหรอกครับท่านประธาน ที่จะต้องเป็นบุพการี หรือจะต้องเป็นลูก เป็นพ่อ เป็นสามี เป็นภรรยาครับ ใครก็ได้ที่ไม่มีพันธะทางใจ ก็สามารถ ที่จะจูงเขาได้เช่นเดียวกันครับ และผมก็เชื่ออยู่เสมอ ๆ ผมอาจจะคิดผิดก็ได้นะครับ การสรรหา ก็เช่นเดียวกันนะครับ ผมก็ยังเชื่อเหมือนกันว่าท่านก็ต่างตอบแทนเหมือนกันใช่หรือไม่ ถ้าไม่ใช่ ทําไมท่านไม่รอครบวาระละครับ เป็นเพราะอะไร อายุท่านไม่ได้หรืออย่างไรครับ หรือคน ๖๗ คนที่ลาออกก่อนวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ อายุ ๓๕ หรืออายุ ๔๑ ปี ผู้ใหญ่ทั้งนั้นครับ ก็รู้ ๆ ทั้งนั้น เดี๋ยวจะมาหาว่าผมไปทะลึ่งตึงตัง พูดถึงเรื่องของผู้ใหญ่ ผมไม่ได้ว่าบุคคลครับ ไม่ได้เอ่ยชื่อแต่ละท่านด้วย แต่ผมเอ่ยหลักการครับว่าถ้าเกิดอยากจะ มาเรียนมหาวิทยาลัย จะเป็นเฟรชชี่ (Freshy) ปี ๑ ใหม่ ปี ๓ ครึ่ง เป็นหนวดเฟิ้มแล้ว ให้ลาออกมาสมัครปี ๑ ได้ แต่ถ้าเรียนจบปี ๔ แล้ว รับปริญญาแล้วห้ามมาสมัครปี ๑ อย่างนี้เป็นต้น ท่านประธานครับ ในหัวข้อที่ผมได้แปรญัตติไปนะครับ จริง ๆ แล้ว ท่านกรรมาธิการท่านก็ตัดในเรื่องบุพการี แต่ผมเฉย ๆ คือถ้าที่ประชุมแห่งนี้เห็นว่าบุพการี ท่านรังเกียจนักหนา ก็ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ได้ตัดด้วยซ้ํา ท่านประธานครับ เพราะผมถือมติ ของมหาชนที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนเป็นเสียงส่วนใหญ่ว่ากันอย่างไรก็เคารพ เช่นนั้นครับ แม้บางอย่างไม่เห็นด้วย จริง ๆ มีคนมาถามจิรายุทําไมแปรญัตติแค่ ๔๐ เป็น ๔๕ ทําไมไม่ตัดแบบคนอื่นครับจะได้พูดได้เลย (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) ผมบอกถ้าตัดแบบนั้นนี่ศรีธนญชัย ตัดไปแล้วก็อาศัยที่จะพูด ผมก็ไม่กล้าท่านประธานครับ แต่ประเด็นที่น่าสนใจต่อมาครับ ก็คือเรื่องของรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๔ เขาเขียนชัดเจนครับว่า สิทธิของมนุษย์ก็ว่ากันไปครับ มาตรา ๓๐ บุคคลย่อม เสมอภาคในทางกฎหมาย ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ชายและหญิงมีสิทธิ เท่าเทียมกัน การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล เพราะเหตุแห่งความแตกแยก อันนี้ท่านรู้อยู่แล้ว ผมไม่อ่านจบ นัยสําคัญก็คือมันไปขัดต่อรัฐธรรมนูญไหมล่ะครับ ถ้าผมแปรญัตติหรือถ้าไปกําหนด ๔๐ ปี เอาอะไรไปวัดครับ อายุ ๔๐ ปี กับอายุ ๖๕ ปี หรือ ๗๐ ปีที่เป็น ส.ว. บางคนเป็นอายุ ๗๐ ปีฉลาดกว่าก็มีนะครับ แต่บางคนกะโหลกกะลา ก็เยอะนะครับ ท่านประธานครับ เหตุผลอะไรรู้ไหมครับ ผมนี่เจ็บปวดมาเสมอนะครับเวลา คนมาบอกว่าผมเดินเตะกระโถน แล้วบอกผมซุ่มซ่าม ท่านประธานเคยได้ยินคํานี้ใช่ไหมครับ พอเด็กเดินเตะกระโถนปุ๊บ บอกเลย เด็กคนนี้ซุ่มซ่าม แต่พอผู้ใหญ่เดินเตะ บอกใครเอามา วางเกะกะ ตกลงท่านเอาอายุเป็นตัววัดในสังคมนี้ใช่ไหมครับ เราเข้าใจครับขนบธรรมเนียม ประเพณีไทย ท่านประธานครับ เราต้องเคารพผู้ใหญ่ แต่ถ้าเกิดกฎหมายบางเรื่องมันก็ต้อง ขออภัยผู้หลักผู้ใหญ่ครับ เพราะฉะนั้นการแปรญัตตินี่นะครับ ๔๐ เป็น ๔๕ การเห็นด้วย กับสภาที่จะเป็นบุพการี บุคคล คู่สมรส อะไรนี่นะครับ ท่านยังไม่ได้นอนเลยท่านอย่าเพิ่ง รีบฝัน คนเป็นบุพการีนี่เอาจริง ๆ ไปลงนี่นะครับสอบตกมาก็เยอะ หลายท่านไปลงกัน ภรรยาเขตเดียวกัน สามีอีกเขตหนึ่งใกล้ ๆ กัน สอบตกก็เยอะ มันไม่ได้หมายความว่ามันจะ ได้ทั้งหมด ท่านประธานครับ นอกจากนี้การแปรญัตติในเรื่องของอายุโยงใยไปจนถึงเรื่องของ การเมือง ทําไมละครับ เมื่อประชาธิปไตยมันต้องโยงกับการเมือง ถ้าอย่างนั้นเรายกเลิกเรื่องพรรคการเมือง เลยไหมครับ ไม่ต้องมีพรรคการเมืองแบบสมาชิกวุฒิสภา ส.ส. ก็ไม่ต้องมีพรรคการเมือง ใช้วิธีการเลือกหน้าเอา เห็นหน้านายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ทําดีให้กับพี่น้องประชาชน ใช้ ๔ ปีเขา ห้ามเลือกต่อ ทําอย่างไรละท่านประธานครับ ผมลงพื้นที่พบพี่น้องประชาชน แก้ไขปัญหา ๔ ปี กฎหมายไปเขียนบอกว่า ไม่ได้ ต้องหยุดเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้านก่อน ๒ ปี จึงค่อยมา สมัครใหม่ ผมว่ามันแปลก ๆ นะครับ แต่ท่านบอกว่าอยากได้ความหลากหลาย สมาชิกวุฒิสภา อยากได้ความหลากหลาย เอาคนที่เคยเป็นมาแล้วหยุดอยู่บ้าน ๒ ปี ไปนั่งอ่านหนังสือ หาความรู้ แล้วเดี๋ยวอีก ๒ ปี ข้างหน้าค่อยมาสมัครใหม่ ถ้าผมถามอย่างนี้บ้างแล้วสมาชิก สรรหา สมาชิกวุฒิสภาที่มีการสรรหาหลัง ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ท่านประธานว่ากี่คนครับ ที่มาใหม่ ท่านประธานก็รู้กี่คนละครับ ๖๐ กว่าคนมีใหม่ที่มันหลากหลายทั่วประเทศ จังหวัดเชียงใหม่ อําเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดระนอง จังหวัดยะลา จังหวัดชุมพร จังหวัดปัตตานี จังหวัดขอนแก่น จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดร้อยเอ็ด ส่วนใหญ่ก็พวกเดียวกันครับ คนเดิม รสเดิมทั้งนั้นท่านประธานครับ