รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๔ กันยายน ๒๕๕๖

บุญยอด สุขถิ่นไทย หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 115 ที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกวุฒิสภา และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการแก้ไขและพิจารณาในลักษณะที่สอดคล้องกับหลักการและเหตุผล เพื่อส่งเสริมหลักประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมทบทวนข้อตกลงที่เราเคย ทํากันไว้ ผมก็ขอสงวนสิทธิของผมว่า ผมจะอภิปรายต่อพี่น้องประชาชนชาวไทยและประธาน คณะกรรมาธิการต่อไปตามหน้าที่ที่ได้รับมา และตามคิวที่ได้รับจากทางวิปฝ่ายค้าน ก็ขอดําเนินการเลยนะครับ

ผมขออนุญาตที่จะต้องเริ่มต้นที่จะได้อภิปรายในส่วนที่ผมเสนอคําแปรญัตติ และผมสงวนคําแปรญัตติไว้ รวมทั้งส่วนที่กรรมาธิการร่วมรัฐสภานั้นได้ไปทําการแก้ไข จํานวนมากนะครับ อภิปรายผสมกันไป ต้องขออภัย ผมต้องเริ่มต้นอย่างนี้ครับ ผมต้อง เริ่มต้นกลับไปดูร่างของฉบับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม ที่ส่งเข้ามา ในการแก้ไขเรื่องนี้ ลงวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๖ นะครับ โดยนายอุดมเดช รัตนเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย และมีผู้ที่ร่วมลงนามทั้งหมด ๓๐๘ ท่าน เสนอเข้ามา ผ่านหลักการในวาระแรกวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๖ ครับ หลักการและเหตุผลมีเพียงเท่านี้ นะครับ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยกําหนดให้สมาชิกวุฒิสภา มาจากการเลือกตั้ง วงเล็บว่าจะแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๑๑ มาตรา ๑๑๒ มาตรา ๑๑๕ มาตรา ๑๑๖ วรรคสอง มาตรา ๑๑๗ มาตรา ๑๑๘ มาตรา ๑๒๐ มาตรา ๑๔๑ วรรคหนึ่ง และยกเลิก มาตรา ๑๑๓ และมาตรา ๑๑๔ มีเพียงเท่านี้ เหตุผลให้ไว้ ๔ บรรทัดครับ โดยที่ เป็นการสมควรกําหนดให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งเพื่อให้วิธีการได้มาซึ่งสมาชิก วุฒิสภามีลักษณะเช่นเดียวกับวิธีการได้มาซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยการได้รับเลือกตั้ง โดยตรงจากประชาชน อันเป็นการส่งเสริมหลักประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมทางการเมือง ของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ จึงจําเป็นต้องตรารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนี้ ในรายละเอียดของการผ่านหลักการ ในหลักการแรกร่างวาระแรกนั้นชัดเจนนะครับว่า สิ่งที่ผ่านจากรัฐสภาแห่งนี้ในวาระแรกกับไปผ่านกรรมาธิการร่วมรัฐสภามานั้น ในมาตรา ๕ นี้ มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญยิ่งนะครับ ผมเสนออย่างไรในการแปรญัตติ ตามหน้า ๙๐ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา ๑๑๕ เป็นดังนี้

มาตรา ๑๑๕ คุณสมบัติผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภามีดังนี้

(๑) ต้องมีสัญชาติไทยโดยกําเนิด

(๒) มีอายุไม่ต่ํากว่าสามสิบปีในวันเลือกตั้ง

(๓) สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาหรือเทียบเท่า

(๔) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกัน ไม่น้อยกว่าห้าปีนับถึงในวันรับสมัคร หรือเป็นบุคคลที่เกิดหรือศึกษาหรือเคยรับราชการ หรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่รับสมัครรับเลือกตั้งไม่น้อยกว่าห้าปี

นอกจากนั้นเรื่องอื่น ๆ ผมตัดทิ้งหมดเลยครับ ผมตัดทิ้งทั้งหมดทุกข้อนะครับ ทุกวงเล็บที่ทั้งในร่างที่หนึ่งและก็ร่างของกรรมาธิการนั้นจะไม่ตรงกัน คณะกรรมาธิการ ไม่เห็นด้วยผู้แปรญัตติขอสงวนนะครับ ผมต้องเรียนความตั้งใจของผมไว้ก่อนครับว่า สิ่งที่ผมตัดแบบนี้เพราะอะไร เชื่อมโยงกับในมาตราก่อนหน้านี้นะครับ ผมเคยเสนอว่า ถ้าประธานคณะกรรมาธิการท่านนี้ยังคงนั่งดํารงตําแหน่งนี้อยู่ ผมต้องยืนยันหลักการ กับท่านครับ วิธีคิดกับท่านครับว่า ก่อนหน้านี้ท่านเคยแก้ไขมาตรา ๒๙๑ รัฐธรรมนูญแก้ไข เพิ่มเติมนะครับ ให้มี สสร. ขึ้นมา จัดการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งหมด ท่านกําหนดบรรดา สสร. ไว้แบบที่ผมแก้นี่ละครับ เหมือนกันเลยครับ วันนี้ท่านก็ไม่เอาใช่ไหมครับ ท่านไม่เอา ผมก็ต้องอนุมานได้ว่าแสดงว่าคุณสมบัติแบบนี้ใช้ไม่ได้ สสร. ที่ท่านเคยเสนอมา ก็ต้องมีคุณสมบัติที่ใช้ไม่ได้เช่นเดียวกัน เพราะท่านไม่เอาเลย นี่ครับ คือความตั้งใจของผม ที่จะมาแสดงต่อรัฐสภาแห่งนี้ครับ สะท้อนกลับไปในสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตที่พวกเราคุยกัน ๑๕ วัน ๑๕ คืน ขอให้ท่านแก้ไข ผมเชื่อว่าผมคงจะแก้ไขในทํานองว่าให้กลับมาเป็นว่า ไม่เป็นบุพการี ไม่เป็น ส.ส. ไม่เป็น ส.ว. จะได้มาเป็น สสร. ใหม่ได้ แต่ท่านไม่เอาครับ ท่านจะเอาแบบที่ผมเอามา ลองแปะมาให้ดูเปรียบเทียบ เทียบเคียงกัน เพราะฉะนั้น ถ้าวันนี้ยังคงยืนยันแบบนี้ ข้อสรุปของสภานี้ต้องมีเหมือนกันครับ และข้อสรุป ของนายสามารถ แก้วมีชัย ต้องมีเหมือนผมครับว่า สิ่งที่ผ่านมาแล้วมันใช้ไม่ได้นะครับ ผมอภิปรายต่อนะครับว่า สิ่งที่ท่านแก้ไขมาแล้วผมไม่เห็นด้วยนั้นคืออะไรบ้างนะครับ สิ่งที่ทําการเสนอมานี้ มีการตัดเรื่อง ส.ว. สรรหาออกในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งอันนั้นสอดคล้องกับหลักการและเหตุผล แต่ท่านก็จะเพิ่ม เพิ่มส่วนที่สําคัญมา ก็คือการที่ให้สมาชิกวุฒิสภานั้นสามารถลงสมัครรับเลือกตั้ง มีดํารงตําแหน่งต่อไปต่อเนื่องได้ อันนี้เป็นส่วนที่ในส่วนของวาระแรกนั้นส่งเข้ามา เมื่อท่านกลับไปแก้ไขกรรมาธิการเดินหน้าต่อไป แล้วก็แก้ไขมาตัดมาเยอะแยะมากมาย ตัดมาตั้งแต่ (๕) (๖) (๗) (๙) นะครับ สิ่งที่ตัดมานี้จึงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ไม่ใช่มี สมาชิกเท่าที่เกิดขึ้นในสภาแห่งนี้เท่านั้นนะครับ แต่คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายก็นําเสนอ รายงานนี้เข้ามา ฉบับวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๖ ลงนามโดย ศาสตราจารย์คณิต ณ นคร ประธานกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ผมขออนุญาตท่านประธานและท่านประธานคณะกรรมาธิการ อ่านย้ําอีกครั้งหนึ่งให้พี่น้องประชาชนชาวไทยได้รับทราบครับว่าความเห็นและข้อเสนอแนะ ของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายในหน้าที่ ๑๐ เริ่มไว้อย่างนี้ครับว่าจากการพิจารณาศึกษา ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... แล้วก็พูดถึง มาตราที่แก้ไขนะครับ ทั้งจากสํารวจศึกษาและวิเคราะห์ทางวิชาการประกอบกับการรับฟัง ความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายมีความเห็น และข้อเสนอแนะดังนี้ นี่เป็นสิ่งที่ผมต้องถามกรรมาธิการร่วมกันของรัฐสภาชุดนี้ว่าได้นําไป พิจารณาด้วยหรือไม่ แล้วถ้าเขามีความเห็นมาแบบนี้คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย องค์กร ที่ตั้งโดยรัฐธรรมนูญ ศาสตราจารย์คณิต ณ นคร ๔.๑ การแก้ไขคุณสมบัติและลักษณะ ต้องห้ามของผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกวุฒิสภาและการแก้ไขข้อห้าม การดํารงตําแหน่งของสมาชิกวุฒิสภา รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม พิจารณาเสร็จแล้ว มีการยกเลิกลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิเข้ารับการเลือกตั้งเป็นสมาชิก วุฒิสภาตามมาตรา ๑๑๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ดังต่อไปนี้ ๔.๑๑ การยกเลิกมาตรา ๑๑๕ (๕) ไม่เป็นบุพการี คู่สมรส หรือบุตรของผู้ดํารง ตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง การกําหนดคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครเป็นสมาชิกวุฒิสภาว่าต้องไม่เป็นบุพการี คู่สมรสหรือบุตร ของผู้ดํารงตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองนั้นเพื่อให้ สอดคล้องกับการแก้ไขปัญหาการครอบงํา โดยบุคคลที่อยู่ในครอบครัวเดียวกัน เช่น บุพการี คู่สมรส บุตร เพื่อให้การดําเนินงานของสมาชิกวุฒิสภามีความเป็นกลาง โปร่งใส และปราศจาก การแทรกแซง ทําให้สมาชิกวุฒิสภามีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่อย่างแท้จริง ดังนั้นการยกเลิก มาตรา ๑๑๕ (๕) จึงอาจจะทําให้ได้สมาชิกวุฒิสภาที่มีความใกล้ชิดกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในลักษณะเครือญาติอันอาจส่งผลให้การทําหน้าที่ของวุฒิสภาถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง ทําให้ขาดความเป็นอิสระในการทําหน้าที่ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๕ (๕) ด้วยเหตุผลดังกล่าวการแก้ไขคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามดังกล่าว ย่อมไม่สอดคล้องกับ เจตนารมณ์ที่ต้องการให้วุฒิสภามีความเป็นกลาง โปร่งใส และปลอดจากการแทรกแซง สภาพการณ์ดังกล่าวเคยเกิดประสบการณ์ในช่วงปลายของการใช้รัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๔๐ ดังนั้น ที่มาของคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามในประการนี้จึงมีที่มาจากข้อเท็จจริง ที่เคยเกิดขึ้น เมื่อปราศจากเหตุผลในการสนับสนุนที่หนักแน่นในการแก้ไขประเด็นนี้ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายจึงเห็นควรให้คงคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามดังกล่าวไว้ จากประเด็นนี้ผมขออภิปรายในสิ่งที่เกิดขึ้นนะครับ ๒ เรื่องด้วยกัน เรื่องที่ ๑ ท่านจําได้ ไหมครับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทิพย์วัลย์ สมุทรักษ์ ท่านเป็น ส.ว. สรรหา พุทธศักราช ๒๕๕๑ ภาคอื่น ๆ ครับ เนื่องจากนายแพทย์บุรณัชย์ สมุทรักษ์ บุตรชาย ได้เลื่อนขึ้นมาเป็น ส.ส. สัดส่วน ทั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๕ (๕) และมาตรา ๑๑๙ ที่กําหนด คุณสมบัติ ส.ว. ว่าต้องไม่เป็นบุพการีของ ส.ส. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทิพย์วัลย์ อดีตคณบดี คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ท่านไม่ต้องให้ใครร้องขอครับ ท่านลาออกครับ ท่านยังคงเคารพต่อข้อบังคับข้อนี้ มาตรา ๑๑๕ (๕) เอาไว้อย่างไม่เปลี่ยนแปลง ผมขอชื่นชมท่าน ขออนุญาตพูดถึงท่านแล้วก็ชื่นชมท่านครับ