รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๔ กันยายน ๒๕๕๖

ประกอบ จิรกิติ เสนอแก้ไขข้อบังคับเกี่ยวกับอายุสมัครรับเลือกตั้งและความผูกพันกับพรรคการเมือง

นายประกอบ จิรกิติ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประกอบ จิรกิติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสผมในการอภิปรายคําแปรญัตติของผม ในมาตรา ๕ นี้ ผมได้แปรญัตติเพิ่มเติมถ้อยคําในมาตรา ๑๑๕ (๒) จากเดิมที่บัญญัติไว้ว่ามีอายุไม่ต่ํากว่า สี่สิบปีบริบูรณ์ในวันสมัครรับเลือกตั้ง ผมได้แปรญัตติถ้อยคําเพิ่มเติมเป็น มีอายุไม่ต่ํากว่า สี่สิบปีบริบูรณ์ในวันสมัครรับเลือกตั้ง แต่ไม่เกินเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ ทั้งนี้ท่านประธานจะเห็น ได้ว่าในการทํางานไม่ว่าจะเป็นในส่วนของภาครัฐ ภาคเอกชนหรือหน่วยงานอื่น ๆ นั้น ล้วนแล้วแต่มีการกําหนดการเกษียณอายุไว้ อย่างเช่น ภาคราชการเราก็ได้กําหนดอายุ การเกษียณอายุการทํางานไว้ที่เมื่อมีอายุ ๖๐ ปีบริบูรณ์ ในภาคเอกชนนั้นหลายแห่งก็มีการ กําหนดอายุไว้ที่ ๖๐ ปีบริบูรณ์ หรือบางแห่งอาจจะเป็น ๖๕ ปีบริบูรณ์ก็ตาม ดังนั้นกระผม จึงเห็นว่าเราควรที่จะมีการกําหนดกรอบเวลาอายุของผู้ที่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สมาชิกวุฒิได้ไว้ที่ ๗๐ ปีบริบูรณ์ในวันสมัครรับเลือกตั้ง แต่หากคณะกรรมาธิการเห็นว่า อายุ ๗๐ ปีบริบูรณ์ที่ผมได้นําเสนอนั้นน้อยเกินไป อาจจะเพิ่มเติมเป็น ๗๕ ปี หรือ ๘๐ ปี ก็แล้วแต่ ผมไม่ขัดข้อง ทั้งนี้แล้วแต่ตามที่คณะกรรมาธิการและที่ประชุมนี้จะเห็นสมควร ท่านประธานครับนอกจาก (๒) ดังกล่าวแล้ว ผมได้มีการแปรญัตติไว้ใน (๕) ซึ่งเดิมได้บัญญัติ ไว้ว่า ไม่เป็นบุพการี คู่สมรสหรือบุตรของผู้ดํารงตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองนั้น ผมไม่เห็นด้วยกับการที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ได้แปรญัตติในส่วนนี้ออก เพราะผมเห็นว่าการดํารงตําแหน่งสมาชิกวุฒิสภานั้น เป็นตําแหน่งที่ทรงเกียรติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีภาระหน้าที่ที่สําคัญในการพิจารณาในเรื่อง ของการแต่งตั้ง ถอดถอนบุคคล ถ้าหากว่าเป็นคู่สมรสของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองไม่ว่า จะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองอื่น ๆ นั้นก็อาจจะมี ผลกระทบต่อการตัดสินใจหรือการดําเนินงานของท่านสมาชิกวุฒิสภานั้น ๆ ดังนั้นกระผมจึง เห็นสมควรที่จะคงไว้ตามเดิม เช่นเดียวกันสําหรับความใน (๖) (๗) และ (๙) ซึ่งทาง คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้มีการปรับปรุงแก้ไขนั้น ในคําแปรญัตติของผม ผมขอคงไว้ ตามเดิม ฉบับร่างเดิมนะครับ เพราะใน (๖) นั้นที่บอกว่าไม่เป็นสมาชิกหรือผู้ดํารงตําแหน่งใด ในพรรคการเมืองหรือเคยเป็นสมาชิก หรือเคยดํารงตําแหน่ง และพ้นจากตําแหน่งจากการ เป็นสมาชิกหรือการดํารงตําแหน่งใด ๆ ในพรรคการเมืองมาแล้วยังไม่เกิน ๕ ปี นับถึง วันสมัครรับเลือกตั้ง ก็เช่นเดียวกับเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่ได้มีการอภิปรายไปก่อน หน้าที่ผมจะได้มีโอกาสอภิปราย ถ้าหากว่าเราปล่อยให้บุคคลที่ยังผูกพัน หรือมีความรู้สึก สัมพันธ์กับพรรคการเมือง เพิ่งพ้นมาจากการดํารงตําแหน่ง หรือเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ไม่นานนัก ความผูกพันดังกล่าว ความเกรงใจก็ยังคงมีอยู่ เพราะฉะนั้นอาจจะมีผลกระทบ ต่อการดําเนินงานของท่านสมาชิกวุฒิสภาท่านนั้น สําหรับใน (๗) ที่บัญญัติไว้ว่าไม่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและพ้นจากการเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วไม่เกิน ๕ ปี นับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งก็ด้วยเหตุผลเดียวกัน เช่นเดียวกับทาง (๖) ที่ยังคงมีความสัมพันธ์ ความคุ้นเคยกับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยกันซึ่งอาจจะต้องพิจารณาถอดถอนได้นะครับ สําหรับใน (๙) นั้น ที่บัญญัติไว้ว่าไม่เป็น รัฐมนตรีหรือผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือเคยเป็นรัฐมนตรี หรือผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองอื่นซึ่งมิใช่ สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น แต่พ้นจากตําแหน่งดังกล่าวมาแล้ว ยังไม่เกิน ๕ ปี อันนี้ก็เช่นเดียวกันกับเหตุผลอื่น ๆ ที่ว่าถ้าหากว่าท่านจะมาทําหน้าที่สมาชิก วุฒิสภาผู้ทรงเกียรติก็ควรจะพ้นจากความผูกพันทางการเมืองในการบริหารงานหรือว่าดํารง ตําแหน่งทางการเมืองอื่น ๆ มา ซึ่งก็อย่างน้อยควรจะมีระยะเวลาพอสมควรซึ่งเดิมก็ได้ บัญญัติไว้ว่า ๕ ปี เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตเรียนต่อท่านประธานและท่านกรรมาธิการ ตามที่ผมได้ขออนุญาตแปรญัตติไว้ ถ้าหากว่าท่านเห็นด้วยกับเหตุผลที่กระผมได้อภิปรายไป หรือที่เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้ก็ขอความกรุณาทางคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากได้กรุณาพิจารณาทบทวน ขอบพระคุณครับ