รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๔ กันยายน ๒๕๕๖

ชินวรณ์ บุณยเกียรติ หารือเรื่องการประชุมรัฐสภา ที่เกิดเหตุการณ์ไม่เหมาะสม โดยที่ประธานรัฐสภาและประธานคณะกรรมาธิการใช้เสียงข้างมากลากไป และไม่โปร่งใส ชินวรณ์ บุณยเกียรติขอกราบเรียนให้ประธานรัฐสภาและประธานคณะกรรมาธิการปฏิบัติตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตตอบประเด็นที่กําลังหารือกันอยู่ครับ เพราะว่าเป็นเรื่องที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น ในรัฐสภา แล้วก็พวกกระผมได้รับข้อความว่าให้มีการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการ ด่วนขณะนี้นะครับ นี่เป็นข้อเท็จจริงที่ยังอยู่ในเมสเสจ (Message) ของผม ผมจึงกราบเรียน ท่านประธานว่า เหตุการณ์นี้ก็ทําให้ท่านประธานนั้นเสียหายด้วย เพราะท่านประธาน เป็นประธานอยู่ในที่ประชุม และผมคนหนึ่งกําลังรอที่จะอภิปรายในการใช้สิทธิในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย เพื่อนสมาชิกของผมก็ได้ท้วงติงว่ากรรมาธิการควรจะอย่าเพิ่งชี้แจง ควรที่จะให้กรรมาธิการเสียงข้างน้อยหรือผู้แปรญัตติได้แสดงความคิดเห็นตามสิทธิ และตามข้อบังคับ และตามรัฐธรรมนูญก่อน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนกับการจัดฉาก และสมคบกัน ท่านประธานจะทราบหรือไม่ ผมไม่ทราบด้วย แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็คือว่า เมื่อมีการชี้แจงจากคณะกรรมาธิการท่านหนึ่ง ท่านประธานคณะกรรมาธิการก็ลุกขึ้นไป หารือท่านประธาน ท่านประธานก็สั่งว่าพักการประชุม พวกผมก็แปลกใจว่า พักการประชุม เพราะอะไร เพราะนี่คือการประชุมรัฐสภา แล้วกําลังพิจารณาร่างแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายที่มีความสําคัญสูงสุด กระบวนการในการดําเนินการควรที่จะได้ ดําเนินการตามข้อบังคับตามรัฐธรรมนูญให้เป็นไปอย่างโปร่งใส ก็ปรากฏว่าเมื่อมีข้อความ เข้ามาพวกผมก็เดินตามไปครับท่านประธาน ก็ได้มีการหารือกัน โดยท่านประธาน คณะกรรมาธิการใช้คําพูดว่า เป็นการหารือของกรรมาธิการเสียงข้างมาก นี่ไม่ใช่ต้องการ จะฟื้นประเด็นอะไรนะครับ แต่ว่าอยากจะกราบเรียนท่านประธาน และท่านประธาน คณะกรรมาธิการว่าอย่าทําอย่างนี้ในห้องประชุมรัฐสภา เพราะนี่คือกระบวนการที่ชี้ให้เห็นว่า ท่านพยายามที่จะเร่งรัด รวบรัดใช้เสียงข้างมากลากไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง นะครับ ผมเองด้วยซ้ําไปที่จะกราบเรียนกับท่านประธานว่า ผมไปท้วงติงในห้องประชุม หรือท่านประธานคณะกรรมาธิการบอกว่าหารือก็แล้วแต่ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ว่าการกระทําอย่างนี้ไม่ชอบด้วยข้อบังคับแน่นอน และไม่ชอบด้วยข้อเท็จจริง ไม่ชอบด้วย ข้อเท็จจริงก็ตามที่ผมกราบเรียนไปแล้ว ก็คือว่าไม่มีการดําเนินการในเรื่องนี้อย่างโปร่งใส ไม่มีการปล่อยให้เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันอย่างทั่วถึงว่ากรรมาธิการได้รับฟังความคิดเห็นแล้ว ควรจะไปปรับปรุงแก้ไขหรืออย่างไร แต่เป็นการรวบรัดตัดความกระทําแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยยึดเอาเสียงข้างมาก ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าพวกผมก็ปฏิบัติตามเสียงข้างมาก แต่ต้องเคารพเสียงข้างน้อย แต่ประเด็นที่สําคัญที่สุดก็คือว่าไม่ได้ดําเนินการตามข้อบังคับครับ ผมอยากจะให้กระบวนการในการพิจารณากฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นต้องดําเนินการ ตามข้อบังคับ ถ้าหากท่านประธานคณะกรรมาธิการมีวัตถุประสงค์ครับ ท่านประธานครับ จะไปขอความคิดเห็นของคณะกรรมาธิการ ท่านต้องใช้คํานี้ครับ ท่านจะไปตัดพวกผมไปได้ อย่างไรครับ หรือท่านคิดว่าท่านมีเสียงข้างมากท่านจะทําอะไรก็ได้ ผมคิดว่านี่ละครับ คือปัญหาทางการเมืองของเราที่มีข้อถกเถียงกันอยู่ที่ท่านมักจะออกมาพูดอยู่เสมอว่า ทําไมต้องใช้เวลา ทําไมต้องลาก ทําไมต้องมีปัญหา ทําไมผมต้องมายืนพูดอยู่ในขณะนี้ ก็เพราะเหตุผลเดียว เหตุผลที่ท่านคิดว่าท่านใช้เสียงข้างมาก ผมอยากจะกราบเรียนกับ ท่านประธานครับ ผมได้ท้วงติงว่าโดยข้อบังคับ ข้อ ๑๒ การที่จะไปแสวงการความเห็นร่วม การที่จะไปแก้ไขท่านต้องทําโดยข้อบังคับ ถ้าหากจะนัดประชุมก็ต้องแจ้งก่อน ๓ วัน ถ้าเร่งด่วนก็อย่างน้อย ๑ วัน เพราะต้องใช้ข้อบังคับการประชุมรัฐสภาโดยอนุโลม แต่อย่างไร ก็ตามเมื่อพวกผมได้พูดเรื่องนี้ ก็ขอขอบคุณครับที่ท่านประธานกรรมาธิการก็ยอมรับความคิดเห็น ท่านก็สรุปตัดบทว่าเป็นเพียงการหารือ ถ้าเป็นเช่นนั้นพวกกระผมก็ไม่ติดใจหรอกครับ แต่ถ้าหากว่าต่อไปนี้ที่เราจะพิจารณาร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญต่อไปนี้ ผมอยากจะกราบเรียน กับท่านประธานรัฐสภาและท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ ท่านอย่าใช้วิธีการที่ผ่านมาเลยครับ ที่ได้ลากเลยมาหลายวัน เพราะท่านใช้วิธีการแบบใช้เสียงข้างมากลากไป และทําท่าที แบบไม่โปร่งใส ลุกลี้ลุกลน จนให้ผมได้กล่าวหาว่าท่านพยายามที่จะทําตามใบสั่งอย่างไรครับ ต่อไปนี้ หลังจากนี้อย่าให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นอีกเลยครับ ท่านประธานครับ เหตุการณ์ตั้งแต่ ช่วงเช้านี้ก็เจ็บช้ํามากพอแล้วครับ ผมพยายามยกมือ ผมพยายามเข้าไปห้ามปราม เพื่อไม่ต้องการให้รัฐสภาเรามีความเสียหายไปมากกว่านี้ ขอประธานจงกลับมาทําหน้าที่ของ ประธานตามข้อบังคับและตามรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าทุกคนจะยอมรับครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ สิ่งที่ผมพูดไปเป็นข้อเท็จจริงที่เป็นจริงเพื่อได้บันทึกไว้ในรัฐสภาแห่งนี้ และร้องขอว่าประธาน รัฐสภาและประธานคณะกรรมาธิการ ขอให้ได้ดําเนินการอย่างโปร่งใส และขอให้การแก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญได้ใช้สิทธิกันอย่างถ้วนหน้าอย่างชัดเจน ถึงแม้ความคิดเห็นที่แตกต่างกัน และผมเชื่อว่าพวกผมจะอภิปรายเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนรับรู้ด้วยครับว่า การแก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญครั้งนี้วัตถุประสงค์ที่แท้จริง เป้าหมายที่แท้จริงของเสียงข้างมาก เป็นอย่างไร ขอบคุณครับ