กุลเดช พัวพัฒนกุล หารือเรื่องการยกเลิกมาตรา ๑๑๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยให้สมาชิกวุฒิสภามาจากสาขาอาชีพ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุทัยธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา สืบเนื่องจากกระผม ได้สงวนคําแปรญัตติในมาตรา ๓ ไว้ให้การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภามาด้วยกัน ๒ แบบ คือ (๑) เลือกจากพี่น้องประชาชนโดยตรง ๑๐๐ ที่นั่ง อีก ๑๐๐ ที่นั่งมาจากสาขาอาชีพนะครับ ซึ่งตลอดทั้งเช้าที่ผ่านมามีการจํากัดกันว่าในมาตรา ๔ พวกกระผมจะมีสิทธิสงวนคําแปรญัตติ แล้วได้อภิปรายหรือไม่ ก็กราบเรียนท่านประธานว่าอย่างนี้ครับ ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ยังไม่ได้ลงมติวาระ ๓ แล้วยังไม่ได้ประกาศใช้ ณ วันนี้เรายังใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ อยู่ เพราะฉะนั้นมาตรา ๑๑๓ มาตรา ๑๑๔ ยังคงอยู่ วันนี้ที่ผมเสนอให้ยกเลิกมาตรา ๑๑๓ ในมาตรา ๔ นี้ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เรายังไม่รู้ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะได้ประกาศใช้หรือไม่ เพราะมีหลายเรื่องหลายราวที่ยังขัดกันเองในตัวของมันเอง อาจจะเป็น ด้วยความเร่งรีบ รีบร้อนของกรรมาธิการหรือผู้ยกร่างก็ไม่ทราบได้ ท่านจะเห็นได้ว่า กฎหมายสูงสุดของประเทศยังมีการขัดกัน เมื่อท่านยกเลิกมาตรา ๑๑๑ มาตรา ๑๑๒ ท่านจะไม่ให้มีวุฒิสภามาจากการสรรหา แต่ในมาตรา ๑๓๕ มาตรา ๑๓๘ แล้วก็มาตรา ๑๔๐ ยังมีความเกี่ยวพันกับเรื่องวุฒิสมาชิกที่มาจากการสรรหาครับ ผมเองต้องขออนุญาต ท่านประธานให้เหตุผลเพื่อบันทึกไว้เป็นหลักฐานในสภาแห่งนี้เผื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ผ่านวาระ ๓ หรือไม่มีโอกาสบังคับใช้จะได้เอาเหตุผลของผมไปประกอบการยกร่างในครั้งต่อไป ดังนี้ครับ มาตรา ๑๑๓ ซึ่งกระผมได้แปรญัตติ มาตรา ๔ ซึ่งกระผมได้แปรญัตติไว้ว่าให้ยกเลิก มาตรา ๑๑๓ และมาตรา ๑๑๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ใช้ข้อความ ดังต่อไปนี้แทน มาตรา ๑๑๓ การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาตามมาตรา ๑๑๑ (๒) นั่นคือเลือก สมาชิกวุฒิสภามาจากสาขาอาชีพ ให้ใช้เขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง โดยให้สมาชิกที่มีการ ลงทะเบียนเป็นสมาชิกขององค์กรดังกล่าวไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับถึงวันเลือกตั้ง มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ ๑ เสียง และให้ใช้วิธีการออกเสียง ลงคะแนนโดยตรงและลับ ถามว่าทําไมต้องเป็นอย่างนี้ครับ ผมเองก็ยังยืนยันกับ ท่านประธานนะครับว่า ผมเองยังเชื่อว่าวุฒิสภาเป็นสภาซึ่งมีหน้าที่กลั่นกรองพิจารณากฎหมาย ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติวาระที่ ๓ เห็นชอบ แล้วก็เสนอให้ท่านพิจารณากลั่นกรองอีกที นะครับ กับมีอํานาจหน้าที่ในการแต่งตั้งถอดถอนบุคคล ซึ่งมีข้าราชการระดับสูง พูดอย่างนี้นะครับ เป็นภาพรวม ๆ ดังนั้นตามที่ผมได้อภิปรายไว้ในมาตรา ๓ นั้น ผมก็ยังยืนยันอย่างนั้นครับว่า วุฒิสมาชิกที่มาจากการสรรหาเท่าที่ผ่านมายังไม่เคยทําอะไรเสียหายให้กับประเทศนะครับ ผมยังไม่เคยเห็นวุฒิสมาชิกที่มาจากการสรรหาทําอะไรให้เกิดความเสียหายกับประเทศ เพียงแต่อาจจะให้ความเห็นขัดแย้งกับกลุ่มการเมืองของท่านนะครับ อาจจะไม่ตรงใจท่านนัก มันเป็นก้างตําคออยู่ที่จะต้องกวาดมันออกให้หมดจากสภานี้นะครับ ซึ่งผมเชื่อได้ว่า พี่น้องประชาชนที่เห็นด้วยกับกระผม ก็มีจํานวนไม่น้อยนะครับ วันนี้จึงขอใช้สิทธิในสภาแห่งนี้ ได้พูดเป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชนของผม สาเหตุที่ผมแปรญัตติไว้อย่างนี้ เพราะว่าพี่น้องประชาชนได้บอกฝากกระผมมาว่า ความเป็นกลางนั้น ถ้ามาจากการเลือกตั้ง ค่อนข้างจะเป็นกลางได้ยาก ก็อย่างที่ท่านเองก็รู้ครับ พี่น้องเพื่อนสมาชิกหลายคนก็อภิปราย ไว้หลายครั้ง ซึ่งผมก็ไม่อยากจะเอ่ยนะครับ แต่มันก็อดไม่ได้หรอกครับ หลายคนมาปฏิเสธ กลางสภานี้ว่า ถ้ามีการเลือกตั้งต้องเป็นอิสระไม่อิงใคร ๆ ผมว่าข้อเท็จจริงที่ผ่านมานี้ ในระบบเลือกตั้งมันมีหรือครับ คนที่ไม่มีฐานเสียงแล้วไปลงนี้ครับ เอานาย ก นาย ข ไปสมัครให้มีความรู้ดีชนะเลิศที่ ๑ ของประเทศครับ ถ้าไม่มีฐานเสียงทางการเมือง ไม่มีอิทธิพลทางการเมืองหนุนหลังนี้ครับ โอกาสที่ได้รับเลือกตั้งไม่มีเลยครับ ผมกล้าพนันได้เลย นะครับ ใครที่เก่งกล้าสามารถไปสมัครเลยครับ ส.ว. จังหวัดอุทัยธานีมา ผมเชื่อว่าไม่ได้ ทุกคนต้องยอมรับความจริงครับ อย่าเที่ยวพูดกันเอาสีข้างเข้าถูพูดแล้วก็หันหลังพูด ไม่กล้าพูดต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เพราะมันพูดเท็จกันทั้งนั้นละครับ เอาความไม่จริง เอาภาพฉากลวง ๆ มาพูดกัน สภานี้มันต้องพูดความจริงกันครับ ทําไมละครับ พวกผมขอให้มี คนกลางมาสัก ๑๐๐ คน มันจะเป็นจะตายหรือครับสภานี้ มาจากสาขาอาชีพ ซึ่งมีประโยชน์ กับประเทศชาติครับ พวกผมถึงร้องขอแบบนี้อย่างไรครับ เมื่อผมร้องขอแบบนี้ ผมก็ต้องให้ เหตุผลในการร้องขอถึงวิธีการได้มาในสภาแห่งนี้ ตั้งแต่เช้าผมตั้งใจจะพูดเรื่องนี้มาจนกระทั่ง ไม่อยากพูดแล้วครับ ท่านก็ประท้วงพยายามจะไม่ให้พูด พยายามจะให้พูดในประเด็น ในข้อกฎหมายที่มันยกเลิกไปแล้ว ท่านรู้ได้อย่างไรครับ ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะผ่าน ได้ประกาศใช้ครับ ผมถามหน่อย ยังมีศาลรัฐธรรมนูญรอท่านอยู่นะครับ ผมพูดกันตรง ๆ เลย ในฐานะนักกฎหมาย ใครยื่นผมยื่น แล้วผมใช้สิทธิยื่นตามรัฐธรรมนูญครับ เพราะฉะนั้น บอกท่านได้เลยครับ ไม่ต้องรีบหรอกครับ ท่านจะรีบพิจารณาวันเสาร์ วันอาทิตย์ ก็ไม่จบ ท่านยิ่งรีบ ก็ยิ่งหนัก ผมจากอภิปรายไม่เก่ง เดี๋ยววันเสาร์ วันอาทิตย์จะไปฝึกอภิปรายสัก ๓ ชั่วโมง จะพูดมันอยู่นี้ละครับ พูดกันถึงเช้าให้ประธานลงไปอ้วกหลังสภานี้ละครับ ที่ผ่านมานี้ จะเอากันแบบนั้นไหมล่ะครับ มันจะได้ตายในหน้าที่ครับ จะได้ธงชาติคลุมศพ เพราะมันไม่มีโอกาสไปรบ ๓ จังหวัดอยู่แล้วนะครับ แต่ในเมื่อท่านจะเอากันอย่างนี้ก็มา ผมเองก็เป็นประเภทไม่หนีคนเหมือนกันนะครับ นั่นพอทางโน้นบอกว่าเอาเลยเห็นไหมครับ ท่านประธาน เห็นไหมครับมีคนเชียร์ (Cheer) ผมอีกเอาเลย อยากได้ธงชาติเหมือนกันครับ ผมเองคลุมผมไม่เท่าไรสมาชิกยังเหลืออีกเยอะ ผมกลัวคลุมท่านประธานมันมีแค่ ๒ คน มันเปลี่ยนไม่ได้นะครับ ข้อบังคับมันก็ให้คนอื่นมาเป็นไม่ได้ รองประธานสภาก็เป็นไม่ได้ นะครับ ถ้าเกิด ๒ ท่านนี้เป็นอะไรไปกลัวคลุมธงชาติแล้วจะยุ่ง ก็ด้วยความเป็นห่วง ท่านประธานละครับ ทีนี้ก็กลับมา ได้พูดได้ระบายแล้วก็รู้สึกโล่ง ผมเองครับบอกตรง ๆ พี่น้องประชาชนถามผม ไปอยู่ไหน ๆ ผมก็บอกว่า นี่ครับผมก็อยู่สภานี่ละ เพียงแต่ไม่ค่อย ออกทีวีเท่านั้นละ ออกแต่หน้าหนังสือพิมพ์กับหน้าทีวีนะครับ ก็อย่างที่บอกท่านนะครับ ผมเองก็ยังยืนยันในมาตรา ๔ นะครับ ตามที่ผมเสนอไว้ แต่ว่าเกี่ยวกับเรื่องการทํางาน ในเรื่องที่จะไปหารือผมยกสิทธินี้ให้กับประธานวิปนะครับ สําหรับในมาตรา ๔ นี้ ก็คงจะ ไม่อภิปรายให้เยิ่นเย่อกินเวลากับท่านมากนักนะครับ ก็ถือว่าให้ความร่วมมือกับท่าน พอสมควร เดี๋ยวเจอกันในมาตรา ๕ ครับ ขอบคุณครับ