ฉัตรพันธ์ เสนอเลือกตั้ง ส.ว.ผ่านองค์กรวิชาชีพ แก้ปัญหาการเมือง

รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๖

ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร หารือหลักการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาโดยทางอ้อมผ่านเขตประเทศ เพื่อสร้างความหลากหลายและยึดโยงกับประชาชนทุกสาขาอาชีพ โดยเสนอให้ใช้ฐานการได้มาซึ่งสมาชิกจากองค์กรวิชาชีพต่างๆ เช่น สภาทนายความ คุรุสภา และสภาเกษตรกรแห่งชาติ แทนการใช้เขตจังหวัด เพื่อแก้ปัญหาความเกี่ยวพันกับนักการเมืองและพรรคการเมือง

นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาญจนบุรี

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นนะครับผมต้องขอชื่นชม ผู้ที่อภิปรายจบไปเมื่อสักครู่ ขอประทานอภัยที่เอ่ยนาม ท่านมณเฑียร บุญตัน ท่านเป็นตัวอย่างหนึ่งของ ส.ว. ที่มาจากการสรรหา ซึ่งท่านเป็นสมาชิกวุฒิสภาคุณภาพ ที่อยู่ในหัวใจของกระผม และผมเชื่อว่าอยู่ในหัวใจของประชาชนในประเทศไทย อีกหลายสิบล้านคน ส่วนหนึ่งแสดงให้เห็นว่าสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหานั้นมีคุณภาพจริง ทําหน้าที่เป็นตัวแทนให้แก่พี่น้องประชาชนปวงชนชาวไทยได้อย่างแท้จริง ท่านประธานครับ ผมต้องขอขอบพระคุณที่ท่านประธานรัฐสภาได้ให้โอกาสกระผมได้ปฏิบัติหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๒ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาย่อมเป็นผู้แทน ปวงชนชาวไทย โดยไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมายหรือความครอบงําใด ๆ และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนชาวไทย โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ขอขีดเส้นใต้อีกครั้งนะครับ โดยปราศจาก การขัดกันแห่งผลประโยชน์ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านประธานรัฐสภาก็จะมีหัวใจ มีความเชื่อมั่น เช่นเดียวกับกระผมในการทําหน้าที่ตรงนี้ ท่านประธานรัฐสภาครับ กระผมได้ขอแปรญัตติ แก้ไขเพิ่มเติมความใน มาตรา ๔ เป็นดังนี้

มาตรา ๑๑๓ การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาตาม มาตรา ๑๑๑ (๒) ให้ใช้ เขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง โดยให้สมาชิกที่มีการลงทะเบียนเป็นสมาชิกองค์กรดังกล่าวไม่ น้อยกว่า ๑ ปี องค์กรดังกล่าวก็คือองค์กรที่ผมได้สงวนคําแปรญัตติไว้ใน มาตรา ๓ ถึงวันเลือกตั้ง มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ ๑ เสียง และให้ใช้ วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ ท่านประธานรัฐสภาครับ เพราะเหตุนี้ครับ เพราะผมเชื่อว่า ถ้าใช้เขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง การเลือกตั้งโดยทางอ้อม ซึ่งการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาจํานวนอีก ๑๐๐ คนนั้น จะมีฐานที่มา โดยเป็นผู้แทนของประชาชน จากฐานอาชีพต่าง ๆ โดยให้ประชาชนที่ประกอบอาชีพนั้น ๆ ได้เลือกผู้แทนของตนขึ้นมาทําหน้าที่เป็นสมาชิกวุฒิสภา โดยให้ประชาชนเลือกตั้งบุคคล ผู้สมควรเป็นสมาชิกวุฒิสภา จากบัญชีรายชื่อที่เสนอมาจากองค์กรต่าง ๆ นี่คือหลักของ ความหลากหลายครับท่านประธาน หลักของความหลากหลายนั้นเป็นส่วนประกอบ ในสภาจะทําให้สถาบันการเมืองของเรานี้ประกอบไปด้วยบุคคลที่หลากหลาย เพราะมี ความหลากหลายในอาชีพ ความหลากหลายจะเป็นประโยชน์ต่อการตรากฎหมาย การกระจายอาชีพออกเป็นหลายบัญชี โดยมุ่งเน้นกลุ่มประชาชน กลุ่มอาชีพที่มีผลต่อสังคม โดยภาพรวมที่แตกต่างกัน การรวมบัญชีที่สามารถนํามารวมในบัญชีเดียวกันได้โดย มุ่งพิจารณาด้านองค์ความรู้และความสามารถที่จะเป็นประโยชน์แก่การปกครองประเทศ และที่สําคัญ เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีอาชีพทุกคน มีสิทธิเลือกผู้แทนได้อย่าง เท่าเทียมก็ถือว่าเป็นการยึดโยงกับประชาชนเช่นเดียวกัน การที่ผมแปรญัตติโดยใช้ เขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้งก็เพื่อแก้ปัญหาความเกี่ยวพันใกล้ชิดกับนักการเมือง และพรรคการเมือง แนวทางการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ผมจึงกําหนดให้ความเป็นสมาชิกวุฒิสภา นั้นเป็นตัวแทนจากหน่วยหรือชุมชนทางการเมือง คือกลุ่มอาชีพต่าง ๆ ให้ชัดเจน และแตกต่างจากฐานของการได้มาซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กล่าวคือใช้เขตประเทศเป็น เขตเลือกตั้ง และให้เลือกตั้งโดยประชาชนตามสาขาอาชีพ ตามฐานอาชีพ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เรา ได้สมาชิกวุฒิสภาที่มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญ ไม่ต้องมาเรียนรู้เพิ่มเติม เพราะหน้าที่หลักคืออะไรครับ ซึ่งผมได้อภิปราย ไปเมื่อคราวที่แล้ว คือการกลั่นกรองกฎหมาย จึงจําเป็นต้องมีองค์ความรู้ มีความเชี่ยวชาญ ทางด้านกฎหมายและหน้าที่ที่สําคัญ ผมต้องย้ํากับพี่น้องประชาชนที่ชมการถ่ายทอดอยู่อีก ครั้งหนึ่งว่า เพราะหน้าที่ที่สําคัญในเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่งยวด และสําคัญมาก ๆ ที่เราจะต้อง ได้สมาชิกวุฒิสภาที่มีความรัก มีความศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพระประมุข นั่นคือหน้าที่การให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้สําเร็จราชการ แทนพระองค์ รับทราบหรือให้ความเห็นชอบในการสืบราชสมบัติ นี่ครับ สําคัญมากไหมครับ พี่น้องประชาชน ผมเชื่อว่าสําคัญจริง ๆ นอกเหนือจากนั้นยังให้ความเห็นชอบในการ ทําหนังสือสัญญากับนานาประเทศ และอํานาจหน้าที่ในการถอดถอนบุคคลออกจากตําแหน่ง อย่างนี้ผมจึงต้องการให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งโดยทางอ้อม และใช้เขตประเทศ เป็นเขตเลือกตั้งเพื่อให้ยึดโยงกับประชาชนทุกสาขาอาชีพ เพื่อแก้ปัญหาความเกี่ยวพัน ใกล้ชิดกับนักการเมืองและพรรคการเมือง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องเป็นสมาชิกที่มีการ ลงทะเบียนในองค์กรอาชีพต่าง ๆ เหล่านี้ เช่น สภาทนายความ ท่านประธานครับ สภาทนายความนี้เราถือว่าเป็นสถาบันอิสระ ทําหน้าที่เป็นตัวแทนของทนายความ ทั่วประเทศ บุคคลที่มีอาชีพทนายความเป็นวิชาชีพที่มีเกียรติ สมาชิกรัฐสภาหลายท่าน ก็มีอาชีพทนายความ เป็นส่วนสําคัญในกระบวนการยุติธรรม เป็นที่พึ่งของประชาชน และมีสมาชิกสภาทนายความอยู่ทั่วราชอาณาจักร ถ้าจําไม่ผิด ผมว่าปัจจุบันนี้ก็ประมาณ ๖๐,๐๐๐ กว่าคน ๒. สมาชิกซึ่งต้องลงทะเบียนกับคุรุสภา ซึ่งเป็นหน่วยหลักในสังกัด กระทรวงศึกษาธิการ และเป็นหน่วยดําเนินงานของสภาครู และบุคลากรทางการศึกษาหรือแม้แต่ตัวแทนจาก สภาวิชาชีพบัญชีและสมาคมธนาคารไทย ซึ่งผมได้มีความสนิทชิดเชื้อกับท่านสมาชิกวุฒิสภา บางท่าน ซึ่งท่านเคยทําหน้าที่อยู่ในธนาคารไทย รับผิดชอบดูแลเรื่องการเงิน การธนาคาร ก็เป็นบุคคลที่มีความรู้อย่างมาก สามารถทําประโยชน์ให้แก่สภาและประเทศชาติได้อีกเยอะ สภาที่สําคัญอีกสภาหนึ่งนั่นคือสภาเกษตรกรแห่งชาติ ซึ่งถือว่าสภานี้เป็นตัวแทนหลักของ พี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ เพราะประกอบไปด้วยผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมหลากหลาย สาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ และที่สําคัญบุคคลเหล่านี้มีความรู้ มีความเชี่ยวชาญทางด้านเกษตรกรรม สภาที่ผมจะยกตัวอย่างองค์กรอาชีพอีกด้านหนึ่ง ก็คือสภาอุตสาหกรรมหรือสภาหอการค้า ซึ่งมีความเกี่ยวเนื่องใกล้เคียงกันเราจึงรวมเป็น องค์กรกลุ่มอาชีพเดียวกัน เพราะเป็นตัวแทนของภาคอุตสาหกรรมเอกชนของประเทศไทย เรามีกลุ่มอุตสาหกรรมถึง ๓๙ กลุ่ม เช่น กลุ่มยานยนต์ กลุ่มทํารองเท้า กลุ่มไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก ซึ่งมีสมาชิกถึง ๗๔ จังหวัด ก็ยกเว้นเพียงแต่ กรุงเทพมหานคร และจังหวัดแม่ฮ่องสอน นอกจากนั้นก็จะเป็นองค์กรอาชีพสมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เป็นต้น หรือแม้แต่สภาข้าราชการพลเรือนแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรกลางของข้าราชการ ทั้งอดีตข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างประจํา ส่วนต่าง ๆ