รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๖

พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เสนอการแก้ไขการเลือกตั้งวุฒิสภาโดยใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการยกเลิกมาตรา ๒๓๘ และมาตรา ๒๔๐ เพื่อลดอิทธิพลของพรรคการเมือง และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิเลือกตั้ง

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

คือพอดีด้วยความเคารพท่านประธาน ท่านประธานยังฟังผมไม่จบ ผมก็พยายามปรับตัว ตามท่านประธานนะครับ ผมแปรญัตติไว้ว่าใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ท่านใจเย็น ๆ นะครับ ว่า ๑๐๐ คนมาจากการเลือกตั้งแบบที่ผมกําลังพูดแบบนี้ ๒. มาจากการสรรหา เพราะ ณ วันนั้น ผมยังไม่รู้ว่ามันจะมีการลงมติมาตรา ๓ และเป็นการเลือกตั้งทั้งหมด แต่วันนี้เมื่อมี การเลือกตั้งมาตรา ๓ ไปแล้วว่าเป็นการเลือกตั้งทั้งหมด ผมก็เลยเอาคําแปรญัตติของผม ที่ใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้งมานําเสนอท่านประธาน ยกตัวอย่างนะครับท่านประธาน ถ้าท่านประธาน ได้ดูในร่างรัฐธรรมนูญในหน้าหลังของกรรมาธิการนะครับ ท่านดูในหลักการและเหตุผลครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านนะครับ ในเหตุผลเขียนไว้ชัดเจนว่า เพื่อให้วิธีการได้มาซึ่ง วุฒิสภามีลักษณะเช่นเดียวกับวิธีการได้มาซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมก็ได้ปรับตัวตามที่ ท่านประธานได้กรุณาบอกไว้ คือว่าพอในมาตราผมบอกว่าถ้าอย่างนั้นเมื่อมาตรา ๓ เป็นการเลือกตั้งทั้ง ๒๐๐ คน ผมได้แปรญัตติไว้ว่าเอาประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง นั่นหมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่าถ้าอย่างนั้น ๒๐๐ เอาแบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งก็เป็นไปตามร่างแล้วก็หลักการและเหตุผลของทางกรรมาธิการได้ไหม เพราะท่านอ้างว่า จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หมายถึงว่าถ้าอย่างนั้นทั้ง ๒๐๐ คนเอาแบบบัญชีรายชื่อไหม คล้าย ๆ สภาผู้แทนราษฎรของเรา มีทั้งเลือกตั้งโดยตรงแล้วก็มีแบบบัญชีรายชื่อ ก็หมายถึงว่า ท่านประธานอยู่จังหวัดของท่านประธาน ผมอยู่กรุงเทพมหานคร พี่น้องที่อยู่เชียงใหม่ สามารถเลือก ส.ว. คนเดียวกันได้ ก็ถ้าเกิดจะเอาเลือกตั้งตามมาตรา ๓ ผมก็ปรับตัว เพราะผมทราบแล้วว่าตอนนี้มาตรา ๓ มันผ่านไปแล้ว เป็นการเลือกตั้งทั้งหมด แต่ผมก็ นําเสนอในอีกมิติหนึ่งตามที่ได้แปรญัตติที่ท่านประธานได้กรุณาย้ําอีกทีว่าผมแปรญัตติว่า เอาประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง นั่นหมายถึงว่าท่านสมาชิกวุฒิสภาที่จะมีการเลือกตั้งกันนั้น อยู่จังหวัดเชียงใหม่กับกรุงเทพมหานครก็สามารถเลือกคนเดียวกันได้ อันดับที่ได้คะแนน อันดับที่ ๑ จึงถึงอันดับที่ ๑๐๐ ก็สามารถจะได้มาจากการเลือกตั้งเช่นเดียวกัน แต่ไม่ต้องเอา ระบบของการเลือกตั้งที่แบบว่าเป็นเรื่องของนับจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง คล้าย ๆ ที่กรรมาธิการได้ยึดเอาไว้ เพราะฉะนั้นท่านประธานจะเห็นว่าผมไม่ได้ออกนอกประเด็นแล้ว ก็ไม่ได้มีการดูเจตนารมณ์ตามมาตรา ๓ แต่อย่างใด เพราะกรรมาธิการชัดเจนครับว่า ๒๐๐ คนท่านเอาจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง ผมแปรญัตตินะครับ ผมเรียน ผมเอาประเทศ เป็นเขตเลือกตั้ง นั่นหมายถึงว่าจะ ๒๐๐ ก็ได้ หรือจะ ๑๐๐ ก็ได้ ท่านลองพิจารณาดูสิครับ ท่านเอาแบบว่าคนหนึ่งเลือกได้ ๑ คะแนน แล้วทําไมต้องไปเอา ส.ว. ที่อยู่ในจังหวัดนั้น หรือผู้สมัครจังหวัดนั้นมาเป็นตัวตั้ง ถ้าท่านเอาประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ส.ว. ดี ๆ ที่เขามีความรู้ ความสามารถ คนเชียงใหม่ก็เลือกได้คนสงขลาก็เลือกได้ คนกรุงเทพมหานครก็เลือกได้ แล้วเขาได้คะแนนมากที่สุดเขาก็ได้อันดับ ๑ ไป ทุกคนก็ทําแบบนี้ เลือกกันไปคนละคะแนน อันดับ ๑ ถึง ๑๐๐ หรือจะ ๑ ถึง ๒๐๐ ก็ได้เป็นสมาชิกวุฒิสภา ความคิดที่ผมนําเสนอ ท่านประธานมาถึงท่านประธานกรรมาธิการคือหลังจากที่ท่านได้โหวตมาตรา ๓ ผ่านไปแล้ว ผมก็ยังยืนว่าผมก็ปรับตัวเพื่อจะหาทางแก้ไขให้กับท่านเพื่อจะได้ไม่มีปัญหาในเรื่องของพื้นที่ การทับซ้อน หรือการเข้าไปใช้อํานาจของพรรคการเมืองเข้าไปครอบคลุม เพราะผมเชื่อว่า ท่านไม่สามารถจะซื้อเสียงได้ แล้วผมก็ยังเขียนแปรญัตติไว้ด้วยว่าให้มีการนําเสนอ ลงทะเบียนรายชื่ออย่างน้อย ๑ ปี ก็หมายถึงว่าใครจะลง ส.ว. ก็ประกาศไว้เลยก่อน ๑ ปี ขึ้นบัญชีไว้เลย แล้วพี่น้องประชาชนทั่วประเทศก็ไปคิดกันว่าใน ๑ ปีนั้นท่านอยากจะเลือกใคร เป็น ส.ว. พอถึงเวลาปุ๊บ ๑ ปีท่านก็ไปเลือก ท่านประธานมาจากจังหวัดขอนแก่น มีพี่น้อง มาจากอําเภอหาดใหญ่ ผมมาจากกรุงเทพมหานคร ผมก็สามารถเลือก ส.ว. คนเดียวกันได้ ครับท่านประธาน นี่ก็คือการยกตัวอย่างให้เห็นว่าผมได้แปรญัตติเอาประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง มันเป็นแบบนี้ อันนี้คือหลังจากที่มาตรา ๓ ได้ผ่านไปแล้วด้วย เพราะฉะนั้นท่านประธาน ให้ผมไม่พูดไม่ได้ครับ

ในเรื่องต่อไปครับ ผมไปดูในรัฐธรรมนูญครับท่านประธาน ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๘ และมาตรา ๒๔๐ มาตรา ๒๓๘ ระบุไว้ชัดเจนครับท่านประธานว่าเป็นเรื่อง เกี่ยวกับผู้เข้ารับการสรรหาสมาชิกวุฒิสภารวมถึงการคัดสรรสมาชิกวุฒิสภา ทั้ง ๒ มาตรานี้ ผมฝากท่านประธานไปถึงท่านประธานคณะกรรมาธิการว่าท่านต้องยกเลิกครับ ถ้าท่านประธานรัฐสภาไม่ให้พวกผมพูด เพราะมันเป็นเรื่องที่โหวตไปแล้วในมาตรา ๓ เพราะมันจะไม่มี ส.ว. สรรหาอีกแล้ว ความผิดพลาดของกรรมาธิการชุดนี้คือท่านต้องไป ยกเลิก ๒ มาตรานี้ด้วยครับ โดยเฉพาะในมาตรา ๒๓๘ วรรคสอง แล้วก็วรรคสาม แล้วก็ มาตรา ๒๔๐ ทั้งมาตรา ถ้าอย่างนี้จะเข้าใจได้ว่าที่มาแล้วก็ความเป็นมาของ ส.ว. สรรหา มันไม่เกิดขึ้นตามมาตรา ๓ ที่ได้ลงมติไปแล้ว นี่คือความผิดพลาดที่ผมอยากจะนําเรียน ท่านไปประธานไปถึงท่านประธานกรรมาธิการว่าท่านนั่งอยู่ได้อย่างไรครับ ถ้าท่านยืนหยัด ไม่ให้พวกเราอภิปรายในมาตรา ๓ เพราะโหวตไปแล้ว ท่านต้องเสนอตัด ๒ มาตรา ที่ผมนําเรียนไปให้แล้วเสร็จครับ ไม่อย่างนั้นมันก็ยังคงความเป็นการมีสมาชิกวุฒิสภา แบบสรรหาอยู่ในรัฐธรรมนูญอยู่ดี

อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน การที่ผมนําเสนอให้เอาประเทศ เป็นเขตเลือกตั้ง ผมได้อภิปรายไปแล้วครั้งหนึ่งในมาตรา ๓ ว่าเราเป็นห่วงในเรื่องของพื้นที่ การครอบงําของพรรคการเมือง แต่ถ้าเอาประเทศเป็นเขตเลือกตั้งไม่ว่าใครอยู่จังหวัดไหน อย่างที่ผมเรียนไปนี้ เลือกได้เบอร์เดียว ครั้งเดียว คนเดียวกันหมด แล้วก็ให้ประกาศก่อน ๑ ปี การซื้อเสียงก็ไม่มีครับท่านประธาน ประกาศไป ๑ ปีใครมันจะมาซื้อเสียงทั้งปี มันเป็นไปไม่ได้ แล้วพี่น้องประชาชน ๖๐ กว่าล้านคน หรืออาจจะ ๒๐-๓๐ ล้านคน ที่มีสิทธิเลือกตั้งตามที่มาตราหลัง ๆ นี้กําลังจะกําหนดถึงคุณสมบัติและบุคคลที่สามารถ มีสิทธิในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเขาก็จะได้เตรียมตัวว่าเขาจะเลือกใคร แล้วก็ไม่มี ในเรื่องของจังหวัด ไม่มีในเรื่องอิทธิพลในพื้นที่ ไม่มีการครอบงําทางการเมืองของ พรรคการเมืองใด ๆ เพราะใครก็เลือกได้ อยู่จังหวัดไหนก็เลือก ส.ว. ที่เขาคิดว่าจะเป็น ตัวแทนเขาเข้ามาในวุฒิสภาได้ นั่นคือเหตุผลครับท่านประธานที่ผมได้แปรญัตติไว้ในมาตรา ๔ แล้วผมก็ปรับหลังจากที่มีการโหวตมาตรา ๓ เป็นการเลือกตั้งทั้งหมดว่าท่านประธานกรรมาธิการ กรุณาช่วยนําไปพิจารณาหน่อย ผมก็เอาตามที่ท่านประธานกรรมาธิการเสียงข้างมาก เสนอด้วยว่าให้เป็นการเลือกตั้งทั้งหมด แต่ว่าให้เปลี่ยนจากระบบจังหวัดเป็นการใช้ประเทศ เป็นเขตเลือกตั้งได้หรือไม่ เพื่อจะได้มาซึ่งการเดินก้าวผ่าน การครอบงําของพรรคการเมืองใด ๆ ก็ตาม แล้วก็สามารถจะเลือกตั้งได้เต็มที่ แล้วผมก็จําได้ว่าผมอภิปรายในมาตรา ๓ ท่านประธานกรรมาธิการได้ลุกขึ้นครับท่านประธาน แล้วบอกว่าผมอย่าดูถูกประชาชน การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยต้องให้เป็นการเลือกตั้ง ผมถามแล้วการเลือกตั้งแบบนี้ ที่ผมนําเสนอมันก็เป็นการเลือกตั้งเช่นกัน แต่เป็นการใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้งก็คือ ทุกคนสามารถเลือกได้หมด เลือกสมาชิกวุฒิสภาคนเดียวกันได้หมด ก็เอาตามที่ท่านเสนอแล้ว ก็หวังเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธานว่า สิ่งที่ผมนําเสนอนั้น แล้วก็มีการปรับตามสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นจริง ก็คือไม่ได้ไปทับซ้อน ไม่ได้ไปผิดเจตนาในมาตรา ๓ นี้ ท่านประธานกรรมาธิการ ก็คงจะรับไปพิจารณาบ้าง แล้วก็จะได้ไม่มีปัญหาในเรื่องอื่น ๆ นั่นคือแนวทาง แล้วก็ความคิด ของผมที่ผมได้นําเสนอในมาตรา ๔ ขอบคุณท่านประธานครับ