รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๖

สมชาย แสวงการ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยชี้ปัญหาข้อกฎหมายและข้ออ่อนต่างๆ ที่เกิดขึ้นในกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการช่วยพิจารณาทบทวนและแก้ไขปัญหาเหล่านั้น นอกจากนี้ยังวิพากษ์วิจารณ์กรรมาธิการวิสามัญที่พยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยไม่ถูกต้องและผิดกฎหมายนอกจากนี้ยังเรียกร้องให้กรรมาธิการพิจารณารัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑ และไม่ให้ใช้มาตรา ๑๐ ซึ่งยังไม่ถึงผลและไม่ควรให้สมาชิกสงวนคำแปรญัตติไว้

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

ท่านประธานรัฐสภา กระผม นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมได้สงวน คําแปรญัตติในมาตรา ๔ ไว้นะครับ ก็คงจะพยายามไม่ไปพูดถึงเรื่องที่ขัดต่อหลักการนะครับ แต่ก็ต้องขอบคุณท่านประธานรัฐสภาที่เราสามารถที่จะเปิดให้สมาชิกได้อภิปรายในสิ่งที่ สงวนความคิดเห็นไว้ได้ ซึ่งผมคิดว่าข้อเสนอของผมนั้นน่าจะยังเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งผมต้องกราบเรียนท่านประธานและผู้ที่ติดตามอยู่ว่ามันมีปัญหา มากมายครับท่านประธานครับ ท่านแก้รัฐธรรมนูญอาจจะด้วยความรวดเร็ว เร่งรีบ หรือประการใดผมไม่ทราบ แต่ว่ามีเรื่องเงื่อนจํากัดเวลา แล้วก็มีข้ออ่อนมากมาย ซึ่งผม กราบเรียนว่าท่านกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณาอยู่ในขณะนี้ท่านก็ทราบครับว่า ในหลายมาตราต่อจากนี้ไปยังมีประเด็นปัญหาข้อกฎหมายซึ่งกําลังอยู่ในระหว่าง การประสานงานที่จะแก้ไขการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๕ ซึ่งพบว่า มีข้อผิดปกติมากมายอย่างที่ผมเรียนนะครับ

ผมกราบเรียนท่านประธานครับ อยากฝากไปยังคณะกรรมาธิการ ช่วยพิจารณาทบทวนในหลาย ๆ เรื่องครับ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ท่านสมาชิกได้ทักท้วง ในมาตรา ๒๓๘ มาตรา ๒๔๐ ซึ่งยังมีเรื่องของ ส.ว. สรรหาอยู่ ถ้าท่านประธานตรวจทาน ตามผมไปยังพบครับว่า ส.ว. สรรหายังไม่ได้หมดไป ทั้ง ๆ ที่เจตนาตอนรับหลักการข้างต้น ท่านต้องการให้ ส.ว. สรรหาหมดไป อันนี้ก็ว่ากันไป ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่มันไม่หมดครับ ท่านประธานลองดูมาตรา ๒๓๕ ท่านประธานลองดูมาตรา ๙๒ ครับ มีอีก ๒ มาตราครับ เพราะฉะนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันจึงเห็นถึงความรีบเร่งแล้วจะติดขัดในวันหน้า ท่านประธานบอกว่ากฎหมายใช้แล้วบางส่วนมันจะเป็นขยะตกค้างอะไรก็ตาม แต่ผมคิดว่า เมื่อสังคมเห็นเขาก็จะตําหนิติฉินได้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ไม่รอบคอบจริง ๆ ไม่รวมถึง การยกร่างมาในตอนต้นนั้นมีความผิดพลาดหลายประการซึ่งผมจะไม่กล่าวที่นี้ แต่ว่าก็จะเก็บ ไว้เป็นประเด็น ผมก็ฝากเรียนครับมีรัฐธรรมนูญอย่างน้อย ๔ มาตรา ท่านกรรมาธิการช่วยดู นะครับว่ายังมี ส.ว. สรรหาอยู่ อันนี้ผมกราบเรียนเพื่อให้ท่านหาทางแก้ไข

ประการที่ ๒ ผมต้องกราบว่าผมไม่ได้หวังว่ากรรมาธิการจะเห็นด้วยกับผม แต่ผมคิดว่าจะเห็นกรรมาธิการเปลี่ยนแปลงการแก้ไขให้ถูกต้องและไม่ผิดกฎหมายนะครับ ก็เรียนว่าท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญพยายามอ้างถึงมาตรา ๑๐ เสมอ ซึ่งผมก็ต้องเรียนว่า การพิจารณารัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑ นั้นมีความจําเป็นที่ต้องพิจารณารายมาตรา และถ้าส่วนหนึ่งส่วนใดมันขัดแย้งกันท่านก็ต้องมาใช้ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๒ ไม่ว่าจะลงมติ มาตรา ๓ ไปแล้วก็ตามนะครับ ก็ต้องเรียนว่ามาตรา ๑๐ นั้นยังไม่ถึง รวมถึงว่ายังมีสมาชิก โดยเฉพาะกรรมาธิการบางส่วนท่านก็สงวนคําแปรญัตติไว้ว่าไม่ต้องมี ส.ว. สรรหาอีกต่อไป นั่นหมายความว่าอีก ๓ ปี ๕ เดือน ก็ไม่ต้องมีแล้ว ก็เป็น ส.ว. เลือกตั้งหมดตามร่างที่ท่าน รับหลักการในวาระที่ ๓ ซึ่งกระผมก็ไม่ได้ขัดข้องนะครับถ้าท่านจะให้มีแต่ ส.ว. เลือกตั้ง ทีนี้พอท่านเขียนกฎหมายแบบนี้มันอีหลักอีเหลื่อ ให้มี ส.ว. เลือกตั้ง ๒๐๐ คน ยังมีมาตรา ค้างอยู่ ๔ มาตรา แล้วก็ยังมี ส.ว. สรรหาอยู่อีก ๗๓ คน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้มันถูกลบไป ไม่ได้นะครับ ก็เรียนว่าถ้าจะแก้ให้ถูกต้องผมคิดว่ากรรมาธิการน่าจะรับฟังนะครับ ถ้าภาษา เขาบอกว่าสงครามยังไม่จบก็อย่าเพิ่งนับศพทหาร แบบเดียวกันครับมาตรา ๕ เข้าใจว่า กรรมาธิการก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ผมไม่แน่ใจว่ามาตรา ๕ ถ้ายังเดินต่อไปอย่างนี้ นะครับเดี๋ยวค่อยอภิปรายกันว่าท่านจะผ่านไปได้อย่างไร ก็มีเหตุผลมากมาย แล้วก็ ทั้งนักวิชาการและสังคมนั้นส่อสายตามาที่สมาชิกรัฐสภา ผมเองก็เป็นสมาชิกรัฐสภาร่วมกับ ท่านก็ไม่อยากเห็นพวกเราถูกตําหนิติเตียนว่าเราแก้รัฐธรรมนูญเพื่อตัวเองและเรา ได้ประโยชน์จากการที่เราจะไปลงเลือกตั้งนะครับ

เรียนท่านประธานครับว่าถ้าหากกรรมาธิการเห็นด้วย ๒ ประการครับ ถ้ามาตรา ๔ นี้อย่างท่าน ส.ส. ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านเสนอว่า ถ้าเราลงมติเห็นด้วยกับมาตรา ๔ ให้คงไว้ คือมาตรา ๑๑๓ มาตรา ๑๑๔ ก็ต้องมาพูดถึง เรื่องการกลับไปที่หลักการ เพราะฉะนั้นเป็นไปได้ครับว่าข้อเสนอนั้นหมายความว่ายังมี ส.ว. สรรหา และ ส.ว. เลือกตั้งอยู่นะครับ ถ้าท่านประธานเห็นว่าการเลือกตั้งส่วนหนึ่ง เป็นเรื่องดี การได้มีผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคส่วนต่าง ๆ มาช่วยก็เป็นเรื่องดี อันนี้ประการหนึ่ง ประการที่ ๒ ถ้าเราจะย้อนกลับไปที่การเลือกตั้งอย่างเดียวผมก็ยังเห็นว่า สมาชิกรัฐสภาหลายท่านนะครับ ได้แปรญัตติไว้อย่างดีนะครับ แล้วก็อาจจะขัดอยู่บ้าง เพียงเล็กน้อยที่ท่านประธานบอกว่าใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้งไม่ได้ เพราะใช้จังหวัด เป็นเขตเลือกตั้ง ขอให้ท่านประธานอ่านของสมาชิกบางท่านนะครับ ไม่ว่าจะเป็น ท่านสุรจิต ชิรเวทย์ ซึ่งท่านสละสิทธิ์ไปแล้ว หรือท่านธานี อ่อนละเอียด ซึ่งจะอภิปราย ในคราวหลัง ท่านนฤมล ศิริวัฒน์ หรือท่านโสภณ ศรีมาเหล็ก นะครับ ท่านแปรอย่างนี้ครับ มาตรา ๑๑๓ ผมฝากกรรมาธิการเผื่อไปพิจารณาแก้ไข อันนี้เป็นเรื่องหลักการการเลือกตั้งครับ มาตรา ๑๑๓ นี้ ท่านขอแปรอย่างนี้ครับ การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาแบบสาขาอาชีพ ซึ่งเท่ากับจํานวนที่จะพึงมีตามกําหนดในมาตรา ๑๑๑ วรรคหนึ่งให้ใช้เขตประเทศไทย เป็นเขตเลือกตั้ง ถ้าตรงนี้ท่านไม่เห็นด้วย ท่านก็ใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง อันนี้ผมฝาก กรรมาธิการนะครับ โดยให้ประชาชนผู้ประกอบอาชีพเดียวกันเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียง ลงคะแนนเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้งได้คนละ ๑ เสียง และใช้วิธีการออกเสียงลงคะแนน โดยตรงและลับ ไม่ได้ขัดกับมาตรา ๑๑๑ ที่ท่านผ่านไปแล้วเลยนะครับ วรรคสอง ให้สาขาอาชีพจํานวนและวิธีการได้มาซึ่งรายชื่อสมาชิกวุฒิสภาแบบสาขาอาชีพเพื่อเข้าสู่ การเลือกตั้งเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภากําหนด ทั้งนี้คํานึงถึง สัดส่วนและความหลากหลายของสาขาอาชีพ รวมทั้งกลุ่มศาสนา กลุ่มคนพิการ เพศ และผู้ด้อยโอกาสทางสังคมด้วย มาตรา ๑๑๔ ให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ประกอบอาชีพ ต่าง ๆ ที่ประสงค์จะใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาแบบสาขาอาชีพ ต้องลงทะเบียน ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเพียงสาขาเดียวที่ตนเองประกอบอาชีพอยู่ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรและสมาชิกวุฒิสภากําหนด กราบเรียนท่านประธานครับ ที่ผมเรียนอย่างนี้มีเหตุผล และเป็นความประสงค์ดีจริง ๆ ครับท่านประธานครับ

ประการที่ ๑ คือท่านประธานตัดมาตรา ๑๑๓ มาตรา ๑๑๔ ไป มันเป็นการ ตัดเนื้อความอย่างเดียว ผมปรึกษาท่านอดีตกฤษฎีกาหลายท่านแล้วนะครับ ท่านเป็น ผู้เชี่ยวชาญท่านบอกว่ามาตรา ๑๑๓ มาตรา ๑๑๔ นั้น ตัวเลขยังอยู่ครับ แต่เนื้อหาถูกตัดไป วันหนึ่งมันต้องมี ๒ วิธี คือท่านต้องเลื่อนมาตรา ๑๑๕ เรียงขึ้นมาใหม่ รัฐธรรมนูญเรามี ๓๐๙ มาตรา ก็ต้องเปลี่ยนเลขมาตรากันใหม่

ประการที่ ๒ มาตรา ๑๑๓ มาตรา ๑๑๔ เลขมาตรายังอยู่ แต่เนื้อหาหายไปครับ มันหายไปเฉย ๆ ไม่ได้ครับท่านประธาน มันมีความจําเป็นที่กรรมาธิการจะต้องพิจารณา ให้รอบคอบ สิ่งที่เมื่อกี้สักครู่ผมอ่านของสมาชิกท่านอื่นที่ซึ่งเสนอในเรื่องของการเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภาแบบสาขาอาชีพก็ไม่ได้ขัดหรือแย้งกับมาตรา ๓ เดิมเลย ไม่มีเรื่องการสรรหาแล้ว ตั้งแต่เป็นการเลือกแบบสาขาอาชีพยึดโยงประชาชนไหม ยึดโยงประชาชนครับ เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ควรจะให้เกิดความรอบคอบในการทํากฎหมายรัฐธรรมนูญ ถึงแม้ว่าท่านจะรับหลักการในวาระที่หนึ่ง ถึงแม้ท่านจะผ่านมาตรา ๓ ไปแล้วก็ตาม แต่ผมคิดว่ามาตราต่อ ๆ ไปก็ต้องมีความสัมพันธ์กัน แล้วสิ่งนี้เราจะได้ชื่อว่าเราทําการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ซึ่งมีที่มาจากการลงประชามติของประชาชนด้วยความรอบคอบ กราบเรียน ท่านประธานโดยตรงครับ ถ้าเรื่องมันไม่รอบคอบ แล้วมันนํามาซึ่งข้อขัดแย้งทางกฎหมาย ก็มีความจําเป็นครับท่านประธานที่ต้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือยื่นไปยังศาลอื่น ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งความจริงผมก็ไม่ได้อยากกระทําเช่นนั้น แต่ถ้าพบเห็นการกระทําใด ที่เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ ผมก็ต้องมีความจําเป็นต้องทําครับ กราบเรียนท่านประธาน เพิ่มเติมอีกเพียงเล็กน้อยนะครับ ก็เพียงแต่ว่าความจริงแล้วสมาชิกวุฒิสภาซึ่งท่านมาจาก การเลือกตั้งก็ดี ซึ่งผมก็กราบเรียนว่ามาจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง ๗๗ จังหวัดนะครับ แล้วก็มาจาก สรรหาด้วยกันก็ดีนะครับ ผมไม่ค่อยสบายใจครับหลังจากที่เราประชุมมา ๕-๖ วัน มันกลายเป็นสิ่งที่เราสร้างกันมาอยู่ด้วยถึงแม้จะมีความแตกต่างกันบ้าง แต่ก็ร่วมทํางาน ในชั้นกรรมาธิการด้วยกันอย่างดีครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ผมพูดกับท่านสมาชิก ท่านอาวุโสบางท่านครับว่า สิ่งที่เราเห็นไม่เหมือนกันนั้น จะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่ความสัมพันธ์ เราเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เราอภิปรายกัน มันเหมือนกับการสาดโคลนใส่กันในที่ประชุมรัฐสภา แห่งนี้ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่า พวกเราหลายคนก็อยากเห็นท่านสมาชิกวุฒิสภาที่มาจาก การเลือกตั้ง หลายท่านกลับมาทําหน้าที่ในสภาเหมือนกัน แต่ว่าเมื่อเงื่อนของรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ กําหนดให้เว้นหนึ่งวาระ เราก็ไม่ได้พูดถึงต่อไปว่าเราควรจะมีวุฒิสภาสองวาระหรือไม่ นายกรัฐมนตรีเขายังให้เป็นสองวาระ แต่อย่างนี้เราไม่ได้พูดกัน แต่เราก็กลับไปแก้ไขทั้งหมด คือเรียกง่าย ๆ ว่ามีปัญหาตรงหนึ่ง เราก็แก้ทั้งกระดานหมดเลย หรือล้มทั้งกระดานหมดเลย หรือท่านตําหนิการสรรหาอ้างว่ากรรมการสรรหามีเพียง ๗ ท่าน แต่ความจริง กรรมการสรรหา เหล่านั้น ท่านก็เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้ถูกเลือกมา ไม่ว่าจะเป็นประธานคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประธาน คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินประธานกรรมการผู้ตรวจการหรือผู้พิพากษาศาลฎีกาที่ได้รับ เลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ซึ่งกว่าจะเลือกกันมาได้ ๓๐๐-๔๐๐ ท่านเลือกมาเหลือท่านเดียว หรือผู้พิพากษาที่มาจาก ศาลปกครองสูงสุด ที่มาจากที่ประชุมการเลือกก็แบบเดียวกันครับ ท่านก็มีเกียรติมีศักดิ์ศรี ผมก็จําเป็นครับว่าก็ต้องให้เกียรติท่านเหมือนกันในการเลือก แต่ถ้าเราเห็นว่ากรรมการ สรรหามีปัญหา ท่านคิดว่าไม่พอ ท่านอยากจะทําเพิ่มเติม ผมคิดว่าการแก้รัฐธรรมนูญที่ดี ในอนาคต แล้วผมกราบเรียนท่านประธานว่าวันหนึ่งสังคมไทยก็ต้องร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้นมาใหม่ร่วมกัน มีกติการ่วมกัน ท่านก็ต้องไปดูว่าอันไหนมันจําเป็น ถ้าตรงนี้มันมีปัญหา เรื่องกรรมการสรรหาท่านอยากเพิ่มให้มันมีมากกว่านี้ อยากให้ผู้ที่ถูกสรรหา ให้ชัดเจนว่า จะมาจากสาขาวิชาชีพ แล้วอยากให้มีการยึดโยงกับภาคประชาชน ผมว่าทําได้ครับ แต่การแก้ไขแบบถอยหลังกลับ ๓๖๐ องศาไปแบบปี ๒๕๔๐ ซึ่งผมต้องกราบเรียนว่า ท่านสมาชิกพรรครัฐบาลและท่านผู้นํารัฐบาลก็ทราบดีว่าปัญหาขณะนั้นเกิดอะไรขึ้น ในช่วงปี ๒๕๔๗ ปี ๒๕๔๘ จนกระทั่งเกิดวิกฤติการเมืองแล้วเป็น ๑ ใน ๔ ข้อกล่าวหา ที่ทําให้ถูกปฏิวัติรัฐประหาร ก็การที่สมาชิกวุฒิสภาอ่อนแอและถูกแทรกแซง ท่าน อดีตนายกรัฐมนตรีขออภัยที่ต้องพูดถึงท่าน ท่านก็เป็นคนให้การศึกษาโดยให้มหาวิทยาลัย ไปศึกษาเองที่จะแก้ไข แต่บังเอิญไม่ได้แก้ไขเสียก่อน ผมต้องกราบเรียนว่าถ้าเราจะแก้ไข รัฐธรรมนูญให้ถูกให้ต้อง และท่านคิดว่าสังคมพัฒนาเปลี่ยนไปแล้ว อยากให้ประชาชน มีส่วนร่วมในการที่จะเลือก ส.ว. ก็ทําให้มันถูกก็เป็นการ พุท เดอะ ไรท์ แมน อิน เดอะ ไรท์ จ๊อบ (Put the right man on the right job) ถ้าสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งท่านเก่งกว่าพวกผมครับ ท่านเป็นผู้ร่างกฎหมายเปรียบเหมือนโรงงานผลิตสินค้าดี ๆ ออกมา มันก็ต้องมี อินสเปคเตอร์ (Inspector) มีผู้ช่วยตรวจสอบคุณภาพกลั่นกรองกัน ก็ต้องมีคุณสมบัติอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งเดี๋ยวผมจะไปพูดในเรื่องคุณสมบัติในมาตรา ๕ ซึ่งผมคิดว่า มันยังมีความจําเป็นที่ต้องให้แยกออกจากกัน ในส่วนนี้ก็หวังว่าถ้าท่านกรรมาธิการได้รับฟัง ความปรารถนาดีของผมและชี้จุดข้ออ่อนต่าง ๆ แล้วท่านจะช่วยพิจารณา ไม่ได้ตัดมาตรานี้ ทิ้งไปเสียทีเดียวในมาตรา ๑๑๓ และมาตรา ๑๑๔ ท่านน่าจะรับฟังข้อเสนอของเสียงข้างน้อย และเสียงในสภาไปปรับปรุงแก้ไข ขอบพระคุณครับ