รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๖

เกียรติศักดิ์ ส่องแสง หารือเรื่องการแก้ไขมาตรา 4 และการเปลี่ยนแปลงการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา โดยเรียกร้องให้ลดอายุลงมาตั้งแต่ 18 ปี และให้สิทธิประชาชนทุกคนเข้ามาเป็นสมาชิกวุฒิสภา พร้อมอธิบายเหตุผลประกอบ

นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรอําเภอลําลูกกา จังหวัดปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผมได้สงวนคําแปรญัตติตัด มาตรา ๔ ออกทั้งมาตรา ผมมีเหตุผลประกอบนะครับ เนื่องจากว่า

ประการที่หนึ่งนั้นก็เพื่อให้คําสงวนคําแปรญัตติที่กระผมได้แปรญัตติไว้ ในมาตรา ๓ ได้สอดคล้องกัน กระผมจึงได้แปรญัตติในมาตรา ๔ เอาไว้ กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระบวนการสรรหาซึ่งให้ได้ซึ่งตัวแทนนี้นั้น วันนี้เราก็ได้ ลงมติไปแล้วว่าสมาชิกวุฒิสภาหรือว่า ส.ว. นั้น จะต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมดนะครับ ๒๐๐ คน ผมก็อยากจะมีคําถาม กราบเรียนถามท่านประธานรัฐสภา ประธานกรรมาธิการไว้ว่า แสดงว่าวิธีการเลือกตั้งให้ได้มาซึ่งตัวแทนที่ดีนั้น มีวิธีการเลือกตั้ง เปลี่ยนอย่างเดียวเท่านั้น ใช่หรือไม่ จริง ๆ แล้วนะครับวิธีการให้ได้มาซึ่งตัวแทนนั้นมีหลากหลายวิธี ผมขอกราบเรียน นิดหนึ่งนะครับว่าการสอบแข่งขันนะครับเราก็ใช้ในการคัดสรรคนเข้าสู่ตําแหน่ง การสรรหา หรือว่าการคัดเลือกก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง การเลือกตั้งที่ท่านเลือกใช้นี้ก็เป็นแค่เพียงวิธีหนึ่งเท่านั้น นะครับในการสรรหาตัวแทน การสุ่มตัวอย่างก็ยังมีอีกหลายวิธีที่จะใช้ วิธีที่ผสมผสาน ทําไม ท่านไม่เลือกนํามาใช้เพื่อให้ได้ตัวแทนที่ดี ผมกราบเรียนถามท่านนะครับว่าการที่ท่านเลือกว่า ใช้วิธีการเลือกตั้งทั้งหมดเพื่อให้ได้ตัวแทนที่เข้ามาทําหน้าที่อันทรงเกียรติในสภาแห่งนี้ หลายครั้งที่ท่านประธานกรรมาธิการนั้นได้ยืนขึ้นมาแล้วก็ให้เหตุผลในการตอบข้อคําถาม ทุกครั้ง ๆ ซ้ํากันอยู่ตลอดเวลานะครับว่า การเลือกตั้งนั้นเป็นการคืนอํานาจให้กับประชาชน การเลือกตั้งนั้นเป็นการให้ระบอบประชาธิปไตยกลับคืนมา คืนอํานาจอธิปไตยให้กับ ประชาชน คํากล่าวตรงนี้นะครับ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ สภาแห่งนี้ ไม่พูดความจริงทั้งหมดนะครับ เราแกล้งโง่นะครับ เราหลอกประชาชน เพื่อประโยชน์ของทุกคน ที่นั่งอยู่ในสภาแห่งนี้เท่านั้นทั้งสิ้น แต่แท้ที่จริงนะครับ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ถ้าหากว่าเราจะพูดความจริงกับประชาชนถ้าหากว่าท่านจะคืนอํานาจที่แท้จริงให้กับ ประชาชน เราใช้วิธีการง่าย ๆ นะครับเพื่อที่จะเลือกตัวแทนให้ได้ ท่านบอกว่าประชาชนนั้น มีความรู้ มีความสามารถ ประชาชนนั้นเลือกได้ ถ้าหากว่าท่านจะมองไปข้างหน้าอีก ในมาตรา ๕ ที่เราจะพูดถึงกัน นั่นก็คือคุณสมบัติของผู้ที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกวุฒิสภา ข้อ ๒ ในมาตรา ๑๑๕ นั้นท่านบอกว่า จะต้องเป็นผู้ที่มีอายุไม่ต่ํากว่าสี่สิบปี เด็กอายุ ๑๘ ปีทุกวันนี้ มีการเลือกตั้งแล้วนะครับมีวุฒิภาวะ ทําไมท่านไม่ลดอายุลงมาอีกครับ ให้ได้ ๑๘ ปี หรือ ๒๕ ปี ถ้าหากว่าท่านจะให้สิทธิพี่น้องประชาชนผู้เขามีความรู้มีการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อ ๓ ข้อถัดไปนั้นของมาตรา ๑๑๕ มาตรา ๕ บอกว่า ผู้ที่มีคุณสมบัติจะต้องมีความรู้ไม่ต่ํากว่า ปริญญาตรี ท่านบัญญัติไว้ทําไม ท่านดูถูกประชาชนนี่ครับ ชาวนาอีกหลายล้านคน หลายสิบล้านคนนะครับเขาไม่มีความรู้ในระดับปริญญาตรี เขาถูกตัดสิทธิตรงนี้ แต่ท่านอ้างว่าท่านให้สิทธิ ท่านบอกว่าคืนอํานาจให้กับประชาชน การคืนอํานาจของท่านนั้น คืนแค่ดูถูกประชาชนว่าประชาชนมีความรู้แค่เพียงเข้าไปในคูหาแล้วก็กาเลือกตั้งท่าน เท่านั้นเอง แต่ท่านไม่ให้สิทธิเขา ถ้าหากว่าท่านให้สิทธิเขาทุกคนนะครับ ท่านเชื่อว่า ประชาชนมีความรู้ มีความสามารถ มีการศึกษาที่ดีแล้ว ท่านต้องให้สิทธิเขาสิครับ ให้สิทธิทุกคนที่มีอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป จบ ป. ไหนก็ได้ มีสิทธิที่จะเข้ามาเป็นผู้ที่เสนอตัว ขั้นพื้นฐานสมัครเข้ามารับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาหรือว่าเป็น ส.ว. ๑๘ คนใน กทม. หากว่าเอาจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง ผมเชื่อว่าคนขับแท็กซี่ (Taxi) จะมีโอกาสเข้ามาเป็น ส.ว. ในสภาแห่งนี้อย่างแน่นอน คนขายส้มตํา แม่ค้าในตลาด จะมีโอกาสเข้ามาเป็น สมาชิกวุฒิสภาในสภาอันทรงเกียรตินี้อย่างแน่นอน ดังนั้นที่ท่านให้เหตุผลว่าท่านคืนสิทธิ อํานาจอธิปไตยให้กับพี่น้องประชาชน ประชาชนมีความรู้ที่จะคัดเลือกคนที่มี ความรู้ความสามารถเข้ามาในสภาแห่งนี้ ท่านเอาเปรียบประชาชน ท่านเป็นผู้สมัคร เขาเป็น ผู้เลือกตั้ง เขาไปเข้าคูหาเพื่อที่จะเลือกตั้งท่านเท่านั้นแต่ท่านตัดสิทธิเขา จึงได้กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภามานะครับว่าการคัดเลือกบุคคลเข้าสู่ตําแหน่งอันทรงเกียรตินี้ เราก็ยอมรับว่าในกลุ่มคน ๖๕ ล้านคนนั้นมีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ ความชํานาญการแตกต่างกันออกไป เราจึงอยากจะได้คนที่มีความสามารถ ความเชี่ยวชาญ ที่แตกต่างกันออกไปนั้นเข้ามาอยู่ในสภาแห่งนี้ เพื่อทําหน้าที่อันทรงเกียรติ เพื่อตรากฎหมาย เพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศชาติของเราสืบต่อไป อันนี้ก็คือ ข้อเท็จจริงจึงขอกราบเรียนท่านประธานรัฐสภา สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพทุกท่าน ที่เรารักและหวงแหนประเทศของเรา ที่จะนําพาประเทศชาติของเรา ไปแข่งขันกับนานาอารยประเทศเพื่อความเจริญก้าวหน้าให้กับลูกหลานของเราสืบต่อไป ถึงขอกราบเรียนไปยังท่านประธานรัฐสภาและท่านกรรมาธิการได้โปรดพิจารณาในประเด็น ที่ผมได้กล่าวในสภาแห่งนี้ด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณ