รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๖

ไพบูลย์ นิติตะวัน อภิปรายเรื่องการแก้ไขมาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการยกเลิกมาตรา 114 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา และมองว่าการเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาแบบเดียวกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะทำให้ไม่มีดุลยภาพระหว่างทั้งสองสภา

นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกวุฒิสภาสรรหา ทําหน้าที่สมาชิกรัฐสภา แล้วก็ อีกอย่างหนึ่งในฐานะประชาชนผู้มีโอกาสได้มาปฏิบัติหน้าที่ในรัฐสภาแห่งนี้ครับท่านประธาน ผมได้แปรญัตติขอตัด มาตรา ๔ ด้วยเหตุผลว่า มาตรา ๔ นั้น ได้มีการเขียนไว้ว่าให้ยกเลิก มาตรา ๑๑๔ และมาตรา ๑๑๕ แห่งรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ มาตรา ๑๑๔ นั้น เป็นมาตราที่ผมมีความข้องใจมากและเป็นห่วง ท่านประธาน ท่านกรรมาธิการ ถ้าหากท่าน ไปตัดมาตราดังกล่าวออกไปทั้งมาตรา โดยไม่คํานึงถึงสาระสําคัญที่อยู่ในมาตรานั้น ผมเกรงว่า มันจะมีปัญหาครับ เพราะถ้าตัดออกไปแล้วกลายเป็นว่าในการที่ท่านเลือกตั้งให้ได้มา ซึ่งสมาชิกวุฒิสภานั้น เป็นการเลือกตั้งที่ไม่คํานึงถึงความรู้ ไม่คํานึงถึงความเชี่ยวชาญ ไม่คํานึงถึงประสบการณ์ที่จะเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานของวุฒิสภา ซึ่งเขียนไว้ ในมาตรานี้นะครับ แล้วก็ยังเป็นการไม่คํานึงถึงองค์ประกอบจากบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถในด้านต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน และให้โอกาสความเท่าเทียมกันทางเพศ สัดส่วนของบุคคลในแต่ละภาคตามวรรคหนึ่งที่ใกล้เคียงกัน รวมทั้งที่สําคัญครับท่านประธาน ผมด้วยความเป็นห่วงไงครับ นี่กําลังด้วยความเป็นห่วง รวมทั้งเป็นการไม่ให้โอกาส กับผู้ที่ด้อยโอกาสทางสังคมด้วย ดังนั้นผมจึงไม่สามารถที่จะให้ท่านยังคงไว้ซึ่ง มาตรา ๔ ซึ่งตัดออกทั้งหมด แม้ท่านจะไปมีการเลือกตั้ง ๒๐๐ คนมาก็ตาม แค่คุณสมบัติ หรือลักษณะที่สําคัญในมาตรา ๑๑๔ นั้น ก็เป็นสิ่งที่สําคัญที่สุดในการที่ได้มาซึ่งวุฒิสภา ท่านประธาน ผมเห็นด้วยกับท่านศิริวรรณครับ การพูดอภิปรายในมาตรา ๔ ถ้าจะพูด เพื่อที่จะเปลี่ยนความคิดเห็นของท่านสมาชิกให้กลับมาไว้ดังเดิม ถ้าทําได้มันก็เป็นนิมิตหมายที่ดี แต่ถ้าทําไม่ได้ไม่ว่าอย่างไรก็ตามมันก็เป็นสิทธิของผมที่ผมจะอภิปรายนะครับ ดังนั้นผมก็ต้อง ใช้สิทธิในการอภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๙๙ อย่างเคร่งครัด ท่านประธานครับ ในการที่ยังไปตัด มาตรา ๑๑๔ มาตรา ๑๑๓ แห่งรัฐธรรมนูญที่มีผลบังคับใช้ปัจจุบันนี้ เป็นการทําลายหลักการ สําคัญที่สุดของรัฐธรรมนูญในส่วนว่าด้วยที่มาของวุฒิสภา ท่านประธานครับ วุฒิสภาไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม จะต้องไม่เป็นเหมือนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ผมไม่ทราบว่า ท่านผู้เสนอร่างญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวนั้นท่านไปเขียนไว้ได้อย่างไร เขียนไว้ว่า ให้สมาชิกวุฒิสภามีที่มาแบบเดียวกันกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อ่านแค่นี้เป็นหลักการ และเหตุผลของการเสนอญัตติ มันก็ขัดรัฐธรรมนูญในเรื่องของโครงสร้างรูปแบบของรัฐ โดยตรงอยู่แล้ว แต่ไม่ว่ากันครับท่านประธานกรรมาธิการท่านได้บอกว่าไม่ขัดท่านก็วินิจฉัย ของท่านไป แต่เรื่องนี้มันจบที่ศาลอยู่แล้ว แต่ท่านมีการหนึ่งที่กล่าวในการพิจารณามาตรา ๓ ท่านบอกว่าท่านคํานึงถึงหลักการและเจตนารมณ์แห่งรัฐธรรมนูญ แต่ท่านบอกว่า การที่แก้ ให้ที่มาของ ส.ว. จากการเลือกตั้งนั้นเป็นการแก้ไขโดยคํานึงถึงหลักการแห่งเจตนารมณ์ แห่งรัฐธรรมนูญที่ปรากฏอยู่ในคําปรารภในส่วนที่บอกว่า เป็นการส่งเสริมให้ประชาชน มีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐอย่างเป็นรูปธรรม ผมว่าท่านไปยกอย่างนั้น มันไปเกี่ยวอะไรกับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา มันเกี่ยวอะไรกับการที่เปลี่ยนสมาชิกวุฒิสภา ให้เหมือนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมไม่เห็นด้วย แต่ว่าที่ผมอยากจะเสนอเพราะว่า มันเกี่ยวกับที่ผมแปรญัตติไว้นั่นก็คือว่าส่วนหลักการและเจตนารมณ์แห่งรัฐธรรมนูญที่บอกว่า ให้กําหนดกลไกสถาบันการเมืองให้มีดุลยภาพ คํานี้สิครับต่างหาก เป็นคําที่มีความหมาย ของการกําหนดระหว่างวุฒิสภากับสภาผู้แทนราษฎรว่าจะต้องมีดุลยภาพซึ่งกันและกัน และวุฒิสภาถ้าไปเหมือนสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาก็เหมือนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มันจะมีดุลยภาพได้อย่างไร มันก็มีแต่พวกเดียวกันหมด แล้วพวกเดียวกันจะไปตรวจสอบ ถ่วงดุลกันได้อย่างไร สมาชิกหลาย ๆ ท่านก็อภิปรายกันไปหมดแล้ว ผมก็พยายามที่จะ ควบคุมเวลานิดหนึ่ง เพราะว่าผมเห็นใจท่านประธานครับ เพราะท่านประธานอาจจะเริ่ม อดทนไม่ได้แล้วก็ตามนะครับ แต่ผมก็ยังอยากจะบอกท่านประธานว่าที่ท่านบอกว่ามาตรา ๓ ลงมติไปแล้วสมาชิกวุฒิสภาสรรหาไม่มีแล้ว สูญไปแล้ว ก็พวกผมยังอยู่ในสภาได้อย่างไร ล่ะครับ ก็รัฐธรรมนูญยังอยู่ ท่านใจร้อนไปไหนที่ผมเป็นห่วงผมห่วงท่าน ๖ เดือน ต่างหากครับ ผมอาจจะอยู่ไปอีกยาวมาก แต่ไม่ทราบท่านจะอยู่หรือไม่ก็สุดแล้วแต่นะครับ ผมรู้สึกว่าท่านจะเริ่มทนไม่ได้ ดังนั้นผมขออย่างนี้ครับท่านประธาน การยืนยันสิทธิในการที่ ผมอภิปรายเมื่อสักครู่ผมขอเรียนว่าผมจะพูดตั้งแต่ครั้งแรกแล้วว่าผมยึดข้อบังคับ ข้อ ๙๙ ผมยังไม่เห็นเขียนในข้อบังคับนั้นตรงไหน บอกว่า ให้สมาชิกรัฐสภาอภิปรายในเรื่องที่ สงวนคําแปรญัตติที่ขัดต่อหลักการ ผมไม่เห็นเขียนตรงไหน ในมาตรา ๙๖ ก็เช่นเดียวกัน ก็เขียนว่า แปรญัตติโดยขัดหลักการไม่ได้ แต่ไม่เห็นเขียนตรงไหนบอกว่าเมื่อแปรญัตติแล้ว ผมมาอภิปรายไม่ได้ ไม่มีครับ ดังนั้นเพื่อไม่รบกวนเวลามากกว่านี้ เพราะผมตุนเอาไว้ อภิปรายในมาตรา ๕ ต่อดีกว่า และมาตรา ๕ ครับท่านประธาน อย่าไปเร่งมันเลยครับ เรื่องนี้อยู่กันนาน ๆ หลายวันดีกว่าสําหรับมาตรา ๕ ครับ ขอบคุณครับ