อันวาร์ ยันไม่เอาแก้ ม.111-112 ชี้ระบบสว.ขาดความเป็นกลางเสี่ยงเลือกตั้งล้มเหลว

รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๖

อันวาร์ สาและ แสดงความไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา ๑๑๑ และ ๑๑๒ ที่เกี่ยวกับที่มาและจำนวน ส.ว. โดยชี้ว่าประเด็นนี้สำคัญต่อการเลือกตั้งและการปกครองเพื่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง อันวาร์ สาและ หารือถึงข้อบกพร่องของระบบเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาที่อาจนำไปสู่การขาดความเป็นกลางและการถูกครอบงำจากฝ่ายบริหาร พร้อมยกตัวอย่างปัญหาการใช้เงินซื้อเสียง การข่มขู่ และการใช้อิทธิพลในพื้นที่ รวมถึงชี้ให้เห็นว่าหากประชาชนและผู้สมัครยังไม่มีคุณภาพเพียงพอ การเลือกตั้งอาจไม่ได้ผลตามเจตนารมณ์ จึงเสนอให้คงสถานะความเป็นกลางของวุฒิสภาเพื่อทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน และพิจารณาบุคคลดำรงตำแหน่งสำคัญอย่างอิสระเหนือการเมืองและผลประโยชน์ส่วนตัว

นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปัตตานี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ในมาตรา ๓ นี้ผมเป็นบุคคลหนึ่ง ที่สงวนแล้วก็แปรญัตติ แล้วก็ไม่เอาทั้งมาตรา นั่นหมายถึงว่าผมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ของคณะกรรมาธิการ ในเรื่องของมาตรา ๑๑๑ และมาตรา ๑๑๒ ที่เกี่ยวกับที่มาของ ส.ว. และจํานวนของ ส.ว. นั้น ผมคิดว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องสําคัญมากนะครับ เราแน่ใจหรือครับว่า การเลือกตั้งเป็นการตอบโจทย์ทั้งหมดในระบอบของประชาธิปไตยได้ มันมีองค์ประกอบอยู่ หลายอย่างครับ ถ้าสมมุติว่าไม่เป็นตามเจตนาที่เราวางไว้ในข้ออื่น ๆ ด้วยผมคิดว่าเป้าหมาย ที่เราจะให้การปกครองในเรื่องของความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองก็ไม่สามารถที่จะเดินไปได้

ท่านประธานครับ ถ้าเรามองดูตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ของปี ๒๕๔๐ นะครับ กําหนดให้วุฒิสภามาจากการเลือกตั้ง แต่ห้ามไม่ให้มีการหาเสียงและทําให้เกิดเป็นจุดอ่อน ที่ทําให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องไปพึ่งพาฐานเสียงจากพรรคการเมืองและนักการเมืองในท้องที่ เมื่อชนะการเลือกตั้งเข้ามาเป็นสมาชิกวุฒิสภาแล้วย่อมมีโอกาสถูกครอบงําจากฝ่ายบริหาร จนทําให้การทําหน้าที่ไม่เป็นอิสระอย่างแท้จริงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ นี่ของปี ๒๕๔๐ ครับ และพอมาปี ๒๕๕๐ ก็มีการปรับแก้ใหม่ ทําให้ที่มาของสมาชิกวุฒิสภา มาจาก ๒ ด้านด้วยกัน ด้านหนึ่งก็คือสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากกระบวนการการเลือกตั้ง โดยตรง จากเลือกตั้งจากประชาชนซึ่งจะมีจังหวัดละ ๑ คน และอีกทางหนึ่งก็คือมาจาก การสรรหา ท่านประธานครับ การเลือกตั้งวันนี้ถ้าเราดูในสังคมนะครับมีเกือบทุกระดับ แต่ถามว่าสังคมวันนี้ปัญหาต่าง ๆ ได้หมดสิ้นหรือไม่ ก็ไม่ครับ เราดูการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็น การเลือกตั้งกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน นายก อบต. นายก อบจ. ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนะครับมาจาก การเลือกตั้งโดยตรงจากพี่น้องประชาชน แต่แน่นอนที่สุดครับ เมื่อคุณสมบัติหรือคุณภาพของคน ยังไม่ถึงในจุดที่เราคาดหวังไว้ ปัญหาก็มีแน่นอนครับ เพราะว่าการเลือกตั้งนั้นแน่นอนที่สุดพยายามที่จะหาเสียงหรือหาแนวร่วมให้มากที่สุด บางครั้งก็มีการจ้างอามิสสินจ้าง ชาวบ้านที่อยู่ข้างนอกไม่ได้รู้จักกับผู้สมัครทุกคนหรอกครับ ท่านประธาน นี่ก็เป็นช่องว่างที่การใช้เงินเข้าไปจ้างเพื่อให้มีการทําอย่างไรก็ได้ให้เข้ามาได้ เป็นในสิ่งที่ตัวเองอยากจะได้เป็นในตําแหน่งนั้น ๆ ท่านประธานครับ ในมุมที่ไม่ดีที่เกิดขึ้น ของการเลือกตั้งก็มีอยู่หลายข้อครับ อย่างเช่นมีการเลือกตั้งที่ไหนเงินสะพัดที่นั่น แล้วมี การใช้อามิสสินจ้างกัน ท่านทราบไหมครับ ในพื้นที่ของภาคใต้วันนี้การเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน เสียงหนึ่งบางพื้นที่ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท มันเกิดขึ้นแล้วครับ แล้วลองคิดดูสิครับ ถ้ามี การใช้เงินใช้ทองอย่างนี้โอกาสที่เราจะได้คนดีมีคุณภาพเป็นไปได้ไหมครับ ก็ยากครับ เรื่องของการเกิดการขู่บังคับเพื่อให้ได้มาซึ่งเสียงก็เกิดขึ้นแล้ว นี่ก็เป็นมุมไม่ได้ของ การเลือกตั้งนะครับ การจ้างหน่วยงานหรือว่าบุคคลที่มีอิทธิพลในพื้นที่เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ กําหนดของตัวเองก็ทําขึ้นแล้วครับ เกิดขึ้นเกือบทุกระดับที่อยู่ในพื้นที่ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ถ้าการเลือกตั้งถ้าสมมุติว่าความรู้สํานึกดี การศึกษาของพี่น้องประชาชนที่เป็นผู้เลือกตั้ง คุณภาพของคนยังไม่ดีพอ การเลือกตั้งเองก็ไม่สามารถจะได้อย่างที่เราคาดหวังที่จะได้คนดี ตามที่เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ผมเองไม่ได้รังเกียจการเลือกตั้งครับ การเลือกตั้งถ้าสมมุติ ว่าคุณภาพอย่างที่ผมบอกของพี่น้องประชาชนเข้าถึงแล้วก็รู้จักผู้สมัครเป็นอย่างดี แล้วก็ เป็นไปตามเป้าหมายเลือกคนดี เลือกคนมีคุณภาพเข้ามา ผมคิดว่าอันนั้นจะเป็นประโยชน์ แต่ถ้าไม่เป็นอย่างนั้นมันก็อาจจะเกิดโทษขึ้นมานะครับ ท่านประธานครับ อย่าลืมนะครับว่า ในงานทุกงานในหน้าที่ทุกหน้าที่นั้นมันมีความสําคัญในตัวของมัน เพราะฉะนั้นถ้าเราดู ส.ว. สถานะของ ส.ว. สมาชิกวุฒิสภาแน่นอนที่สุดครับ ตั้งแต่อดีตมาต้องการสถานะของ ความเป็นกลาง แล้วก็อยู่เหนือการเมืองอยู่เหนือผลประโยชน์เป็นสําคัญ เพราะฉะนั้น เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วมันก็จะกําหนดบทบาทหน้าที่ บทบาทหน้าที่ของ ส.ว. ถ้าเราดูนะครับ เป็นบทบาทหน้าที่ที่สําคัญมาก มีผลต่อความเป็นอยู่ที่สงบสุขของประเทศ นั่นก็คือ การกลั่นกรองกฎหมาย กฎหมายที่มาจาก ส.ส. แล้วเพื่อให้เกิดความรอบคอบเข้าไปในสภา ของ ส.ว. ก็มีการกลั่นกรองอีกครั้ง เผื่อว่าจะมีข้อไหนที่ตกหล่น แน่นอนที่สุดครับ ข้อนี้ ก็ต้องการคนที่มีความเป็นกลาง ไม่เอนเอียง ไม่มีผลประโยชน์ ไม่มีวาระซ่อนเร้น ไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวหรือของพวกพ้องเข้าไป ๒. ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ท่านลองคิดดูสิครับว่าถ้าสมมุติว่าความไม่เป็นกลางของวุฒิสมาชิก เกิดเหตุการณ์ใด เหตุการณ์หนึ่งก็แล้วแต่เข้าข้างคนผิด อาจจะเป็นในวันนั้นสมมุติว่าฝ่ายบริหารทําผิด แล้ว ส.ว. เป็นฝ่ายเดียวกันโอกาสที่จะทําให้หลุดรอด แล้วก็ทําผิดขึ้นมา แล้วเกิด ความเสียหายต่อประเทศมีหรือไม่ ผมคิดว่าแน่นอนที่สุดครับเราปฏิเสธไม่ได้ ๓. ในความ เห็นชอบในเรื่องของสําคัญ ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อตกลงอะไรต่าง ๆ ถ้าสมมุติว่าวันหนึ่ง ส.ว. ไม่อยู่ในความเป็นกลาง แน่นอนที่สุดถ้ามีการเลือกตั้งก็ต้องไปเอนเอียงเข้าไปสู่ ไม่ว่าจะเป็น พรรคการเมืองไปโน้มเอียงกับการเมืองท้องถิ่น ถามว่าความเป็นกลางแล้วก็คุณภาพของเขา ยังจะมีอยู่หรือไม่นะครับ แน่นอนที่สุดถ้าเป็นพวกเดียวกันก็อาจจะต้องยกมือหรือผ่าน ในเรื่องของสิ่งที่พวกเดียวกันต้องการ อันนี้ก็จะเป็นสิ่งหนึ่งที่จะทําให้ความเสียหายเกิดขึ้น ต่อประเทศชาติได้ โดยเฉพาะข้อ ๔ พิจารณาให้บุคคลดํารงตําแหน่ง ตําแหน่งสําคัญ ๆ วุฒิสมาชิกมีบทบาทที่จะเลือกคนดีเข้ามา ถ้าสมมุติว่าวุฒิสมาชิกไม่มีความเป็นกลาง โน้มเอียงไปฝั่งใดก็แล้วแต่ แล้วก็เลือกพรรคพวกพี่น้องของตัวเองหรือพวกพ้อง ถามว่าสิ่ง เหล่านี้ประเทศชาติจะได้อะไรครับ ผมคิดว่าคงปฏิเสธไม่ได้ก็คือว่าความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ในอนาคต และข้อที่ ๕ เรื่องของการถอดถอนบุคคลออกจากตําแหน่ง ถ้าสมมุติมีเครือญาตินะครับ แล้วก็มีพรรคพวกเพื่อนพ้องทําผิดแล้วก็ยังเข้ามาในข้อ ๕ ถอดถอนเขาออกจากตําแหน่ง ไม่ได้ แน่นอนที่สุดครับ ประเทศก็คงเดินไปไม่ได้ เพราะในสังคมก็ยังมีคนเหล่านี้ คนไม่ดีอยู่ การถอดถอนก็ไม่สามารถที่จะทําตามกระบวนการที่ได้กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญได้ ท่านประธานครับ ผมเองสนับสนุนให้มีการสรรหาอยู่ในนั้นด้วย เพราะว่าอะไรครับ โดยหลัก ของอิสลาม เราสนับสนุนในเรื่องของแบบอย่างที่ดีของมุสลิมก็คือให้มีหลักของการซูรอ ก็คือ การสรรหา แต่การสรรหาในทรรศนะของอิสลามนั้นเขาให้ทําอย่างไรครับ ผู้ที่จะสมัคร หรือผู้ที่จะลงในตําแหน่งนั้นไม่สามารถที่จะเสนอตัวด้วยด้วยซ้ํา เพราะเขาป้องกันครับ ป้องกันว่าคนที่มีความอยากได้หรือมีอะไรต่าง ๆ ที่อยู่ในใจต้องการตําแหน่งเหล่านี้ ไปเรียกร้อง ไปชักจูงให้คนอื่นมาเลือกตัวเอง แต่เขาทําอย่างไรครับ คนที่จะเข้าในหลักเกณฑ์ ของการซูรอหรือสรรหาของทางทรรศนะของอิสลามหมายถึง บุคคลที่ทําความดีมาตั้งแต่ เริ่มต้นจนมาถึงตลอดชีวิต ในขณะนั้นเองความโดดเด่นของเขาในการสะสมความดีก็แน่นอนครับ เป็นที่ประจักษ์ของสังคม เมื่อเป็นที่ประจักษ์ของสังคมแน่นอนที่สุดการเลือกตั้งจะไม่มีครับ เพราะอะไรครับ เพราะคุณสมบัติหรือว่าสิ่งที่สะสมต่าง ๆ ที่เป็นคุณงามความดีเขาไม่แลกกับ สิ่งที่จะทําให้เขาเสื่อมเสียหรือเสียหายได้ แน่นอนที่สุดครับ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในสังคม ก็จะเห็นในหลักอันนี้ด้วย เมื่อเป็นหลักอันนี้ด้วย การสรรหาคนดีโดยที่ความโดดเด่นของเขา ที่เขาสะสมมาทั้งชีวิต แน่นอนที่สุดทุกคนก็จะไปในทิศทางเดียวกัน เห็นไหมครับว่า ความแตกแยกก็จะไม่เกิดขึ้น แต่ในสังคมเดี๋ยวนี้นะครับ มีเลือกตั้งที่ไหนก็มีเรื่องของ ไม่ว่า จะเป็นเรื่องของผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเสียหาย ในเรื่องของความแตกแยก หลายพื้นที่บานปลายถึงขนาดเอาชีวิตกัน ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เราคงประจักษ์ แล้วท่านประธานเอง ก็คงได้เห็นอยู่แล้วในสังคมที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในสภาวะที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้นะครับ ในสภาวะของการแตกแยก การแบ่งกลุ่มเป็นพรรคเป็นพวก เป็นกลุ่มในสังคม ผมคิดว่า ยิ่งจะต้องสรรหา ส.ว. ที่มีคุณภาพ ที่มีความเป็นกลางอยู่เหนือจากการเมือง เหนือผลประโยชน์ แล้วก็ไม่เห็นซึ่งผลประโยชน์อะไรที่เป็นส่วนตัว โดยเห็นผลประโยชน์ของสังคม แล้วก็พี่น้องประชาชนเป็นหลัก ผมคิดว่าด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ผมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ของคณะกรรมาธิการ และผมคิดว่าการที่จะสรรหาให้ได้คนดี ๆ อาจจะมีวิธีการที่เราจะต้อง มาดู แต่ไม่ใช่วิธีของการเลือกตั้งอย่างเดียวครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ