วิรัช ร่มเย็น พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดระนอง แปรญัตติแก้ไขมาตรา 111 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกที่ราษฎรเลือกตั้ง 77 คน โดยจังหวัดละ 1 คน และเรียกร้องให้กรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายแก้ไขข้อความที่ผิดหลักการ
ท่านประธาน ที่เคารพ วิรัช ร่มเย็น พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดระนอง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมได้แปรญัตติในมาตรา ๓ ซึ่งเป็นการแก้ไขมาตรา ๑๑๑ และมาตรา ๑๑๒ ควบคู่กันไป ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ แล้วการให้สมาชิกได้ลุกขึ้นแสดงความเห็น ในการแปรญัตติน่าจะควบมาตรา ๕ ไปด้วย เพราะผมเห็นว่าหลายครั้ง หลายท่าน เวลาอภิปรายก็ออกไปมาตรา ๕ แต่อย่างไรก็ดีผมก็พยายามรักษากติกา นั่นก็คือผมแปรญัตติ มาตรา ๓ โดยเฉพาะมาตรา ๑๑ ซึ่งมีการแก้ไข ผมแปรญัตติอย่างนี้นะครับ ก่อนจะบอกว่า แปรญัตติอย่างไรก็ขออนุญาตว่าร่างเดิม มาตรา ๑๑๑ วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิก ซึ่งราษฎรเลือกตั้งจํานวน ๒๐๐ คน กรรมาธิการไปพิจารณาแล้ว ท่านประธานครับ ก็ไม่มี การเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด แต่ผมขออนุญาตท่านประธานว่าผมแปรญัตติใหม่เป็นดังนี้ มาตรา ๑๑๑ วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกซึ่งราษฎรเลือกตั้งจํานวน ๗๗ คน ๗๗ คนเท่านั้นครับ นั่นแปลว่าจังหวัดละ ๑ คน ผมมีเหตุผลครับท่านประธาน เดิมทีถ้าไม่เคร่งครัดกติกา ผมก็จะแปรญัตติว่าควรจะมี ส.ว. สรรหาด้วย แต่เมื่อกฎกติกาวางไว้เคร่งครัด ซึ่งแรก ๆ เมื่อเราเปิดหนังสือฉบับรายงาน ของคณะกรรมาธิการ ของรัฐสภานี้นะครับ ปรากฏว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการ ขอประทานอภัยเอ่ยนาม ท่านสามารถ แก้วมีชัย และคณะ โดยเฉพาะท่านประธานสามารถ ก็บันทึกไว้ว่าจํานวน ๕๗ ท่าน ๕๗ คนนี้ผิดกติกา เอาง่าย ๆ สั้น ๆ ก็เลยไม่อนุญาตให้มี การพูดจาปราศรัยในสภาแห่งนี้ ไม่อนุญาตให้มีการแสดงความคิดเห็นในสภาแห่งนี้ แต่ในที่สุดด้วยบรรยากาศ ท่านประธานก็ได้กรุณาที่จะทําให้บรรดาเพื่อน ๆ ซึ่งแปรญัตติ ในทัศนะของท่านประธานกรรมาธิการนี้บอกว่าขัด แต่จริง ๆ ถ้าผมจะเถียงก็บอกไม่ขัด แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ เมื่อพูดถึงการแปรญัตติ ขออนุญาตนิดเดียวครับ ก่อนที่จะเข้ามาตรา ๑๑๑ ท่านประธานครับ ผมคิดว่ารอบนี้กรรมาธิการทําผิดหลายสถาน หลายประการ อย่างน้อยที่สุดหลักการของกฎหมายฉบับนี้ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย โดยกําหนดให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้ง เขียนไว้กว้าง ๆ หลักก็คือว่าให้มีการเลือกตั้ง ส.ว. โดยตรงจากประชาชน เขียนไว้ชัด ส่วนจะจํานวนเท่าไร อย่างไรนั้น ก็สามารถจะเปลี่ยนแปลงเคลื่อนย้ายกันได้ ท่านประธานครับ เขาให้หลักไว้อย่างนี้ แต่ในขณะเดียวกันนี้ท่านประธานครับ กรรมาธิการชุดนี้จะเป็นใครบ้างก็แล้วแต่ เสียงข้างมาก เสียงข้างน้อย แน่นอนที่สุดเสียงข้างมากย่อมชนะเสียงข้างน้อย ไปแปรญัตติเพิ่ม นั่นก็คือ ทําให้ขัดหลักการ ไปแก้ไขคุณสมบัติ ซึ่งเป็นหลักการสําคัญนะครับ เป็นหลักการสําคัญมาก แล้วเดี๋ยวผมจะชี้ในมาตรา ๑๑๒ ว่าบางข้อความกรรมาธิการน่าจะต้องมีการแก้ไข ทบทวน ผมนําเรียนท่านประธานครับว่า ถ้าฟังเมื่อวานนี้เราได้รับเอกสารฉบับหนึ่งจากประธาน คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ลงนามโดย ศาสตราจารย์คณิต ณ นคร จริง ๆ แล้ว กรรมาธิการต้องรับฟังนะครับ แล้วหลายครั้งที่เราดําเนินการได้ ไม่ผิดกฎกติกา สามารถที่จะ พักการประชุม แล้วไปดําเนินการประชุมคณะกรรมาธิการเต็มคณะ แล้วมีมติอย่างหนึ่งอย่างใด ตามที่เห็นสมควรหรือตามข้อเสนอของคณะของประธานกรรมการปฏิรูปกฎหมายก็เป็นได้ อันนี้เป็นข้อเรียกร้อง เป็นข้อเสนอ ก็สุดแท้แต่ท่านประธานกรรมาธิการจะดําเนินการ ประการใด แต่ผมนําเรียนเบื้องต้นเมื่อสักครู่ว่าเรื่องนี้กฎหมายฉบับนี้ ผมจะไม่ย้อนรอยไป หรอกครับ เพียงแต่บอกว่าหลายประการที่สภาแห่งนี้ก็ดี แม้กระทั่งตัวท่านประธานก็ตาม ได้ดําเนินการในทัศนะความเห็นของผมเท่าที่ได้เรียนกฎหมายมา ไม่ถูกต้องนะครับ แต่ละไว้ครับ ท่านประธาน ละไว้ เพราะอยู่ในขั้นที่ผมจะอธิบายว่าทําอย่างไรมาตรา ๑๑๑ ผมถึงได้ แปรญัตติว่าให้มี ส.ว. ทั่วประเทศ ๗๗ คน แปลว่าจังหวัดละคน ท่านประธานครับ ผมบอก เมื่อสักครู่นะครับว่าใจจริงแล้วถ้าไม่ผิดกติกา ดูกฎหมายแล้ว ปรารถนาเหลือเกินจะให้มี ส.ว. สรรหาด้วย เพราะผมก็รู้จักหลายท่าน ทํางานเข้มแข็ง แต่นั่นไม่ใช่หลักใหญ่ครับ หลักใหญ่ก็คือว่า ส.ว. ก็ควรมีการผสมผสานกัน เพราะ ส.ว. เป็นสภา หลายท่านบอกเป็น สภาพี่เลี้ยง หลายท่านก็บอกเป็นสภากลั่นกรอง ความหมายคล้าย ๆ กัน แต่บทที่สุด ของสมาชิกวุฒิสภาในประเทศไทยของเรา หลักใหญ่ก็คือหน้าที่สําคัญในการถอดถอน ในการสรรหาตําแหน่งสําคัญ ๆ ของประเทศไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนะครับ หน้าที่ของ ส.ว. จริง ๆ นะครับ ใหญ่มาก เดี๋ยวผมจะบอกว่า ถ้าใหญ่มากแล้วทําไมให้ ๗๗ คน ใหญ่มากก็คือไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรี เป็น ส.ส. ส.ว. ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด อัยการสูงสุด มีใครใหญ่กว่านี้ไหมในประเทศไทยที่ผมเอ่ยมานี่ กุมบังเหียนสําคัญในทุกเรื่อง ท่านประธานครับ เขาบอกว่าคนเหล่านี้ ท่านเหล่านี้ จริง ๆ ก็อยู่ในรัฐธรรมนูญ แต่ว่าเมื่อมี การถ่ายทอดพี่น้องประชาชนฟังอยู่ ถ้าเราลัดขั้นตอน ท่านประธานเข้าใจครับ กรรมาธิการเข้าใจ ประธานเข้าใจ เพื่อนสมาชิกรัฐสภาเข้าใจ แต่พี่น้องที่รับฟังอยู่นี่ไม่ว่าทางวิทยุหรือโทรทัศน์ก็ตาม อาจจะยังไม่เข้าใจ ขอประทานอภัยท่านประธาน เขาบอกว่าท่านเหล่านี้ เมื่อ ส.ส. ๑ ใน ๔ ของสภามีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานวุฒิสภา นั่นประการหนึ่ง แต่ว่าบุคคลที่ผมเอ่ย ทั้งหมดนี้นะครับ คือเรามีพฤติการณ์ พฤติการณ์อะไรครับ ร่ํารวยผิดปกติ ส่อไปในทางทุจริต ต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทําผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่ากระทําผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ ในการยุติธรรม ส่อว่าจงใจใช้อํานาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือว่าฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เหล่านี้ครับท่านประธาน สมาชิกวุฒิสภา มีอํานาจถอดถอนผู้นั้นออกจากตําแหน่งได้ นี่คือตําแหน่งที่ใหญ่มาก ๆ เป็นตําแหน่ง ที่สามารถจะบันดาลอะไรก็ได้ครับ ด้วยความเป็นไปตามกฎหมายนะครับ ด้วยความเป็นธรรม นอกจากนั้นท่านประธานครับ แน่นอนที่สุดที่ผมเอ่ยเมื่อครู่ว่ามีประธานศาลรัฐธรรมนูญ ก็ต้องมีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการตรวจเงิน แผ่นดิน นี่เฉพาะที่เราพอเข้าใจกัน แต่ยิ่งกว่านั้นท่านประธาน คําว่า ผู้พิพากษาตุลาการ ผู้พิพากษาตุลาการ พนักงานอัยการ หรือว่าผู้ดํารงตําแหน่งระดับสูง เหล่านี้ครับ ก็ไม่พ้นหน้าที่ ของ ส.ว. ที่จะมีการตรวจสอบ ที่จะมีการดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ผมพูดมาทั้งหมด เพื่อจะบอกว่าอํานาจของสมาชิกวุฒิสภานั้นยิ่งใหญ่ ทีนี้เมื่อยิ่งใหญ่ขนาดนี้ถามว่าทําไมล่ะ ท่านประธาน ผมให้แค่ ๗๗ คน ให้มีเพียง ๗๗ คน จังหวัดละ ๑ คน ผมเป็นผู้แทน จังหวัดระนองมา ๒๑ ปี ผมก็ทํางานได้ ผมมั่นใจว่าจังหวัดละ ๑ คนทํางานได้ ในปัจจุบัน ก็มีอยู่นะครับ ก็สามารถทํางานได้ ถ้าตั้งใจทํางาน ถ้ามีความขยัน ถ้ารับผิดชอบต่อหน้าที่ ตามที่พี่น้องประชาชนมอบหมายมา ผมบอกแล้วว่าอยากจะให้ ส.ว. สรรหามีอยู่ด้วย แต่เมื่อกฎกติกาเป็นอย่างนี้ ผมก็กลัวว่าแปรญัตติไปแล้วจะขัด ถ้าเป็นอย่างนั้นก็จะเป็น ปัญหา ผมก็เลยแปรญัตติ ๗๗ ท่าน ๗๗ คน ท่านประธานครับ ปัจจุบันนี้หลายเรื่อง ท่านสมาชิกวุฒิสภาก็ไม่ได้ทําตามกฎกติกาหรอก บางท่านนะครับ บางท่าน ท่านประธานเชื่อไหม จังหวัดท่านเจอหรือเปล่าไม่ทราบ แต่ว่าหลายจังหวัดที่ผมทราบมา วุฒิสมาชิกหรือสมาชิกวุฒิสภา ก็มีหน้าที่เต็มมืออยู่แล้ว ตามกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญ แต่บางท่าน ผมเน้นว่าบางท่าน ก็ทํานอกเหนือหน้าที่ บางท่าน บางจังหวัดมีงบประมาณในรัฐบาลแต่ละยุคที่ดําเนินการไปนี่ ท่านเชื่อไหมครับ บางจังหวัดวุฒิสภาเขาไปชี้เลย เขาบอกนี่คือผลงานของเขานะ ถนนเส้นนี้ เขานํามานะ เอามาวิธีไหนครับ นี่ผมยกตัวอย่างแล้วไม่เอ่ยว่าใคร แต่มีแน่นอนในประเทศไทย ผมจะชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าแม้ว่าเราไม่แก้กฎหมายรัฐธรรมนูญนี้ วุฒิสมาชิกหลายท่าน บางท่านดีกว่า อย่าบอกหลายท่านเลย ก็ออกนอกทางครับ ผมมีความจําพอสมควรนะครับ ในอดีตที่ผ่านมา วุฒิสมาชิกจะมีเป็นร้อยคนหรือไม่ถึงร้อยก็ตาม บางยุคมี ๒๐๐ คน ยุคนี้ ๑๕๐ คน บางยุคก็เลือกตั้งอย่างเดียว จะอย่างไรก็ตาม ส.ว. หรือสมาชิกวุฒิสภาต้องยอมรับนะครับที่เขาพูดกันนั้นไม่ใช่เรื่องเท็จ ผมเองเคยมีโอกาสทําหน้าที่ในศาลรัฐธรรมนูญในฐานะฝ่ายกฎหมายของพรรค ผมทราบดีครับ ความจริงก็ไม่ใช่เรื่องลับหรอกครับ ในเว็บไซต์ (Web site) ต่าง ๆ มีมากมาย วุฒิสมาชิก บางท่านอีกละครับ ก็พูดกันง่าย ๆ ท่านประธานว่ามีได้รับผลประโยชน์จะเรียกว่าเงินเดือน เงินตอบแทนอะไรก็ตามแต่จากผู้นํารัฐบาลในบางยุค ผมไม่เอ่ยชื่อนะ แต่ท่านประธาน ท่านทราบแล้ว ท่านประธานครับ เรื่องแบบนี้มีครับ เพราะฉะนั้นจํานวนกี่คนกี่ท่านนี่ อย่าไปคิดว่ามีวุฒิสมาชิกสัก ๓๐๐ คน แล้วทุกอย่างจะเรียบร้อยทุกอย่างจะดี จะไม่มีอย่างที่ ผมพูดมา ผมพูดนี่เป็นเล็กน้อยเท่านั้นจริง ๆ ก็เกรงใจท่านประธานครับ ความจริงมีเยอะนะครับ แต่ว่าส่วนใหญ่เขาดีส่วนใหญ่เขาอยู่ในกติกา ผมถึงเห็นใจครับเห็นใจวุฒิสมาชิกที่มาจาก การสรรหาจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ ผมนําเรียนท่านประธานว่ากรณี ๗๗ คนที่ผมแปรญัตตินี่ ผมยังยืนยันว่า ๗๗ คนนี้ ถ้าตั้งใจทํางานนะครับ เอาคนที่มีความรู้ความสามารถดุลยพินิจ ของพี่น้องประชาชนในแต่ละจังหวัด แล้วเลือกมาอย่างมีคุณภาพเขาทํางานได้ครับ ไม่ได้ เสียหายแต่ประการใด ผมอาจจะแปรญัตติไม่เหมือนคนอื่นเขานะครับ ท่านประธานครับ ความจริงแล้วผมขออนุญาตท่านประธานว่าผมบอกเมื่อสักครู่นี้นะครับว่านอกจาก มาตรา ๑๑๑ ในมาตรา ๓ ใหญ่นี้นะครับ มาตรา ๑๑๑ แล้วก็มีมาตรา ๑๑๒ ครับ ในมาตรา ๑๑๒ นี้ ท่านประธานครับ ที่ผมจะนําเรียนท่านประธานก็คือว่าผมเข้าใจว่ากรรมาธิการน่าจะต้องไป แก้ไขนะครับ ไปแก้ไขในถ้อยคําในบางประการนะครับ มาตรา ๑๑๒ ซึ่งเป็นร่างของ คณะกรรมาธิการครับท่านประธาน เขียนอย่างนี้ครับ เอาร่างเดิมก่อนขอประทานอภัย เดี๋ยวพี่น้องประชาชนงงนะครับ มาตรา ๑๑๒ ร่างเดิมนะครับ การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขียนเลือกตั้ง การคํานวณเกณฑ์จํานวนสมาชิกวุฒิสภาที่แต่ละจังหวัด จะพึงมีให้คํานวณตามวิธีที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๙๔ โดยอนุโลม เดี๋ยวผมจะเน้นว่าโดยอนุโลม กรรมาธิการเข้าใจผิดในประเด็นนี้นี่คือทัศนะความเห็นของผม ท่านประธานครับ วรรคสาม เขาบอกว่า เพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สามารถหาเสียงเลือกตั้งได้ก็แต่เฉพาะที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานในหน้าที่ของวุฒิสภา และวรรคสี่ของมาตรา ๑๑๒ ซึ่งผ่านวาระที่หนึ่งไปก็คือว่าหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไข ในการเลือกตั้งและการหาเสียงเลือกตั้งของสมาชิกวุฒิสภาให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา กรรมาธิการก็ไปดําเนินการครับ จะกี่วันกี่คืนก็ตามออกมาเป็นว่ามาตรา ๑๑๒ การเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภาให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ก็ต่อเติมไปครับท่านประธาน ต่อจาก มาตรา ๑๑๒ ไปที่ผมพูดเมื่อสักครู่ ให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภามีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น ได้ ๑ คน และให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ ท่านประธานครับ ตรงนี้ขออธิบาย อย่างนี้ครับ ผมคิดว่าที่ว่า ให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง อย่างของผมนี่นะครับ ๗๗ คน เมื่อสักครู่นี่ล่ะเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ของกรรมาธิการบอกให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขต เลือกตั้ง ในขณะเดียวกันท่านไปเขียนไว้ในวรรคสามมีการขีดเส้นใต้แปลว่าเพิ่มใหม่ ในกรณีที่ จังหวัดใดมีสมาชิกวุฒิสภาได้มากกว่า ๑ คน ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้คะแนนสูงสุด เรียงลําดับจนครบจํานวนสมาชิกวุฒิสภาที่จะพึงมีได้ในจังหวัดนั้นเป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกวุฒิสภา ก่อนหน้าวรรคสามมีวรรคสองยืนพื้นไว้ก็คือ การคํานวณเกณฑ์จํานวนสมาชิกวุฒิสภาที่แต่ละจังหวัด จะพึงมีได้ ให้คํานวณตามวิธีที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๙๔ โดยอนุโลม นี่อย่างไรท่านประธาน ผมบอกไว้เมื่อสักครู่ว่าถ้าท่านไปดูมาตรา ๙๔ นะครับ มาตรา ๙๔ อันนี้ผมพูดก็แล้วแต่ว่า กรรมาธิการจะเห็นเป็นประการใด ท่านประธานกรรมาธิการก็ดี ท่านกรรมาธิการก็ดี ไม่ว่าอยู่ข้างล่างข้างบน ท่านจะมีความรู้สึกว่าความเห็นของผมไม่ใช่ ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ แต่นักกฎหมายย่อมจะมีความเห็นกัน ไม่จําเป็นต้องเหมือนกันท่านประธานครับ มาตรา ๙๔ ตามรัฐธรรมนูญที่ถูกระบุ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากการเลือกตั้ง แบบแบ่งเขตเลือกตั้งให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้เขตละ ๑ คน หลังจากนั้นก็มีวรรคสอง วรรคสาม วรรคสี่ วรรคสอง ก็การคํานวณเกณฑ์จํานวนราษฎร ต่อสมาชิก ๑ คน วรรคสาม จํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี วรรคสี่ ก็บอกว่าเมื่อได้จํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัดตามวรรคสามแล้ว อันนี้ ก็เป็นเรื่องที่เติมให้ครบตามรัฐธรรมนูญ ทีนี้วรรคที่ผมจะนําเรียนก็คือวรรคห้า จังหวัดใด มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่เกินหนึ่งคน ให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง และจังหวัดใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินหนึ่งคน แปลว่า ๑ คน ๒ คน ๓ คนนี่นะครับ ๒ คนขึ้นไป ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งมีจํานวนเท่าจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่พึงมี ภาษากฎหมายที่เขาบอกว่า การคํานวณเกณฑ์จํานวนสมาชิกวุฒิสภาที่แต่ละจังหวัด จะพึงมีได้ ให้คํานวณตามวิธีที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๙๔ โดยอนุโลม มันต้องเป็นนัยเดียวกัน เป็นแนวทางเดียวกัน และน่าจะเป็นเรื่องเดียวกัน ของร่างของท่านกรรมาธิการ แปลว่าเลือกไป ชาวบ้านไปเลือกลงได้ ๑ คะแนน นาย ก นาย ข นาย ค แล้วก็นับคะแนน สมมุติจังหวัดนั้น มี ส.ว. ได้ ๓ คน ก็เรียงไปครับ จะมีผู้สมัคร ๑๐ คนก็ไม่เป็นไร แต่ว่าลําดับ ๑ ลําดับ ๒ ลําดับ ๓ นี่ได้เป็น เพราะได้ ๓ คนตามกฎกติกา แต่ว่ามาตรา ๙๔ ตามรัฐธรรมนูญ ที่ยกตัวอย่างเปรียบเปรย ขอประทานอภัย อนุโลมที่ว่านี้ในวรรคห้า มันเป็นเรื่องการแบ่งเขต ในแต่ละจังหวัด แต่ละจังหวัด จังหวัดระนองของผมไม่ต้องแบ่ง เขตเดียว คนเดียว มีหลายจังหวัด ต้องแบ่งครับ ก็ต้องยกตัวอย่าง ถ้าของท่านประธาน จังหวัดขอนแก่นก็ต้องแบ่ง จะเป็นกี่เขต กี่คนก็ว่าไป จังหวัดนครศรีธรรมราชซึ่งพี่น้องเดือดร้อนอยู่ขณะนี้ เรื่องยางพารา มันก็ต้อง แบ่งเขต ปัจจุบัน ๙ เขต คุณเจือบอกจังหวัดสงขลาก็แบ่ง ก็แบ่งครับ นี่คือกติกาของมาตรา ๙๔ ของรัฐธรรมนูญโดยอนุโลม แต่ผมไม่ทราบว่ากรรมาธิการไปเอา ๒ เรื่องมาเทียบเคียงกัน แล้วบอกว่านี่โดยอนุโลม นี่นอกจากหลายเรื่องนะที่มันขัดกฎกติกา แล้วจะรู้เองว่าขัดอย่างไร เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งครับ แต่เรื่องนี้สามารถจะประชุมกัน ขออนุญาตท่านประธานที่เคารพ แล้วที่ประชุม แล้วก็เปลี่ยนแปลงข้อความเสียใหม่ ผมคิดว่ามาตรา ๑๑๒ การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ถ้าเอากันง่าย ๆ คิดกันง่าย ๆ ก่อนยังไม่ต้องสละสลวยนะครับ การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ให้แบ่งเขตในแต่ละจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง อันนี้คิดง่าย ๆ ก่อนนะครับ หรือให้แบ่งเขต เลือกตั้งในแต่ละจังหวัดเป็นเขต ๆ หรือโดยแบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งนะครับ ผมคิดว่าต้องทําให้ชัด เขียนให้ชัด เวลาจะอนุโลมตามเขาไป ต้องดูเจตนารมณ์ด้วย ดูวิธีการด้วย ย้ําอีกทีของท่านกรรมาธิการเป็นการเลือกตั้ง จังหวัดนั้นมี ส.ว. ได้ ๓ คน แล้วก็ปรากฏว่ามี ผู้สมัคร ๑๐ คน คะแนนที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ได้ แต่ที่ว่าอนุโลมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๔ เขาแบ่งเป็นเขต ๆ เขต ๆ นะครับ ไม่ได้เกี่ยวกันนะครับ ความเห็นผมเป็นอย่างนี้ ความเห็น ท่านกรรมาธิการจะเป็นประการใดไม่ทราบ แต่ผมก็ขอสะกิดท่านว่าอย่าให้ออกไปในลักษณะ ที่มันไม่ครบไม่สมบูรณ์นะครับ ท่านประธานครับ ผมก็ขออนุญาตใช้เวลาเพียงเท่านี้ครับ สําหรับมาตรา ๓ แล้วก็มาตรา ๑๑๑ และ มาตรา ๑๑๒ ครับท่านประธาน ผมไม่เห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการครับ ขอบคุณครับ