สามารถ มะลูลีม พูดถึงปัญหาการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยกล่าวว่า หากกฎหมายนี้ผ่าน ส.ว. จะเหมือนกับอีกตำแหน่งหนึ่ง และอาจจะอยู่ได้ตลอดชีวิต สามารถ มะลูลีม เสนอการเปลี่ยนแปลงการเลือกตั้งผู้แทนใน ส.ว. โดยเสนอให้เลือกตั้งผู้แทนจากสาขาอาชีพต่างๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลายและความเชี่ยวชาญในการบริหารราชการแผ่นดิน
ท่านก็คงจะชกให้สมศักดิ์ศรีต่อไปนะครับ ท่านครับ ส.ว. ทุกคนที่ลงสมัครในชุดปี ๒๕๕๑ จะครบวาระปี ๒๕๕๑ นั้นทุกคนนะครับ ผมขอทํานายเลยนะครับว่าจะมีผู้สมัครระบบ บัญชีรายชื่อ จะพรรคไหนก็แล้วแต่นะครับ จะย้ายไปลงสมัครเป็นวุฒิสมาชิกจํานวนมาก ผมพูดไว้ตรงนี้เลยนะครับ เพราะว่าอยู่มาประมาณเกือบ ๓ ปีแล้ว ถ้าไปลง ส.ว. เป็นสมาชิกพรรค ลาออกจากสมาชิกพรรคปั๊บลง ส.ว. ปุ๊บ อยู่ไปอีก ๖ ปี เชื่อเถอะครับมีจํานวนมาก ซึ่งตรงนี้ ก็ไม่ต้องเว้นวรรค ผมเห็นศักยภาพ ส.ว. หลายคนที่อยู่ในสภาแห่งนี้ อย่างท่าน ส.ว. วันชัย สอนศิริ ถ้าท่านไปลง ส.ว. กรุงเทพมหานคร มี ๑๘ คน ผมบอกได้เลยครับว่าท่านก็ได้ แน่นอน หรืออย่างท่านคํานูณ สิทธิสมาน หรือท่านมณเฑียร บุญตัน ที่ท่านมาจากกลุ่ม ทางคนพิการก็ตาม ถ้าลง ส.ว. กรุงเทพมหานคร ๑๘ คน ผมก็เชื่อมั่นครับว่าท่านได้ครับ หลาย ๆ คน ท่านรสนา โตสิตระกูล ที่ท่านก็เคยพูดแล้วครับว่ามี ๑๘ คน ท่านลงท่านก็ได้ เพราะฉะนั้นเราทุกวันนี้เรามี ส.ว. อยู่ ๒๐๐ ท่าน แล้วถ้าเผื่อเลือกตั้งผ่านกฎหมายนี้มา เราต้องมีบทเฉพาะกาลให้ ส.ส. ๗๔ ท่านไปจนครบวาระ ส.ว. ก็จะมี ๒๗๔ คนครับ เฉพาะ ๗๔ คนนี้ผมคํานวณแล้วปีหนึ่งเกือบ ๆ ๓๐๐ ล้านบาท ๓ ปีก็ประมาณเกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นผมก็ทราบจากท่านประธานกรรมาธิการ ท่านธนา ชีรวินิจ ว่าเมื่อก่อนนี้มีการลงมติกันไปแล้วนะครับ ท่านประธานสามารถที่อยู่ข้างบนจะตอบก็ได้นะครับ ว่าลงไปแล้วครับว่า ส.ว. อยู่ได้ ๔ ปี แต่อย่างไรไม่ทราบครับกลับไปกลับมามาลงใหม่ครับ ให้อยู่ ๖ ปี แล้ว ๖ ปีก็แบบไม่จํากัดวาระเสียด้วยนะครับ ซึ่งก็จะกลายเป็นว่าลงไปได้ตลอดเลยครับ ถ้ายังมีแรงจะลงได้ก็ลงกันไปเลยครับ ซึ่งอันนี้ก็จะเอาเปรียบเพื่อน ๆ ส.ส. สภาผู้แทนราษฎร ว่าเพราะ ส.ส. รู้แล้วครับว่าอยู่ ๔ ปี จะอยู่ ๔ ปี เต็มที่แค่ ๔ ปีนะครับ แต่ในข้อเท็จจริง นาน ๆ จะเจอ ๔ ปีสักครั้ง ๖ เดือนมี ปีหนึ่งมี ๒ ปีมี ๓ ปีมี เต็มที่ ๔ ปี แล้วก็ถ้ามีปฏิวัติ เท่านั้นละครับ ไม่ว่าจะ ส.ว. หรือ ส.ส. ก็ต้องไปทั้งนั้น แล้วบางท่านนะครับเคยลง ส.ว. ได้รับเลือกตั้ง แต่ไม่ได้รับสรรหา ยกตัวอย่างอย่างท่านอนุศาสตร์ สุวรรณมงคล ส.ว. จังหวัดปัตตานี ท่านเป็นเพื่อน ส.ว. ผม ปี ๒๕๔๙ พอท่านโดนปฏิวัติ ท่านก็ได้เป็น สสร. พอเป็น สสร. เสร็จ ท่านก็ได้เป็น สนช. เป็น สนช. เสร็จท่านก็ได้เป็น ส.ว. สรรหา ๓ ปี เป็น ส.ว. สรรหา ๓ ปีเสร็จ ท่านก็ได้เป็น ส.ว. สรรหาอีก ๖ ปี อย่างนี้นับรวม ๆ ก็ประมาณ ๑๓-๑๔ ปี เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนว่านี่ละครับ แต่ต้องถือว่าเราอย่าไปคิดอะไรครับ เราต้องถือว่า ท่านเป็นคนที่มีบุญ เพราะว่าพี่น้องชาวจังหวัดปัตตานีที่ผมรู้จักก็ยืนยันว่าท่านเป็นคนดีจริง ๆ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ต้องเรียนละครับว่าท่านเป็นคนที่มีบุญครับ ท่านประธานครับ ท่าน ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งทุก ๆ ท่าน ท่านก็ทราบครับว่าท่านอยู่ได้ ๖ ปี แล้วต้องหยุด ๑ สมัย ทุกคน ทราบกติกา แล้ว ส.ว. เลือกตั้งชุดปัจจุบันนี้ก่อนจะลงสมัครท่านไม่ต้องเป็นสมาชิกพรรคย้อนหลังไป ๕ ปี ผมยกตัวอย่าง เพื่อนผมคนหนึ่งครับ คุณอภิชาต ดําดี เป็น ส.ว. ปี ๒๕๔๙ พร้อมกัน แต่ท่านพ้นจากสมาชิกพรรคการเมืองไปไม่ถึง ๕ ปี ท่านพ้นไป ๔ ปี กับ ๗ เดือน ท่านลง จังหวัดกระบี่ครับ เมื่อปี ๒๕๔๙ ท่านก็ลงสมัครไม่ได้ครับ เพราะกฎหมายเขียนไว้ว่า ต้องพ้น ๕ ปี เพราะฉะนั้นคนที่เป็น ส.ว. ในชุดปัจจุบันนี้ที่มาจากการเลือกตั้ง ผมเรียนเลยครับว่าบางที ท่านก็อาจจะไปเจอคู่ต่อสู้ที่ไม่แข็งมากนัก นี่ไม่ใช่เป็นการพูดเปรียบเปรยอะไรนะครับ เพราะคู่ต่อสู้บางทีจะเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ดังนั้นการที่ท่านมาแก้ตรงนี้ การที่ ส.ว. เลือกตั้งลงใหม่นั้นก็จะต้องไปเจอกับญาติพี่น้องของนักการเมืองอย่างแน่นอนนะครับว่า ในการที่จะสู้นั้นก็คงจะสู้หนักกว่าเก่าด้วย แล้วโดยเฉพาะท่านถ้าเป็นนักมวยก็ต้องเรียกว่า ไม่ค่อยได้เตรียมตัวเท่าไร เพราะท่านเพิ่งจะมาฟิตเมื่อ ๓ เดือนก่อนจะมาหมดวาระว่าจะมีแนวโน้ม จะมีการลงเลือกตั้งใหม่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนว่าผ่านมา ๔-๕ ปี เราก็ต้องเรียนครับ มันไม่เหมือนผู้แทนราษฎรต้องซ้อมตลอดเวลา ไปงานตลอดเวลา อันนี้ก็เช่นเดียวกันครับ ถ้าต่อไปนี้กฎหมายนี้ผ่านนะครับ ส.ว. ก็จะเหมือนกับอีกตําแหน่งหนึ่ง ส.ส. เป็น ๖ ปี ออกมา เป็น ๖ ปี ออกมาเป็น ๖ ปี ออกมาเป็น ๖ ปี อาจจะเป็นเหมือน ส.จ. ๕ สมัย ส.จ. ๖ สมัย เป็นไป ๒๔ ปี ๒๕ ปี ก็เป็นไปได้เช่นเดียวกันนะครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนว่านี่คือกฎกติกา ที่เราก็จะได้เห็นอยู่ อย่างบางท่าน นายแพทย์บุรณัชย์ สมุทรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์เรานั่นละครับ ตอนนั้นอยู่ปาร์ตี้ลิสต์อยู่เบอร์ ๖ เมื่อสมัยที่แล้ว หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ท่านลาออกไปลงสมัครเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คุณแม่ท่านเป็นวุฒิสมาชิกที่มาจากการสรรหา ระหว่างแม่เป็น ส.ว. ลูกจะได้เลื่อนเป็น ส.ส. ทําอย่างไรครับ คุณแม่ลาออกจาก ส.ว. ครับ เพื่อให้ลูกได้เป็น ส.ส. เพราะมันจะขัดกฎหมาย มาตรา ๑๑๕ ที่ห้ามบุพการีมาเป็นสภาผัวสภาเมีย อย่างที่พูด ๆ กัน หรือสามีภรรยาก็ตาม มันห้าม เพราะฉะนั้นหมอท็อปก็ได้เป็นผู้แทนราษฎร คุณแม่ก็ออกจาก ส.ว. ไป นี่คือ กฎหมายที่เรายอมรับกันมาตลอดเวลาว่ามันเป็นอย่างนี้ นี่คือกฎกติกามารยาท แล้วการที่ มาพูดกันว่า ส.ว. เลือกตั้ง บางทีผมก็ไม่ค่อยสบายใจนะครับ ที่ไปพูดกันว่า ส.ว. สรรหานั้น ส้มหล่น อะไรก็ตามผมเห็นว่าคนเรานี่นะครับไม่มีใครดีร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ส.ว. สรรหา ที่เก่ง ๆ เยอะแยะมากเลยครับ โดยเฉพาะท่านมณเฑียร บุญตัน ผมชื่นชมท่านมาก ๆ ครับ สมแล้วครับที่รัฐสภาของเราตั้งให้ท่านเป็นคนดีศรีสภา อย่างนี้ละครับผมถึงบอกว่าแม้กระทั่ง ท่านมาลงเลือกตั้งก็ชนะ แต่ท่านเป็นคนดีจริง ๆ ครับ อันนี้ต้องเรียนครับ เพราะฉะนั้น การใครดี ใครไม่ดี อย่าไปพูดกันเลยครับ ผมขอร้องเลยครับ เราเป็นคนที่มาจาก การทําหน้าที่ให้พี่น้องประชาชนด้วยกัน อยากให้นึกคําของพระพุทธทาสภิกขุ ผมเป็นมุสลิม แต่ผมศึกษาทุกศาสนาว่า ที่ท่านบอกว่า
เขามีส่วนเลวบ้างช่างหัวเขา
จงเลือกเอาส่วนดีเขามีอยู่
เป็นประโยชน์ต่อโลกบ้างยังน่าดู
ส่วนที่ชั่วอย่าไปรู้ของเขาเลย
อย่าหาคนมีดีโดยส่วนเดียว
อย่าไปเที่ยวค้นหาสหายเอ๋ย
เหมือนเที่ยวหาหนวดเต่าตายเปล่าเลย
ฝึกให้เคยมองแต่ดีมีคุณจริง
ท่านประธานครับ พุทธทาสไม่พอครับ ต้องประกอบกับขงจื้อด้วยครับ ขงจื้อ บอกว่า อย่าไปห่วงเลยครับว่าใครจะไม่รู้ว่าท่านเก่งหรือมีความสามารถ แต่จงห่วงแต่ว่า สักวันหนึ่งมีคนยกย่องหรือเลื่อนตําแหน่งให้ท่าน ท่านจะทํางานสมกับเขายกย่อง หรือเลื่อนตําแหน่งให้ท่านหรือเปล่า ตรงนี้ละครับผมขอเลยครับว่าขอยก ๒ ตัวอย่างนี้ ให้เห็นว่าอย่าไปโจมตีกันไปโจมตีกันมาว่าคนนั้นดีกว่าคนนี้ คนนี้ดีกว่าคนนั้น สรรหา เลือกตั้ง เพราะฉะนั้นผมถึงแปรญัตติอย่างไรครับว่าให้มาจากทั้งการเลือกตั้งและการสรรหานะครับ เพราะว่าเลือกตั้งผมก็ใส่ไว้ ๑๐๐ คน ถ้ามาจังหวัดละคนก็ ๗๔ คน กรุงเทพมหานครผมนี่นะครับ มีคนตั้ง ๕,๐๐๐,๐๐๐-๖,๐๐๐,๐๐๐ คน มี ๑ คน มันก็โหดเกินไป ถ้ามีสัก ๔-๕ คน ก็ยังพอประมาณนะครับที่อยู่ใน ๑๐๐ คน เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมก็ต้องเรียนครับว่านี่คือสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่ามันจะเป็นการที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะหน้าที่สําคัญของ ส.ว. ก็พูด ๆ กันมาละครับว่ากลั่นกรองกฎหมาย ควบคุม การบริหารราชการแผ่นดิน การเลือกแต่งตั้งให้คําแนะหรือให้ความเห็นชอบ กําหนดบทบาท อํานาจหน้าที่ องค์การตรวจสอบใช้อํานาจรัฐ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ตุลาการ ถอดถอน บุคคลออกจากตําแหน่ง ก็ยังไม่เห็นถอดถอนใครได้สักคนหนึ่งเลยนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ ก็ต้องบอกว่า ผมก็เห็นควรว่ามันควรจะมาจากสาขาอาชีพสัก ๑๐ สาขาอาชีพที่ผมบอก ก็คือว่าจากสภาทนายความ อย่างคุณสัก กอแสงเรือง ท่านมาจากการเลือกตั้งเมื่อปี ๒๕๔๓ ท่านพ้นไปแล้วมีการเสนอชื่อในฐานะท่านเป็นนายกสภาทนายความ เสนอเข้ามา ท่านทํา หน้าที่ดีแล้ว ท่านทําหน้าที่ได้ดีมาก ๆ ครับ คุณสัก กอแสงเรือง นายกสภาทนายความนะครับ แต่อย่างไรครับ มาตีความกันว่าท่านพ้นจากวาระเมื่อปี ๒๕๔๙ มา มาถึงปี ๒๕๕๔ มันขาดไป เพียงไม่กี่วันเท่านั้นเองเพราะท่านสรรหากันวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ท่านหมดวาระ ประมาณต้น ๆ เดือนมีนาคม ๒๕๔๙ อะไรประมาณนั้น เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนว่าท่านก็ต้อง หลุดไป เพราะว่ากฎหมายบอกไม่เกิน ๕ ปี แล้วท่านมาคิดทุกวันนี้สิครับว่า ลงปั๊บ ลงใหม่ได้ ลงใหม่ได้ ลงใหม่ได้หมด ลงใหม่หมด ลงใหม่ ปาร์ตี้ลิสต์ลาออกไปลงอย่างนี้ได้ แต่คุณสัก กอแสงเรือง ถ้ามีการสรรหา หรือผมคิดว่าอย่างท่านสัก กอแสงเรือง ถ้ามี ๑๘ คน ผ่านไป ๒๐๐ คน ท่านลงใหม่ท่านก็รับเลือกตั้งนะครับ อย่างด้านสาธารณสุข อย่างนายแพทย์พินิจ กุลละวณิชย์ อดีต ส.ว. ผมเห็นท่านเป็นบุคลากรที่มีความสําคัญทางการแพทย์มาก ๆ ของประเทศไทย แต่สมัยนี้ท่านก็ไปรับการสรรหาเข้ามานะครับ หรือครุสภาที่ผมพูดนี้ อยากจะให้มีตําแหน่งละ ๑๐ คน ๑๐ คน ๑๐ คนนะครับ สภาวิชาชีพ บัญชี