จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ อภิปรายเรื่องรัฐธรรมนูญที่เป็นปัญหาความคิดของสังคมไทย โดยเฉพาะปัญหาการแบ่งแยกขั้วและข้าง ในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา และเสนอแนะว่า สภาเป็นมหาวิทยาลัยประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย โดยมีประตูเข้า ๒ ประตู โดยสมาชิกวุฒิสภาเข้าประตูหนึ่ง และสมาชิกที่ได้รับการเลือกตั้งเข้าประตูที่ ๒
ผมเข้าแล้วครับ จึงสะท้อนความจริงให้เห็นแล้วว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ๑๘ ฉบับเป็นฉบับของผู้มีอํานาจ ซึ่งเรียกว่าคณะบุคคลคณะหนึ่งคณะใด ซึ่งเรียกตนเองว่า คณะปฏิวัติ คณะปฏิรูป คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) คณะปฏิรูปการปกครอง แผ่นดินในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) หรือ คมช. ครับ มีรัฐธรรมนูญเพียงฉบับเดียวเท่านั้นที่เป็นรัฐธรรมนูญซึ่งร่างโดยตัวแทน ประชาชนที่แท้จริง เรียกว่ารัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ก็คือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ขออีก ๓ นาทีประธาน รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนใช้มาได้ ๙ ปี ที่เหลือยังใช้ไม่ได้ตลอดก็ถูกฉีก ทั้งฉบับนะครับ และยกร่างขึ้นมาใหม่ในปัจจุบัน แต่ผมก็ขอกราบขอบพระคุณนะครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ขอกราบขอบพระคุณ ที่มาเป็น ส.ว. ได้วันนี้ก็คือรัฐธรรมนูญนี้ละครับ เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญนี้ก็เป็นปัญหาในทางความคิด ของพี่น้องสังคมไทยเป็นอย่างยิ่ง แยกขั้ว แยกข้างอย่างเด็ดขาด อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และยากแก่การที่จะแก้ไขได้ ยกตัวอย่างในปัจจุบันนะครับ สภาผู้แทนราษฎรได้แบ่งเป็น ๒ ฝ่าย ๒ ฝ่ายก็คือ ๑. ฝ่ายรัฐบาล ๒. ฝ่ายค้าน แล้วก็ส่วนที่ ๒ สภาสูงก็แบ่งเป็น ๒ ฝ่ายอีกครับ สมาชิกวุฒิสภามาจากการสรรหาหรือสมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้ง ก็แบ่งมาตลอดครับ ทําอย่างไรจะไปเป็นฝ่ายเดียวกันเสียทีนะครับ นี่ละครับผมจึงมีความคิดเห็นว่ารัฐสภาคือ มหาวิทยาลัยประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย เส้นทางเข้าสู่ประตูมหาวิทยาลัยประชาธิปไตย แห่งประเทศไทยมีอยู่ ๒ ประตู สําหรับสมาชิกวุฒิสภานะครับ ประตูที่ ๑ ก็คือประชาชนทั่วไป สมัครสอบแข่งขันในสนามเลือกตั้ง ทั้งประเทศแบ่งเป็นสนามสอบ ๗๖ จังหวัด คัดเลือกเอา คนเดียวจังหวัดละ ๑ คน ดีที่สุดในจังหวัดนั้น บริสุทธิ์ยุติธรรมในจังหวัดนั้น โดย กกต. ได้รับรองถูกต้องเข้าสู่ประตูมหาวิทยาลัยประชาธิปไตยแห่งชาติหรือรัฐสภา ๗๖ คน ด้วยมือ ด้วยใจของพี่น้องประชาชนนะครับ ส่วนที่เหลืออีก ๗๔ คน หรือ ๗๓ คนในปัจจุบันนะครับ เข้าประตูที่ ๒ ประตูที่ ๒ ก็คือประชาชนคนพิเศษ ๗ คน แล้วก็มีประชาชนส่วนหนึ่ง ส่งประวัติให้ ๗ คน หรือว่าไปสมัครแล้วนะครับ ๗ คนนี้ แล้วเดินเข้าประตูที่ ๒ ของมหาวิทยาลัยประชาธิปไตยแห่งนี้ ผมจึงเห็นว่าประตูที่ ๒ นี่ถ้าเป็นที่บ้านผมนะครับ ประตูที่ ๑ ก็คือสอบแข่งขันกับบริเวณสนามสอบ ประตูที่ ๒ เข้าด้านหลังไปพบผู้อํานวยการ ไปพบอธิการบดี พูดคุยกัน ๗ คนนี่ละครับ ลูกหลานใคร ลูกท่านหลานเธอ ถ้าบ้านผมเป็น อย่างนั้น แต่ถ้าชาวนาอย่างพวกผมละครับที่มาจากการเลือกตั้งนี่ ผมจะเข้าประตูหลังได้ไหมนี่ ผมว่าไม่มีสิทธิ ไม่มีตัวแทนเกษตรกรเลยนะครับ ยกตัวอย่างนะครับ เพราะฉะนั้นผู้สอบผ่าน มาจากสาขาอาชีพหลากหลายในครั้งนี้จังหวัดละ ๑ คน มีทั้งนักกฎหมาย มีทนายความ มีครู มีอาจารย์ มีทหาร ตํารวจ แพทย์ พยาบาล ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ใหญ่บ้าน กํานัน นายก อบต. อบจ. เทศบาล มีหมดทุกอาชีพ เกษตรกรก็มีครับ มีหมดทุกคน เอ็นจีโอก็มีนะครับ มีหมดนะครับ อันนี้จึงเห็นได้ว่าสิ่งที่ผมได้กล่าวมาในวันนี้ ผมคนหนึ่งนะครับ ที่อภิปรายในวันสุดท้ายนี่ วันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๑ หมอเหวงกับคณะนี้มายื่นขอแก้ไข รัฐธรรมนูญที่หน้ารัฐสภา จํานวนประชาชนที่เข้าชื่อกัน ๑๕๐,๐๐๐ คน ตรวจสอบไป ตรวจสอบมาเหลือ ๗๑,๐๐๐ คน ผมนี่ละครับ ขึ้นเวทีไปรับรายชื่อของพวกท่าน เอาเข้ามา ปรากฏว่าไม่ได้หรอกครับ ผมต้องปีนออกหลังสภาไป แล้วก็เข้าวาระไว้ตั้งแต่ปู่ชัยจนถึง วาระสุดท้ายของท่านปู่ชัยนะครับ เข้ามาแล้วมีการแก้ไขเมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๕๔ ผมจําได้ แม่นนะครับท่านประธาน ก็มีการโหวตรับหลักการในวาระที่หนึ่ง ร่างของประชาชนตกไป ร่างของรัฐบาลผ่าน ร่างของ ส.ส. ที่เป็นฝ่ายร่วมตกครับ เหลือร่างรัฐบาลอย่างเดียว ในการ แก้ไขครั้งนั้นแก้ไข มาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ ที่มาของ ส.ส. จากเขต ๔๐๐ คน เหลือ ๓๗๕ คน จากบัญชีรายชื่อ ๘๐ คน เป็น ๑๒๕ คน แก้ว่าประชาชนได้ประโยชน์ไหมครับ ประชาชน ได้ประโยชน์ไหมตอนนั้น ถ้าจะพูดถึงว่าตอนนี้แก้ที่มาของ ส.ว. นี่ประชาชนได้ประโยชน์ไหม ได้ประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ่ายนะครับ และการแก้ไขครั้งนี้ ขอยืนยันนะครับว่าตามมาตรา ๓๐ ครับ บุคคลย่อมมีความเสมอภาคทางกฎหมายและย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย เท่าเทียมกัน เห็นหรือยังครับท่านประธาน ทุกคนมีความเสมอภาคและมีความเท่าเทียมกัน เพราะฉะนั้นประชาชนทุกคนมี ๑ เสียง มี ๑ คน มี ๑ เสียง จะใช้เสียง ๒ ครั้งไม่ได้ แต่ว่ามันมีบุคคลพิเศษก็คือองค์กรอิสระนี่ละครับ ใช้สิทธิ ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๑ ไปเลือก ส.ว. สรรหามา ๗๔ คนก่อน ครั้งที่ ๒ ไปใช้สิทธิเลือก ส.ว. เลือกตั้ง นี่ละครับท่านประธาน การแก้ไข ๒ ครั้งนี้ ครั้งที่แล้วผมก็เห็นด้วยนะครับ ครั้งนี้ผมก็เห็นด้วย