สมชาย แสวงการ อภิปรายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำว่าควรพิจารณาความเห็นของผู้สงวนความเห็นก่อนที่จะโหวตมาตรา ๔
ท่านประธานรัฐสภาครับ สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เหตุผลที่ผมต้องลุกขึ้นประท้วง ท่านประธาน ก็เพราะว่าท่านประธานกําลังจะโหวตมาตรา ๔ ซึ่งผมคิดว่าระหว่างนั้น ท่านประธานกําลังฟังความคิดเห็นของสมาชิก ซึ่งก็ประกอบด้วยฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านซึ่งเป็น ส.ส. แล้วก็สมาชิกวุฒิสภา บังเอิญท่านประธานเปิดโอกาสให้ท่านสมาชิกท่านหนึ่งเสนอญัตติ ซึ่งผมคิดว่าเรายังไปไม่ถึงตรงนั้นนะครับ ต้องขออภัยท่านสมาชิกรัฐสภา ซึ่งต้องค้านท่านประธาน เพราะว่าหลายครั้งแล้วครับที่มันจะเกิดปัญหาแบบนี้ขึ้น ซึ่งผมจําเป็นต้องพูดนะครับ เพราะว่าถ้าเราเดินกันต่อไปได้เหมือนที่เดินมาทั้งวันนี้นะครับวันนี้ก็จะไม่มีปัญหาอะไร เรากําลังถกเถียงกันว่ามาตรา ๔ มันต่อเนื่องจากมาตรา ๓ เป็นไปได้หรือไม่ ผมเรียนท่านประธาน อย่างนี้ครับ มาตรา ๓ ที่ท่านโหวตกันไปนั้นก็อยู่ในแค่วาระที่สอง จะบอกว่ารับหลักการ ในวาระที่สาม จนเรียบร้อยแล้วหรือไม่ ผมต้องเรียนว่ายังนะครับ เพราะฉะนั้นมีความเห็น ที่ต่างได้ รวมถึงไม่ว่าจะเป็นเรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขที่ต้องไปทําเรื่อง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มา ก็ยังต้องมีปัญหาอีกนะครับ ท่านประธานครับ เราแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยืนยันครับว่าเราดําเนินการตามมาตรา ๒๙๑ ซึ่งก็คงต้องไม่พูดนะครับ ว่ามีวิธีการในขั้นตอนพิจารณาอย่างไร ผมว่าเรายึดตรงนี้เป็นตัวหลัก แต่ท่านประธานครับ ในข้อบังคับ ข้อ ๙๙ มันชัดเจนมากครับว่าเราพิจารณาเรียงลําดับตามมาตรา แล้วให้สมาชิกรัฐสภา อภิปรายได้เฉพาะถ้อยคําหรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือที่มีการสงวนคําแปรญัตติ หรือที่มีการสงวนความเห็นไว้ จริงอยู่ครับท่านประธานคณะกรรมาธิการชี้แจงแล้ว แต่ผมเรียนครับว่า ท่านจะอนุมานเอาเองไม่ได้ว่าหลักการเรื่องการสรรหาหมดไปแล้ว ท่านดูสิครับว่าสมาชิกหลายท่าน ขอยกตัวอย่างเพียงแค่ ๒-๓ ท่านนะครับ ท่านธานี อ่อนละเอียด ขอแปรญัตติให้มาตรา ๑๑๓ ยกเลิกนะครับ แล้วให้มาตรา ๑๑๓ เป็นการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา แบบบัญชีรายชื่อ ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกบัญชีรายชื่อ ผู้สมัคร รับเลือกตั้งที่คณะกรรมการเลือกตั้งจัดทําขึ้นผู้ได้รับการเสนอชื่อจากองค์กรต่าง ๆ ในภาควิชาการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาชีพและภาคอื่นที่เป็นประโยชน์ในการ ปฏิบัติการตามอํานาจหน้าที่ของวุฒิสภา โดยให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน เลือกบัญชีรายชื่อได้ภาคละไม่เกินสิบห้าคนและให้ถือเขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง มาตรา ๑๑๔ บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๑๑๓ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดทําขึ้น ภาคละหนึ่งบัญชี บัญชีละไม่น้อยกว่าสามสิบคน และให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศ รายชื่อของผู้สมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๑๑๓ ก่อนวันเปิดสมัครรับเลือกตั้งสมาชิก ซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งของภาคใดที่ได้ประกาศไว้แล้ว ถ้าปรากฏว่าก่อนหรือในวันเลือกตั้งมีเหตุไม่ว่าด้วยประการใดที่มีผลทําให้บัญชีรายชื่อของ ภาคนั้นมีจํานวนผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อไม่ครบตามจํานวนที่ประกาศไว้ ให้ถือว่า บัญชีรายชื่อของภาคนั้นมีจํานวนผู้มีสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อเท่าที่มีอยู่ และในกรณีนี้ ให้ถือว่าวุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภาเท่าที่มีอยู่ หลักเกณฑ์และวิธีการการเลือกตั้ง เงื่อนไขในการจัดทําบัญชีรายชื่อของผู้สมัครรับเลือกตั้งของสมาชิกวุฒิสภาให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ คือที่ผมไม่ได้อ่านทั้งหมดแต่ผมกราบเรียนครับว่า ท่านสมาชิกยกตัวอย่างท่านธานีเพียงท่านเดียว ความจริงมีอีกเยอะมากเลยครับที่แปรญัตติ แตกต่างจากกรรมาธิการ ไม่ได้พูดเรื่องการสรรหาแต่พูดเรื่องการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ สิทธิเหล่านี้ของท่านสมาชิกยังคงอยู่ครับในการที่จะ สงวนและไม่เห็นตรงกับกรรมาธิการ แล้วก็มีหลายครั้งครับว่าเมื่อสมาชิกอภิปรายแล้ว สมาชิกรัฐสภาเปลี่ยนตามสมาชิกที่เห็นแย้งกับกรรมาธิการ ท่านประธานครับ เราไม่ได้ หมายความว่าเราเดิน มาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ ไปแล้ว มาตรา ๔ จะเปลี่ยนอย่างที่ ท่านสมาชิกธานี อ่อนละเอียด เสนอไม่ได้ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานครับว่าเรื่องเหล่านี้ ยังอยู่ในประเด็นที่ต้องพิจารณาว่าเราไม่สามารถเดินอย่างที่ท่านประธานว่าโดยการโหวต มาตรา ๔ ไปได้เลยครับ จําเป็นต้องมีการอภิปรายโดยให้ผู้สงวนความเห็นได้แสดง ความคิดเห็นต่อสภาก่อน ขอบพระคุณครับท่านประธาน