รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๖

ประสาร มฤคพิทักษ์ หารือเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา โดยวิจารณ์การยกเลิกมาตราที่เกี่ยวข้องและเน้นย้ำถึงความสำคัญของหลักการในการเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญและความถูกต้องของเสียงข้างมากในการตัดสินใจ โดยเน้นย้ำว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่เหมาะสมจะส่งผลกระทบต่อระบบการถ่วงดุลและผลประโยชน์ของประเทศ

นายประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

อย่างนั้นผม ขอสรุปก็แล้วกันตรงนี้เพื่อเชื่อมโยงให้เห็น ผมกําลังอธิบายเชื่อมโยงไปถึงหลักการ และคุณสมบัติ บรรดายกเลิกมาตราทั้งหลายที่พูดกันมาแล้ว ถ้าดูในนี้ก็จะพบว่า ผู้รับประโยชน์นั้นเป็น ส.ว. ส.ส. สมาชิกพรรค ตําแหน่งในพรรค ตําแหน่งรัฐมนตรี หรือตําแหน่งทางการเมืองอื่น ๆ ทั้งนั้นไม่ว่าเลิกข้อห้ามสมาชิก ไม่ว่าเลิกข้อห้ามคนเป็น ส.ว. ส.ส. เว้นวรรค ๕ ปีหรืออะไรก็ตาม แต่ช่องประชาชนในขวาสุดนั้นไม่มีเครื่องหมายถูก แม้แต่เพียงเครื่องหมายเดียว โดยสรุปเป็นอย่างนี้นะครับ ท่านประธานครับ ผมกําลังจะชี้ว่าอะไร ถ้าว่าตามที่มาหมายถึงหลักการและเหตุผลนั้นบอกว่าอย่างไรครับ บอกว่าตามมาตรา ๓ บอกว่ากําหนดให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้ง เมื่อกําหนดอย่างนี้แล้วก็แปลว่าอย่างไรครับ บรรดาการแก้ไขอื่น ๆ ที่ยกเลิกประมาณ ๕-๖ รายการ ที่เพื่อนของผม คุณคํานูณ สิทธิสมาน ใช้คําว่า ขายเหล้าพ่วงเบียร์ ผมขอแถมว่าแถมหลอด แล้วก็แถมลังไปด้วยนะครับ มันเป็น เรื่องของคุณสมบัติทั้งสิ้น เมื่อเป็นเรื่องคุณสมบัติทั้งสิ้นนั้นมันหมายถึงอะไร หมายถึงการไป ล่วงล้ําก้ําเกินสิ่งที่เป็นหลักการครับ หมายถึงการไปล่วงล้ําก้ําเกินสิ่งที่เป็นหลักการ คุณสมบัติ ทั้งหลายนี่ไม่ใช่หลักการเลยครับ หลักการคือท่านจะให้ที่มาของ ส.ว. เป็นอย่างไร จะเลือกตั้งจะสรรหาจะกําหนดเขตเลือกตั้งอย่างไร เพราะฉะนั้นนี่เป็นประเด็นที่ ๑

อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือเรื่องของการเอื้อสิทธิ ทั้งหลายทั้งปวงใน ๔ ช่องที่มี เครื่องหมายถูกเต็มไปหมด ไม่มีเครื่องหมายถูกในช่องประชาชนนั้นก็แปลว่าเอื้อสิทธิใน ส.ว. ส.ส. เครือญาติและเครือข่ายนักการเมือง ผมคิดว่าไม่เกิน ๓,๐๐๐ คน ที่ไม่มีสิทธิก็ได้สิทธิ ที่ไม่ได้ประโยชน์ก็ได้ประโยชน์ ที่ไม่ได้เป็นก็ได้เป็น แปลว่าอย่างไรครับ แปลว่านี่คือการขัด ตามมาตรา ๑๒๒ ของรัฐธรรมนูญ คือการขัดกันของผลประโยชน์ เพราะฉะนั้นตรงนี้ เป็นประเด็นสําคัญอีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะหยิบยกมาเป็นประเด็นนะครับ เมื่อวานนี้ ท่านประธานได้กรุณาแจกเอกสารของ คปก. คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งทําถึง ประธานรัฐสภา ลงนามโดยอาจารย์คณิต ณ นคร ผมขออนุญาตอ่านในหน้า ๑๕ มีความเกี่ยวพันและสําคัญมาก การแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นการแก้ไขที่มาคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของสมาชิกวุฒิสภาในครั้งนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อดุลยภาพของ “ระบบ รัฐสภาที่มีศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง และองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรในการ ถ่วงดุลยภาพ” อย่างมีนัยสําคัญ แล้วก็ว่าไป เน้น ก. อาจส่งผลกระทบต่อการทําหน้าที่ อย่างอิสระของรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง และองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เพราะตุลาการ และกรรมการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญย่อมมีฐานมาจากความเห็นชอบของวุฒิสภาทั้งสิ้น ข. ระบบการถ่วงดุลตรวจสอบที่กําหนดให้วุฒิสภาทําหน้าที่ในการตรวจสอบถอดถอน หรือแต่งตั้งบุคคลไม่อาจดําเนินได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกต่อไป เพราะอํานาจของฝ่าย พรรคการเมืองย่อมไปตรวจสอบหรือถอดถอนบุคคลที่มาจากฐานอํานาจเดียวกัน ค. ระบบ การพิจารณากลั่นกรองกระบวนการในการพิจารณาร่างกฎหมายของวุฒิสภาย่อมสูญเสีย ความมุ่งหมายที่จะช่วยทําหน้าที่ในการกลั่นกรองยับยั้งหรือถ่วงดุลในกระบวนการ ร่างกฎหมาย สุดท้ายตรงนี้เขียนว่า กรณีปัญหาทั้ง ๓ กรณีดังกล่าวได้เคยเกิดขึ้นในช่วงของ การใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ มาแล้ว ผมเชื่อว่าทุกท่านได้ฟัง ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ได้ชี้ให้เห็นนะครับ ต่อนะครับ และถือได้ว่า เป็นสาเหตุหนึ่งของวิกฤตการณ์ทางการเมืองของไทยที่มีผลสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนี้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะนําไปสู่ ปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง ผมคิดว่านี่เป็นคําทักท้วงที่สําคัญมาก และเป็นคําทักท้วงที่มีน้ําหนักอย่างยิ่ง แล้วก็อยู่ในสายตาของนักกฎหมายหรือของประชาชน โดยทั่วไป

ท่านประธานครับ ผมคงจะขอพูดเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย คําหนึ่งที่มักจะพูดกัน ก็คือว่า ส.ว. สรรหานั้นไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน และไม่ได้เคารพประชาชนหรืออะไรก็ตาม เมื่อวานนี้มีการพาดพิงนะครับ บอกว่านี่เป็นหนี้ประชาชนในเขตเลือกตั้ง ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ คน ดีกว่าเป็นหนี้คน ๗ คน ก็ขอเรียนว่าพวกเราเป็น ส.ว. สรรหา มาจาก ๗ คนก็จริงครับ แต่ว่าไม่ว่าก่อนและหลัง เราไม่เคยมีอะไรที่เป็นพันธนาการ พวกเรา เป็นอิสระอย่างสิ้นเชิงครับ จะมาสั่งซ้ายหันขวาหันไม่ได้ครับ จะมายก ๒ นิ้ว บอกว่าเห็นด้วย ยก ๓ นิ้ว ไม่เห็นด้วย ก็ไม่ได้เหมือนกันครับ ด้วยเหตุนี้เอง ขออภัย คุณรังสิมา รอดรัศมี ถึงบอกว่าพวกกลุ่ม ๔๐ ส.ว. เป็นพวกหัวแข็ง หัวแข็งก็แปลว่าสั่งซ้ายหันขวาหันไม่ได้ เมื่อท่านเอ่ยว่าเป็นหนี้ประชาชน ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ คน ดีกว่าเป็นหนี้คนเพียง ๗ คน ผมก็คงจะขอให้ท่านคิดต่อว่าถ้าผมเป็นหนี้คน ๗ คนที่เป็นคนดี มันมีค่ามากกว่าเป็นหนี้คน ๑ คนที่เป็นคนชั่วหรือเปล่า อันนี้ก็เป็นข้อสังเกตที่ฝากไว้

อีกประเด็นหนึ่งนะครับ ที่ย้ํากันนักย้ํากันหนาว่าอะไรก็ตามควรถือหลัก เสียงข้างมาก เสียงข้างมากดูจะเป็นสิ่งวิเศษ เป็นแก้วสารพัดนึก เป็นสิ่งที่จะบัญชา ทุกสิ่งทุกอย่างได้ แต่ท่านทั้งหลายครับผมเรียนว่าเสียงข้างมากนั้นตัดสินตัณหาครับ ตัดสิน ความต้องการครับ แต่ไม่ได้ตัดสินความถูกต้องครับ เสียงข้างมากตัดสินความต้องการ แต่ไม่ได้ตัดสินความถูกต้อง ณ ที่นี้ผมพูดหลายครั้ง เสียงข้างมากของโจรไม่ใช่ความถูกต้องครับ เมื่อปี ๒๕๔๔ ถ้าผมจะทบทวนความกันก็คือคดีซุกหุ้น เอาหุ้นไปซุกที่คนใช้ ที่คนรถ ที่เลขานุการ ถูกต้องหรือไม่ถูกต้องครับ แต่แล้วเสียงข้างมากก็ ๘ ต่อ ๗ แล้วในความเป็นจริงนั้น เสียงข้างมากของศาลรัฐธรรมนูญ ๗ ต่อ ๖ ครับบอกว่าไม่ถูกต้อง แต่อีก ๒ เสียง ที่ไม่เป็นองค์คณะถูกรวมเป็น ๘ เสียงก็เลยเป็น ๘ ต่อ ๗ ครับ