รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๖

วรวิทย์ บารู เสนอแนวคิดเรื่องการสร้างทางสายกลางทางการเมืองและรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบและควบคุมของประชาชน และการผ่านกระบวนการการเลือกตั้งที่โปร่งใส เพื่อแก้ไขปัญหาการเมืองไทยที่มีปัญหาสายกลาง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู สมาชิกวุฒิสภา ปัตตานี

ผม ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดปัตตานี โดยการเลือกตั้ง ที่ผมพูดเช่นนี้ ก็เนื่องจากว่าที่เรามาอยู่ที่ตรงนี้ก็เพื่อที่จะสรรหาสูตรที่มันลงตัวที่สุดในการที่จะสรรค์สร้าง ประชาธิปไตย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมว่าสังคมการเมืองไทยในขณะนี้สิ่งที่เราจะต้อง ช่วยกันอย่างเต็มที่ก็คือการพยายามสร้างทางสายกลางทางการเมือง พยายามสร้าง รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ท่านประธานครบ การที่จะสามารถธํารงไว้ซึ่งทางสายกลาง ทางการเมืองนั้นก็คือการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแข่งขัน ในการต่อสู้บนเวที ที่ประชาชนมีส่วนร่วม ตราบใดที่ประชาชนถูกไว้ข้าง ๆ นะครับ เราคิดแต่เรา ก็ไม่มีโอกาส ที่จะแก้ปัญหาที่ปรากฏอยู่ในสังคมไทยทุกวันนี้ เพราะรัฐธรรมนูญที่เป็นธรรม ที่เป็น ประชาธิปไตยเท่านั้นที่สามารถจะแก้ไขได้ ผมอยากจะเรียนที่ตรงนี้นะครับว่าพวกเรา หลายคนที่มายืนอยู่ที่ตรงนี้ได้ก็ด้วยการผ่านการเลือกตั้ง ถ้าไม่มีการเลือกตั้ง ผมเอง ผมไม่สามารถที่จะมายืนอยู่ตรงนี้ได้ แม้จะมีคุณสมบัติที่จะสู้พอฟัดพอเหวี่ยงกับเขาได้ แต่ก็ไม่มีโอกาสที่จะมายืนที่ตรงนี้ได้ เพราะผมอย่างที่อาจารย์เจริญได้พูดเมื่อวานว่าส่วนสูง ไม่ถึงนะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือสิ่งที่จะยืนยันว่ารัฐธรรมนูญที่เราใช้อยู่ที่เป็นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่ใช้อยู่นี่ ตรงไหนที่เราควรจะแก้ไขก็ควรแก้ไขเสีย แล้วผมก็เชื่อว่าพวกเรา หลายคนที่มาจากการเลือกตั้งไม่ได้เสพติดการเมืองแน่นอน จะเป็นวันที่ ๒ มีนาคม จะเป็น อะไรก็แล้วแต่นะครับ แต่เราทํางานวันนี้ ทํางานในหลักการของประชาธิปไตย เราสามารถ ที่จะพูดได้อย่างเต็มอกนะครับว่า พวกเราที่มาจากการเลือกตั้งไม่ได้วิเศษวิโสมากกว่าใคร แล้วผมจะแสดงให้เห็นนะครับว่าการกระจายตามสาขาอาชีพที่พวกเราพูดกันมากว่า ส.ว. เลือกตั้งมักจะยึดโยงกับพรรคการเมือง จากฐานการเมือง หรืออะไรต่ออะไรนะครับ ผมไม่มีทฤษฎีที่จะมาอธิบายสิ่งเหล่านี้ที่เป็นสมมุติฐานซึ่งไร้ข้อเท็จจริง ผมมาจากภาคใต้ ซึ่งเป็นฐาน พวกเราคงทราบดีว่าฐานภาคใต้คือฐานเสียงของพรรคการเมืองใหญ่ ถ้าหากว่า เราต้องไปอยู่ ต้องไปพึ่ง ต้องไปอะไรนะครับ ๑๔ คนจากจังหวัดภาคใต้นี่ แน่นอนเหลือเกิน จะต้องยึดโยงกับภาคนั้น ผมถามที่ตรงนี้ว่ามีความยึดโยงอย่างไร ที่พวกเราได้รับเสียง สัก ๒ เสียงจากท่านหรือไม่ นี่คือความเป็นจริงที่มันปรากฏขึ้นว่าการไม่มายุ่งเกี่ยวกับเรา ของภาคการเมืองนั้นเราต้องขอขอบคุณ นี่เป็นการยืนยันนะครับ การกระจายของอาชีพ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้นะครับว่า ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งมีทั้งอดีตผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่น้อยกว่า ๖ คน ในขณะที่สรรหามี ๔ คน ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เลือกตั้ง ๔ คน สรรหา ๘ คน นายทหาร ๒ คน สรรหา ๙ คน นายตํารวจ ๗ คน สรรหา ๖ คน นักกฎหมาย ๔ คน สรรหา ๑๑ คน แพทย์ ๓ คน สรรหา ๔ คน อาจารย์ ๑๒ ๑๒ เท่ากัน นักการเมืองท้องถิ่น สรรหา ๑ คน เลือกตั้ง ๓ คน นักธุรกิจ ๒๕ กับ ๑๓ เอ็นจีโอก็มี แม้กระทั่งกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน จากการเลือกตั้ง มีนะครับ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผมกํานันครับ จบปริญญาเอกนะครับ เสร็จแล้วก็มีผู้พิการ แต่เลือกตั้งไม่มี แต่เกษตรกรเลือกตั้งมี รวมทั้งวิศวกรด้วย สิ่งเหล่านี้ จะบอกว่าการกระจายในคุณวุฒิ ประสบการณ์ที่แต่ละคน ผมเชื่อมั่นว่าสิ่งเหล่านี้จะได้ เลือกตั้งมานั้นคุณสมบัติที่เขามี วุฒิภาวะที่เขามี ประสบการณ์ที่เขาทํางาน สิ่งเหล่านี้จะเป็น ภาพสะท้อนทําให้ประชาชนได้เลือกเขา ท่านประธานที่เคารพครับ ในขณะที่งานทางวิชาการ ที่จัดโดยคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาอาศัย เขาใช้ กระบวนการทางวิชาการมาพิจารณา ผมอยากจะเรียน ต้องขออภัย เพราะนั่นเป็นผลงาน ทางวิชาการ ๔ คนที่ได้ ๕ ดาว ๓ คนจากเลือกตั้ง ๑ คนจากสรรหา ๔ ดาว ๑๒ คน ๗ คน จากเลือกตั้ง ๕ คนจากสรรหา และที่ร้ายกว่านั้นนะครับ ๗๓ คนออกไป เข้ามาใหม่ ๓๔ งานวิชาการเดียวกันบ่งบอกว่าคนที่มาทําหน้าที่นั้น ๑๐ เปอร์เซ็นต์มีอยู่ ๔ คนจากการสรรหา ผมต้องขออภัยนะครับ เป็นผลงานทางวิชาการ นี่จะบ่งบอกอะไรครับ ความรับผิดชอบ ของผู้คนที่มาจากการเลือกตั้งนะครับ มีความรับผิดชอบที่จะต้องไปผูกมัดกับประชาชน ประชาชนจะถามคอมมิทเม้นท์ (Commitment) ที่เขามี พันธะที่เขามีกับประชาชนจะต้อง ไปบอก จะต้องไปพูดนะครับ สิ่งเหล่านี้ผมไม่ทราบว่าจะพูดอย่างไร เพราะว่าเราผ่าน การเลือกตั้งมา คนที่ได้รับการสรรหาอาจจะไม่มีสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ เรากลับไปบ้าน งานวิชาการเหล่านี้ปรากฏเราจะตอบอย่างไรแก่ประชาชน ซึ่งเหล่านี้คือสิ่งซึ่งอยากจะเรียน ให้แก่ท่านได้รับทราบ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ใช้มาแล้วจนกระทั่ง ส.ว. รอบสองเข้ามาจาก การสรรหา และพวกเรากําลังจะหมดวาระในปีหน้า สิ่งเหล่านี้เพียงแค่ครั้งที่ ๒ ของการเลือกตั้ง อาจารย์เจริญได้พูดเมื่อวาน ผมมีโอกาสได้ยืนอยู่ตรงนี้อย่างที่ผมบอกว่าผมอาศัย ถ้าทุกท่าน ติดตามข่าวหลังจากที่เลือกตั้ง ส.ว. ผมไม่อายนะครับ หนังสือพิมพ์มติชนระบุชัดเจนว่า ส.ว. ที่มีทรัพย์สินน้อยที่สุดคือ นายวรวิทย์ บารู ผมเป็นครูบาอาจารย์มา ผมไม่แปลกใจ เพราะครูบาอาจารย์แน่นอนไม่ได้ทําธุรกิจ สิ่งเหล่านี้ ส.ว. เหล่านี้มีอยู่นะครับ และประชาชน เขาเลือก ประชาชนกรุงเทพมหานครทําไมเขาเลือก ขออภัยที่กล่าวนามท่าน ท่านรสนา เพราะประชาชนรู้ ผลงานไม่ใช่เลือกในวันนั้น เพราะฉะนั้นการยึดโยงอํานาจกับทางการเมืองนั้น ผมไม่มี ไม่มีทฤษฎีจะไปอธิบาย สมมุติฐานสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่างที่ ผมเรียนมา ๑๔ คนจากจังหวัดภาคใต้ ที่เป็นเป็นฐานเสียงที่แน่นหนาของพรรคการเมืองพรรคใหญ่นั้น นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การทําอะไรที่ไม่โปร่งใสมิอาจจะตรวจสอบได้ วิธีการคัดสรร สรรหาของ ส.ว. ๗๓ คนก็เช่นเดียวกัน ประชาชนไม่สามารถจะเข้าถึงได้ ประชาชนไม่สามารถ ที่จะสอบถามได้นะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันจะมาซึ่งสิ่งที่เรียกว่าไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ในขณะที่เวลาเรากําหนด ซึ่งจะอภิปรายกันในมาตราต่อไป เราพูดว่าสภาผัว สภาเมีย สภาทาส ผมเกรงว่าการที่ไม่โปร่งใสเหล่านี้สภาทาสซ่อนรูปมันจะปรากฏขึ้นมา สิ่งเหล่านี้ คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด เพราะไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งซึ่งมันปรากฏชัด ในการทํางานตลอดเวลามา เราต้องเดินออกไปจะไม่ให้องค์ประชุมครบก็เคยปรากฏ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือสิ่งซึ่งมันเห็นชัดเจนนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้คือสิ่งซึ่งจะต้องพูดนะครับ ถึงจะอย่างไรก็ตามนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศไทยมีลักษณะที่เป็นพหุสังคม พหุวัฒนธรรม การออกกฎหมายของประเทศกฎหมายสูงสุดมาบังคับใช้พวกเรา แน่นอน เหลือเกินว่าควรอย่างยิ่งที่จะต้องมีการครอบคลุมในทุกมิติของวัฒนธรรม ทุกมิติ ของพหุสังคมนะครับ ในครั้งแรกพี่น้องประชาชนดีใจ คนเกือบ๑๐ ล้านคนในประเทศนี้ มีตัวแทนของเขามาทําหน้าที่โดยผ่านการสรรหา พอมารอบสองอาจารย์เจริญพูดเมื่อวาน ๒๒ คน ผมยังตอบคําถามไหมว่าขาดตกบกพร่องในคุณสมบัติในข้อใด นี่เพียงครั้งที่ ๒ ของการสรรหา ครั้งที่ ๓ ครั้งที่ ๔ ครั้งที่ ๕ จะเป็นเช่นไร คนเหล่านี้ควรที่จะเป็นตัวแทน เหมือนหลายประเทศ ตัวแทนวัฒนธรรมก็ใช้ตัวแทนวัฒนธรรม ไม่ใช่ ตอบไม่ได้นะครับ ผมเคยหยอกล้อกับเพื่อนผมคนหนึ่งถึงเรื่องต่าง ๆ ที่สมัครเข้ารับการคัดสรรว่าต้องทําใจ ในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วท่านก็จะเสียใจ ถ้าหากว่าท่านจะสมัครเข้าไป ท่านจะต้องทําใจในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเข้าใจว่าประเทศไทยอํานาจอธิปไตยนั้น ต้องเป็นของประชาชน เป็นอํานาจที่เป็นของประชาชนโดยแท้ และอํานาจรัฐก็ต้องเป็น อํานาจที่ได้มาจากประชาชน อยู่ได้ด้วยการตรวจสอบของประชาชน และจะต้องผ่าน กระบวนการการเลือกตั้งที่โปร่งใส นี่คือประชาธิปไตยในภาคปฏิบัตินะครับ ท่านประธานครับ ที่จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนานาชาติ และจะเป็นหนทางของการพัฒนาชาติบ้านเมือง อย่างแท้จริง ถ้าเราหลีกหนีสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้และคิดว่าทําเองได้โดยไม่เชื่อมโยงกับประชาชน ไฉนเลยอํานาจอธิปไตยที่เราพูดอยู่ทุกวี่ทุกวันในภาคปฏิบัติของประชาธิปไตยมันเป็นไปไม่ได้เลยครับ ท่านประธานครับ ขอขอบคุณครับ