รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๖

สาคร เกี่ยวข้อง หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม โดยมีความเห็นว่าสมาชิกวุฒิสภา 200 คนควรเลือกตั้งจากจังหวัดละ 1 คน และมาจากการสรรหาหรือเลือกตั้งทางอ้อมจากสาขาวิชาชีพต่าง ๆ ไม่เห็นด้วยกับร่างวุฒิสภาที่เลือกตั้งทั้ง 200 คน และขอแปรญัตติในมาตรา 111 เพื่อแก้ไข

นายสาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระบี่

ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นก็ขอกราบเรียนกับท่านประธานว่า ผมเองก็ได้นั่งรับฟังความคิดความเห็นจากเพื่อนสมาชิกรัฐสภามาหลายวัน ก็ได้รับฟัง ทุกความคิด เพราะว่าการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ของเราในวันนี้คือร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ข้อความที่ปรากฏในร่าง จําเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องให้ผู้แทนปวงชนอย่างพวกเราได้ติติง ท้วงติง เพื่อให้เกิดประโยชน์ เกิดความสมบูรณ์ กับประเทศของเรามากที่สุด ท่านประธานครับ ผมได้แปรญัตติไว้ในมาตรา ๓ และได้สงวน คําแปรญัตติไว้ ด้วยเหตุผลที่ว่าผมไม่เห็นด้วยกับร่างในวาระที่หนึ่ง และร่างของ คณะกรรมาธิการที่พิจารณามาในวาระที่สอง ประเด็นของที่มาของ ส.ว. ทั้ง ๒๐๐ คน ผมเอง ได้ขอแปรญัตติไว้ในมาตรา ๑๑๑ คือวุฒิสภาต้องประกอบด้วยสมาชิกจํานวน ๒๐๐ คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งในแต่ละจังหวัด จังหวัดละ ๑ คน และมาจากการสรรหาหรือเลือกตั้ง ทางอ้อมเท่ากับจํานวนข้างต้น หักกับจํานวนสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีความคิดเห็นว่าสมาชิกที่ผ่านการสรรหาและสมาชิก ที่ผ่านระบบการเลือกตั้งในเขตจังหวัดที่ได้ทําหน้าที่มาในสมัยที่ผ่านมา มีความสมบูรณ์ มีความงดงาม ในทางประชาธิปไตย ส่วนในเรื่องของการเลือกตั้งทางอ้อมหรือการสรรหา ก็อย่างเช่นที่ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายมาแล้ว ควรจะสรรหามาจากสาขาอาชีพ ควรจะสรรหามาจากความหลากหลาย หลายแนวคิด หลายมิติ เป็นการเลือกตั้งทางอ้อม ของวิชาชีพต่าง ๆ ซึ่งจะเกิดผลเกิดประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน อย่างเคยมีท่านสมาชิก อาวุโส ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ได้ยกตัวอย่างถึงท่านสมาชิกสรรหาจากกลุ่มอาชีพ อย่างเช่น ท่านมณเฑียร บุญตัน ที่ท่านได้ทําหน้าที่อย่างเข้มแข็งและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ต่อรัฐสภา ต่อพี่น้องประชาชนชาวไทย ท่านครับ ถ้าหากท่านเอา ๒๐๐ คน จากสมาชิกวุฒิสภา ลงไปเลือกตั้งหมด ผมเองก็เกรง แล้วก็มีความเป็นห่วงในเรื่องของเส้นทางที่มาของ การเลือกตั้ง เป็นห่วงในเรื่องของการรวบอํานาจเบ็ดเสร็จ เป็นห่วงในเรื่องของ ความปรองดองทางการเมืองและการปลอดจากการเมืองของสมาชิกทั้ง ๒๐๐ ท่าน เพราะผมเองได้มีความรู้สึกนึกคิดกับทางท่านวุฒิสมาชิกว่าท่านเป็นสภาสูง ท่านเป็น สภากลั่นกรอง ท่านเป็นดุลยภาพของอํานาจที่จะรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงและเอกราช ของชาติไทย การออกแบบวุฒิสมาชิกที่ท่านออกแบบมาจากการเลือกตั้งทั้งหมดนั้น ผมจึงไม่เห็นด้วย ผมมีความเชื่อว่าเส้นทางทางการเลือกตั้งทั้ง ๒๐๐ คน ที่จะเข้ามาสู่ ตําแหน่งวุฒิสมาชิกก็ต้องไปใช้เครือข่าย ก็ต้องไปใช้วิธีการของนักเลือกตั้งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เครือข่ายผ่านพรรคการเมืองก็ดี ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายของระบบการเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็น ระดับท้องถิ่นหรือจะเป็นระดับชาติที่ใช้กันอยู่ ทําให้ความเป็นกลาง การใช้ดุลภาพในฐานะ ของสมาชิกวุฒิสภาที่กํากับอํานาจของรัฐธรรมนูญที่เป็นสภากลั่นกรอง สภาพี่เลี้ยงต่าง ๆ นี้ อาจจะส่งผลกระทบต่อหลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้นในการพิจารณาในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ผมเป็นห่วงที่ว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อการทําหน้าที่ขององค์กรอิสระ อย่างศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง หรือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญต่าง ๆ ผมเห็นห่วงถึง การถ่วงดุลการตรวจสอบที่จะกําหนดให้วุฒิทําการแต่งตั้งถอดถอนบุคคลต่าง ๆ เกรงว่า การแต่งตั้งถอดถอนบุคคลต่าง ๆ อาจจะไม่มีประสิทธิภาพในโอกาสต่อไป ผมเป็นห่วงถึง การกลั่นกรองพิจารณากฎหมาย เป็นห่วงถึงความมุ่งหมายที่ท่านจะทําการกลั่นกรอง และถ่วงดุลในกระบวนการร่างกฎหมายต่าง ๆ เพราะว่ากรณีที่ผมเป็นห่วงทั้ง ๓ กรณีนี้ ได้เคยเกิดปัญหาในประวัติศาสตร์ของรัฐสภาของเรามาแล้วและเกิดปัญหาในช่วงที่สมาชิกวุฒิสภา มาจากการเลือกตั้ง จนเป็นที่กล่าวขานจนเป็นที่พูดถึงว่ามีฉายาต่าง ๆ ดังเช่นท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ท่านสมาชิกผู้อาวุโสได้อภิปรายจนไม่เป็นที่พอใจของหลายฝ่าย ท่านครับ ผมจึง ขอแปรญัตติในมาตรา ๑๑๑ นี้ให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งในระบบเขตจังหวัด ๗๗ คน และมาจากการสรรหาหรือการเลือกตั้งทางอ้อมจากสาขาวิชาชีพต่าง ๆ อย่างเช่น ท่านสมาชิกได้อภิปรายมาแล้วอีก ๑๒๓ คน เพราะมีความเชื่อในความหลากหลายทางสาขาอาชีพ หลากหลายทางแนวคิด หลากหลายมิติ และเชื่อว่าท่าน ส.ว. ที่จะเข้ามาสามารถจะทําหน้าที่ รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติได้ดีที่สุด ขอบคุณครับ