รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๖

จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สงสัยเกี่ยวกับมาตรา 3 ที่กำหนดจำนวนสมาชิกวุฒิสภาใหม่ 200 คน และวิธีการเลือกตั้ง โดยมีข้อสงสัยว่าหากใช้หลักทฤษฎีตรงไปตรงมา จะมีวุฒิสมาชิก 73 คนเกินจำนวน 200 คน และขอให้ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญอธิบายว่าทำไมไม่หักดิบวุฒิสมาชิกที่มาจากการสรรหา นอกจากนี้ จุฤทธิ์ยังหารือเรื่องระบบการเลือกตั้งวุฒิสมาชิก โดยเสนอให้มีการสรรหาเพิ่มเพื่อเพิ่มความหลากหลายทางอาชีพและให้ประชาชนมีโอกาสได้เข้าหาผู้ตรวจสอบกฎหมายและเสนอองค์การอิสระต่าง ๆ และยังหารือเรื่องสิทธิของคนพิการที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิก โดยเรียกร้องให้รัฐสภาไม่ตัดสิทธิคนพิการในการลงสมัครเลือกตั้ง

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ในส่วนของ มาตรา ๓ นี้ครับ ความจริงมีเรื่องใหญ่ ๆ อยู่แค่ ๒ เรื่องครับ

เรื่องแรก คือกําหนดจํานวน ส.ว. ใหม่ หรือวุฒิสมาชิกใหม่ จาก ๑๕๐ คน เป็น ๒๐๐ คน

เรื่องที่ ๒ คือมีการจัดการได้มาซึ่งวุฒิสมาชิกใหม่ จากสรรหาบวกเลือกตั้ง เป็นเลือกตั้งอย่างเดียว แล้วก็จะมีการลงคะแนนซึ่งจะไปออกกฎหมายตามหลังอีกครั้งหนึ่ง ก็มีแค่ ๒ เรื่องเท่านี้ครับ

ประเด็นของผมก็คือว่าผมมีข้อสงสัยอยู่ ๒ ประการ จากการที่ได้รับฟัง การชี้แจงของกรรมาธิการวิสามัญในส่วนที่ท่านประธานชี้แจงมาหลายรอบ คือท่านประธาน สามารถ ประเด็นของผมก็คือว่าทฤษฎีของท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านยึดหลักทฤษฎี ตรงไปตรงมา เช่น ถ้าใช้คําว่า ส.ว. มาจากการเลือกตั้งแล้ว ถ้าใครเสนอว่ามี ส.ว. สรรหา แสดงว่าขัดหลักการ ไม่มีสิทธิแปรญัตติ แต่ในเนื้อหากฎหมาย ในมาตรา ๓ ที่ผมมีข้อสงสัย

ประการแรก ก็คือว่าท่านกําหนดให้มีวุฒิสมาชิก ๒๐๐ คน แต่เมื่อกฎหมายนี้ มีผลบังคับใช้ สมมุติว่ากฎหมายฉบับนี้ผ่านสภา ท่านประธานครับ จะมีห้วงเวลาหนึ่ง ห้วงเวลาหนึ่งที่ว่าก็คือตั้งแต่หลังการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกใหม่ จนถึงวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๐ นับจากนี้ไปอีก ๓ ปีกว่า เราจะมีวุฒิสมาชิก ๒๗๓ คน ซึ่งไม่ตรงกับมาตรา ๓ อันนี้ครับ เพราะมาตรา ๓ กําหนดไว้ว่า ๒๐๐ คน ๗๓ คนที่เกินขึ้นมามาจากไหนครับ มาจาก วุฒิสมาชิกที่มาจากการสรรหา ผมจึงมีคําถามเรียนถามไปยังประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านสามารถว่าถ้าท่านยึดหลักทฤษฎีตรงไปตรงมา ต้องยึดหลักตัวอักษรทุกตัวอักษร ทําไม ท่านให้มีวุฒิสมาชิก ๒๐๐ กว่าคนได้ ไม่ใช่ ๒๐๐ คนเป๊ะ ทําไมท่านไม่กล้าหักดิบวุฒิสมาชิก ที่มาจากการสรรหาครับ ถ้าท่านมั่นใจว่าทฤษฎีของท่านถูก ถ้าท่านมั่นใจว่าวุฒิสมาชิก ต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น ท่านคงไว้ทําไมครับ อีก ๗๓ ท่าน ท่านปลดไปเลยครับ อันนี้ คือคําถามของผมนะครับว่าท่านมีหลักคิดอย่างไร ถ้าจะเอาแบบตรงไปตรงมา

ประการที่ ๒ การที่ท่านคงวุฒิสมาชิกไว้ ๒๗๓ คน มันทําให้กฎหมายฉบับนี้ ก็ขัดกับหลักการอีก เพราะวุฒิสมาชิกในห้วงเวลาจนถึงวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๐ ก่อนวุฒิสมาชิกที่มาจากการสรรหาจะหมดวาระ ท่านกลายเป็นว่ามีวุฒิสมาชิก ๒ ประเภท ตามที่ท่านแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้วอีก เพราะท่านจะมีวุฒิสมาชิกจากการสรรหา ๗๓ คน คาอยู่ในสภา ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งครับ มาจากการสรรหารตามรัฐธรรมนูญอันเดิม ก่อนท่านมีการแก้ไข นี่คือเหตุผลประการที่ ๒ ที่ผมตั้งข้อสังเกต แล้วเป็นข้อสงสัย และอยาก ให้ท่านตอบให้ชัด ไม่ว่าท่านจะอ้างว่าเป็นบทเฉพาะกาลอย่างไร ไม่ว่าจะอ้างว่ามีมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ ที่ให้คงเรื่องนี้ไว้อย่างไร ผมก็เห็นว่าถ้าท่านบอกว่าจะตรงไปตรงมา ตรงนี้มันขัดหลักการครับ

ท่านประธานครับ ก่อนจะข้ามไปเรื่องอื่น ผมเอาเรื่องนี้ก่อนครับอีกเรื่องหนึ่ง คือเอกสารที่แจกในรายงานของคณะกรรมาธิการของรัฐสภาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... เล่มนี้นะครับ เดี๋ยวให้ เจ้าหน้าที่มารับไปได้เลยครับ ผมเคยจับผิดเรื่องรถโรงเรียนมาแล้วครั้งหนึ่งว่าพิมพ์เอกสารผิด อันนี้เล่มนี้ครับ เอกสารเสนอแก่สภาครับ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครับ เล่มนี้ครับ เดี๋ยวให้ เจ้าหน้าที่มารับไปได้ ท่านประธานตรวจสอบด้วยครับ ผมเปิดไปดูหน้า ๕๘ เสร็จ เป็นหน้า ๖๗ เลยครับ หายไปไหน ๑๐ หน้าครับ หายไปไหน ๕ แผ่นครับ ผมคิดว่าสภานี้ถึงเวลาต้อง ตรวจสอบแล้วครับ ระบบการทําเอกสารที่ส่งให้สมาชิกวุฒิสภา ส่งให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ส่งให้สมาชิกรัฐสภา ผมไม่ทราบว่าเล่มอื่นเป็นอย่างนี้หรือเปล่า แต่เล่มนี้เป็นอย่างนี้ครับ เดี๋ยวให้เจ้าหน้าที่มารับ แล้วท่านประธานตรวจสอบให้ผมด้วย

ท่านประธานครับ ต่อเนื่องในส่วนมาตรา ๓ ในส่วนที่ผมแปรญัตติไว้ก็คือว่า ผมเห็นว่าวุฒิสมาชิกที่มาจากการสรรหายังมีประโยชน์ต่อสภาไทย อย่างน้อยมีเหตุผลอยู่ ๒-๓ ประการ

ประการที่ ๑ ก็คือ ถ้าเป็นระบบการเลือกตั้ง ที่สุดแล้วจังหวัดขนาดเล็กก็จะมี วุฒิสมาชิกได้จังหวัดละ ๑ คน เช่น ภูเก็ต ระนอง สมุทรสงคราม ประชากรอย่างไรก็มากอย่างไร ผมก็คิดว่าอย่างไรก็ตามเรามีวุฒิสมาชิกได้ไม่เกิน ๑ คน แต่ถ้ามีระบบสรรหา เช่น จังหวัดสมุทรสงคราม มี ส.ว. สรรหาอีก ๑ คน กลายเป็นว่ามี ส.ว. ได้ ๒ คนครับ จังหวัดสมุทรสงคราม อย่างน้อยก็จะเป็นช่องทางให้ประชาชนที่ต้องการเสนอความเห็นด้านกฎหมายหรือเสนอ ความเห็นด้านต่าง ๆ มีโอกาสเสนอผ่านวุฒิสมาชิกได้อย่างน้อยอีก ๑ ท่าน นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่า การที่มีวุฒิสมาชิกจากการสรรหาไม่ได้โทษอย่างเดียว อย่างน้อยก็มีคุณมีช่องทางเพิ่มเติมที่ จะให้ประชาชนมีโอกาสได้เข้าหาผู้ตรวจสอบกฎหมาย ผู้เสนอองค์การอิสระต่าง ๆ

ส่วนที่ ๒ ในส่วนของวุฒิสมาชิกที่มาจากการสรรหาผมถือว่าเป็นความ หลากหลายในทางการเมืองครับ ความหลากหลายในระบบการเมืองมันนํามาซึ่งความ หลากหลายของอาชีพ เพราะหลายอาชีพผมคิดว่าไม่มีโอกาสเข้ามาทํางานทางการเมือง เช่น คนขับแท็กซี่ วันนี้แท็กซี่ไปประท้วงเรื่องแอลพีจี (LPG) อยู่ ผมว่าถ้ามีวุฒิสมาชิกที่มาจาก กลุ่มอาชีพแท็กซี่วันนี้มีโอกาสมาพูดในสภาครับว่าปัญหาของเขาคืออะไร รวมไปถึงเช่นกลุ่ม เกษตรกรชาวสวนยาง ถ้าวันนี้เรามีวุฒิสมาชิกที่มาจากชาวสวนยางโดยตรง ผมว่าวันนี้เขามี โอกาสที่จะเอาเรื่องปัญหาการทําสวนยางมาพูดในสภาแห่งนี้

ท่านประธานครับ ส่วนสุดท้ายของวุฒิสมาชิกที่มาจากการสรรหาก็คือในส่วน ของผู้พิการครับ ผมเรียนว่าถ้าเรามีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมเรียนฟ้อง คนพิการทั้งประเทศนะครับ ท่านไม่มีสิทธิเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. ตอนนี้เรามีท่านวุฒิสมาชิก ๑ ท่านครับ ขอประทานอภัยที่เอ่ยนาม คือ ท่านมณเฑียร บุญตัน ท่านพิการทางสายตาครับ แต่ท่านมีสิทธิเป็นวุฒิสมาชิกเพราะสิทธินี้เกิดจาก ส.ว. สรรหา หรือวุฒิสมาชิกที่มาจาก การสรรหา เราต้องการให้คนไทยทุกคนมีสิทธิตรงนี้ วันนี้คนพิการกําลังจะโดนตัดสิทธิไปครับ ตัดสิทธิอย่างไรครับ เพราะว่าถ้าไม่มีวุฒิสมาชิกที่มาจากการสรรหา มีแต่วุฒสมาชิกจากการเลือกตั้ง สมมุติท่านมีความพิการทางสายตาแล้วอยากลงสมัครวุฒิสมาชิก ก่อนลงสมัคร กกต. ต้องขอ ใบรับรองแพทย์ ผมถามว่าแพทย์ที่ไหนจะออกใบรับรองแพทย์ให้ครับ ในเมื่อท่านพิการ ทางสายตาและไม่มีโอกาสลงสมัคร ผมเรียนว่าวันนี้รัฐสภากําลังหลอกตัวเองครับ ท่านประธานดูบนจอสิครับ เราบอกเราให้เกียรติคนพิการ เรามีผู้แปลภาษามือเพื่อชี้ให้เห็นว่า เราให้เกียรติคนพิการ ให้คนพิการเข้าถึงสภาของเราได้ แต่วันนี้เรากําลังจะลงมติตัดคนพิการ ออกไปจากมาตรา ๓ ตรงนี้ ผมเลยจึงคิดว่าผู้มีลงมติทุกคนต้องรับผิดชอบครับ พรรคการเมืองที่ลงตัดสิทธิคนพิการต้องรับผิดชอบครับ ที่อยากจะได้ส่วนหนึ่งก็คือ การเลือกตั้งครั้งต่อไปคนพิการที่ได้ยินผมอภิปรายวันนี้ต้องจําไว้ครับ อย่าไปเลือกพรรค ที่ตัดสิทธิคนพิการออกไปครับ ขอบคุณครับ